Behind The Moon ราบรื่นในคืนเพ็ญ

ไม่ว่าใครจะมอง ฟูลมูนปาร์ตี้เป็นอะไร แต่ความเรียบร้อยของงานระดับ Global Event อย่างนี้ ล้วนขึ้นอยู่กับเหล่า "Organizer เฉพาะกิจ"
{ดูเหมือนน้ำทะเลสีใส และผิวทรายขาวนวลเนื้อละเอียดที่ทอดตัวเป็นแนวชายหาดตลอด 2 กิโลเมตรสุดปลายแหลมของ "หาดริ้นนอก" อ.พะงัน จ.สุราษฏร์ธานี จะไม่ได้อยู่ในความสนใจของนักท่องเที่ยวมากไปกว่า "จุดนัดพบ" ของงานเลี้ยงกลางแสงจันทร์ในคืนเดือนเพ็ญ หรือที่เรียกติดปากกันว่า ฟูลมูนปาร์ตี้ (Full Moon Party)
เอกสารหลายฉบับ หรือตามคำบอกเล่า ถึงไม่มีใครฟันธงว่า ต้นกำเนิดของฟูลมูนปาร์ตี้เมืองไทยเกิดขึ้นที่ไหนกันแน่ แต่ถ้าเอ่ยถึง "ฟูลมูนเกาะพะงัน" หลายเสียงรับรองว่าเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลกแน่ๆ
"ฉันเคยได้ยินมาว่าที่นี่สุดยอดมาก" ด้วยคำบอกเล่าดังกล่าวทำให้ เมแกน สาวปาร์ตี้จากเกาะอังกฤษบินข้ามซีกโลกมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง ไม่ต่างกับหนุ่มอเมริกันอย่าง จอห์น ที่ยอมรับว่า จุดหมายปลายทางในทริปนี้สำหรับเขาก็คือ ดริ๊งส์ แดนซ์ และว้าว
หากเอาภาพโรงแรม และร้านรวงที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ด แต่ก็ยังไม่พอกับความต้องการ รวมทั้งปริมาณของนักท่องเที่ยวที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วอาณาบริเวณ ไปประกบกับคำพูดของทั้ง 2 คน ก็ยิ่งทำให้ Party Destination ของที่นี่ชัดเจนขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
และเมื่องานอีเวนท์ของพะงันยิ่งดังมากขึ้นเท่าไหร่ ภาระก็ยิ่งตกอยู่กับเหล่าบรรดาออกกาไนเซอร์เฉพาะกิจกลุ่มนี้มากขึ้นเท่านั้น
-1-
ฟูลมูนครั้งหนึ่งจะมีนักท่องเที่ยวมาอยู่ที่หาดริ้นราว 20,000 - 30,000 คน โดยส่วนใหญ่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์จะเป็นชาวต่างชาติ
"เหมือนกับวันมาฆบูชาที่ภิกษุ 1,250 รูป มากันโดยไม่มีใครได้นัดหมายน่ะ" ทวีศักดิ์ อินทร์พรหม นายอำเภอเกาะพะงัน ซึ่งรั้งเก้าอี้พ่องานเจ้าของพื้นที่เล่าติดตลกถึง "พิธีกรรมทางการท่องเที่ยว" ของนักเดินทางที่ยึดเอา ฟูลมูนเป็นหมุดหมายหนึ่งของชีวิต
ขณะที่คนไทยจะหนักไปทางเข้ามาทำมาหากินมากกว่า เพราะปริมาณนักท่องเที่ยวดังกล่าว หมายถึงเม็ดเงินที่แพร่สะพัดไปทั่ววงจรการท่องเที่ยวราว 20 ล้านบาท เมื่อคูณ 12 ครั้งในรอบปีเข้าไปนั่นหมายถึงรายได้มหาศาลที่รออยู่
"งานฟูลมูนเป็นงานที่ไม่มีระบบการจัดการ เพราะเป็นการรวมตัวกันเองของนักท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจาก 2 ส่วนคือ นักท่องเที่ยวเดินทางมาที่เกาะพะงันก่อนวันงาน มีราว 70 เปอร์เซ็นต์ และนักท่องเที่ยวมาจากเกาะสมุย อีกราว 30 เปอร์เซ็นต์" เขาแจกแจง
เมื่อมากคนก็ย่อมมากความ ท่ามกลางความสนุกนั้นยังหมายถึงโอกาส "เกิดเรื่อง" ด้วย
"ปัญหาที่มาวันนี้ การรักษาความสงบเรียบร้อย เพราะการท่องเที่ยวละเอียดอ่อน ข่าวที่ออกไปสู่สาธารณะ ถ้าไม่ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน เราก็เสียหาย" นายอำเภอคนเดิมยอมรับ
ทีมออกาไนซ์งานจึงถูกเซ็ตขึ้นมากลายๆ ตั้งแต่ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ อาสาสมัคร หน่วยพยาบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนฟากเจ้าของพื้นที่อย่าง ชมรมผู้ประกอบการหาดริ้นเอง เพื่อให้ฟูลมูน "สุดเหวี่ยง" และ "เรียบร้อย" ในเวลาเดียวกัน ตลอด "หัวค่ำ" ยัน "หัวรุ่ง"
การรักษาความปลอดภัยจะมีกฎคือ ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้างาน ไม่มีอาวุธ ไม่มียาเสพติด ปลอดเหล้าปลอม ปลอดมลพิษ ปลอดภัย โดยจะมีจุดตรวจประมาณ 9 จุด และมีจุดตรวจสกัดหลัก 2 ช่องทาง เพื่อตรวจค้นอาวุธ ยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ
โดยทั่วไป นักท่องเที่ยวจะดื่มกินกันที่โรงแรมจนถึง 3 ทุ่มก่อนจะจับ แท็กซี่ - รถสองแถวรับจ้าง ทยอยเข้ามาที่หาดเป็นกลุ่มๆ เมื่อถึงหาด ก็เป็นอันรู้กัน
ใครใคร่ดื่ม ...ดื่ม ใครใคร่เต้น ...เต้น
"หลัง 5 ทุ่มเป็นต้นไป เริ่มมีอาการ ครึ่งคน ครึ่งไม่ใช่คน" นายอำเภอทวีศักดิ์เปรียบเทียบ
ตรงนี้สำหรับทีมภาคสนามถือเป็น "ด่านแรก" ที่กองอำนวยการจะต้องรับมือ ตั้งแต่ พลัดหลง อุบัติเหตุ ของหาย ทะเลาะวิวาท ไปจนถึงอาชญากรรมสารพัดรูปแบบ นอกจากนั้นยังจำเป็นต้องจัด "ที่นอน" หรือ Sleep Zone เอาไว้สำหรับพวกที่ "ปลิ้น" ไปแล้ว เป็นอย่างนี้ไปตลอดจนจบปาร์ตี้
"เช้าขึ้นมาไม่มีโทรศัพท์แจ้งเหตุ ถือว่าเราชกชนะ" ทวีศักดิ์สรุป
-2-
[ไปมาแระ! นั่งเรือจากเกาะสมุยไป เมาปลิ้นเลย...... 555+]
[ เพื่อนเคยบอกว่า If you are not interested in drug, sex and alcohol, there's nothing there for you. ]
[ถ้าเราไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และเที่ยวอย่างมีสติก็ไม่น่ากลัวค่ะ]
[...ว่าก็ว่าเหอะ เห็ดเมา บราวนี่ รวมไปถึงเม็ดอมหลากพยัญชนะ หาง่ายเป็นผักปลา]
....
หลากหลายความเห็นที่พูดถึงปาร์ตี้ใต้แสงจันทร์ริมหาดริ้น แน่นอนว่า ส่วนใหญ่หากไม่พูดถึงความสุดเหวี่ยงของปาร์ตี้ข้ามคืน ก็มักเป็นเรื่องสารเสพติด และเซ็กซ์ แต่นั่นคงไม่ใช่คำถามสำหรับ ทวิช สมหวัง ประธานที่ปรึกษาผู้ประกอบการหาดริ้น
ฟูลมูนสำหรับคนหาดริ้นอย่างเขาหมายถึงชื่อเสียงที่ชาวบ้านช่วยกันร่วมสร้างกันมากว่า 2 ทศวรรษ จริงอยู่ วันแรกที่ฟูลมูนปาร์ตี้พะงันปรากฏติดปากนักท่องเที่ยวจะเป็นคนละความหมายกับฟูลมูนในวันนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า พะงันติดลมบนการท่องเที่ยวของโลกไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ความราบรื่นของงานในส่วนผู้ประกอบการอย่างเขาก็ต้องถือเป็นความรับผิดชอบร่วม ไม่ต่างกัน
"เราต้องรักษาระเบียบ กติกา เพราะที่ผ่านมาก็มีเรื่องชื่อเสีย เราทำร้ายฝรั่งบ้าง เรื่องพวกนี้ทำให้กระทบการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ถือเป็นภาระอันใหญ่หลวงมาก เช้าขึ้นมาจะมีทั้งขยะ ฝาขวด เศษแก้ว หลอดกาแฟ ทุกสิ่งทุกอย่าง" ทวิชบอก
ปริมาณขยะราว 50 ตันในชั่วข้ามคืน ที่ต้องนำไปฝังกลบ ค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท เพื่อให้หาดริ้นกลับมาสดใสเหมือนเดิมภายใน 5 ชั่วโมง หรือครึ่งวัน นอกจากเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลความเรียบร้อยภายในบริเวณงานแล้ว พวกเขายังต้องจ่ายค่ารักษาความปลอดภัยให้กับอาสาสมัครที่เข้ามาทำงานเสริมเจ้าหน้าที่ตรงนี้ด้วย โดยค่าใช้จ่ายที่นำมาสนับสนุนส่วนนี้ก็ได้มาจากการขาย ริสต์แบนด์ ราคา 100 บาท ให้กับแขกชาวต่างชาติที่ต้องการเข้างาน
ทั้งหมด ก็เพื่อให้ฟูลมูนปลอดภัยที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้
"ลักวิ่งชิงปล้นมีทุกอย่างเลย ถ้าขึ้นห้องก็จะถูกงัด ถ้าลงชายหาดก็จะถูกกรีดกระเป๋าเรียบร้อย เราก็ต้องทำตรงนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นความปลอดภัยอันดับแรก ความสะอาดอันดับสอง และสิ่งแวดล้อมเป็นลำดับต่อมา"
อีกส่วนหนึ่งที่เข้ามาเสริมแรง ทั้งในแง่ความรับผิดชอบโดยตรง และในมุมของเพื่อนร่วมบ้านเดียวกันก็คือ เทศบาล ซึ่งคอยกำกับดูแลพื้นที่สาธารณะไม่ว่าจะเป็นสิ่งปลูกสร้าง หรือทัศนียภาพของพื้นที่
"ประชุมกันก่อนจัดงานทุกครั้ง เพื่อรวบรวมข้อผิดพลาดเอามาปรับปรุงแก้ไขครับ" ธีรยุทธ พลายสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านใต้เผยแนวทางการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อดูแล ชาวบ้าน นักท่องเที่ยว และประชากรแฝง 4 แสนคน ที่วนเวียนใช้ชีวิตบนเกาะพะงันช่วงงาน
ทวิชยอมรับว่าทุกอย่างในโลกคงไม่มีอะไรที่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เหมือนอย่างที่นายอำเภอพะงันให้ข้อมูลถึงตัวเลขการจับกุมสิ่งของ ตลอดจนพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายก็ยังมีอยู่ แต่ทุกฝ่ายต่างก็พยายามจัดการตามธงที่ตัวเองได้ตั้งเอาไว้
ประธานที่ปรึกษาผู้ประกอบการหาดริ้นชี้ให้ดูบรรยากาศของร้านรวงที่ส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ประกอบการท้องถิ่นเป็นหลัก ที่แม้จะทิ้งสวนเปลี่ยนอาชีพมาตั้งร้านขายของสำหรับนักท่องเที่ยวก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังคงปักหลักอยู่ที่นี่
ระหว่างนั้น เขาย้อนถามกลับ "แล้วคุณมองว่าฟูลมูนสีอะไรล่ะ"
-3-
ถึงสายฝน และลมมรสุมจะทำให้ฟูลมูนในช่วงโลว์ซีซั่นดูไม่คึกคักเท่าที่ควร แต่บรรยากาศ และความไหลลื่นของอารมณ์นักเที่ยวก็ยังคงทำให้ปาร์ตี้วันเพ็ญคืนนี้ ยังไปต่อได้อีก
"ช่วงพีคจริงๆ จะอยู่หลังเที่ยงคืน" ใครบางคนบอกพลางชี้ไปยังแสงไฟวิบวับสลับดนตรีแนว Trance Music กระหึ่มทั่วหาด
ป้ายห้ามปลดทุกข์ริมหาดกับเงาร่างกำลังยืนทำภารกิจส่วนตัวยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป พอๆ กับเหล่านักปาร์ตี้หลากประเภท ตั้งแต่เรียบร้อยน่ารัก ไปจนถึงสุดโต่งโลกแตก แต่ก็เหมือนอย่างที่ใครอีกคนบอกต่อๆ กันมาว่า พะงันในวันนี้กลายเป็นที่ปลดปล่อยจิตใต้สำนึกด้านมืดของแต่ละคนไปแล้ว
"ใครอยากทำอะไรทำ อย่าได้แคร์สื่อ" เจ้าของประโยคนั้นย้ำ
ในเต้นท์กองอำนวยการ หน่วยพยาบาลอย่าง จรัสศรี แสงทอง พยาบาลจากกิ่งกาชาดอำเภอเกาะพะงัน ที่ร่วมกับอาสาสมัครพยาบาลจากส่วนบริการอื่นๆ กำลัง "รับเคส" ที่มีมาอยู่เรื่อยๆ
"มันน่าห่วงนะ ถ้าทีมด้านปฐมพยาบาลไม่พร้อม" เธอให้ความเห็น ส่วนหนึ่งจากประสบการณ์เมื่อเดือนก่อนที่ทีมพยาบาลต้องเคลื่อนย้ายนักท่องเที่ยวที่ได้รับอุบัติเหตุพลัดตกจากเวทีหลังหักเพื่อส่งต่อไปรักษา ตรงนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่าไว้ใจอย่างยิ่ง หากคนมาเต็มพื้นที่จริง
"ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวสำคัญที่สุดจริงๆ" พยาบาลวิชาชีพสาวย้ำ
มุมนี้ นายอำเภอทวีศักดิ์ยอมรับเหมือนกันว่า จัดการไม่จบไม่สิ้น เขานึกถึงเมื่อ 3 เดือนก่อน มีแก๊งค์สาวประเภท 2 มาล้วงกระเป๋าซึ่งมีตั้งแต่นักเรียน นักศึกษาไปจนถึงแม้ค้าที่ร่วมขบวนการ ถึงจับได้ แต่ก็ยังติดขัดเรื่องเจ้าทรัพย์ไม่มี นั่นก็เพราะ มีทั้งเมา และต้องรีบกลับ
หรือเหล้าปลอม ตามร้านค้าที่เรียงรายกว่า 80 ร้านตลอดแนวหาด
"วันนี้ต่างด้าวแย่งที่คนท้องถิ่นขายหมดแล้ว" เจ้าของร้านเยลลี่วอดก้าตัดพ้อถึงช่องทางทำมาหากินที่นับวันยิ่งเหลือน้อย อย่างตัวเขาเอง ที่เมื่อก่อนมีรายได้จากฟูลมูนครั้งละเกือบๆ 6 หลัก แต่วันนี้ 5 หมื่นบาท ก็เก่งแล้ว
ยังไม่นับ เห็ดขี้ควาย กัญชา ก๊าซหัวเราะ ที่ยังมีให้ตามสกัดตามจับกันอยู่ตลอด
แม้กระทั่ง ความโปร่งใสระหว่างคนทำงานด้วยกันเอง ก็ยังไม่วายมีคำถาม และข้อสังเกตระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดการเงินที่ได้จากการจำหน่ายริสต์แบนด์ ความจริงใจของคณะทำงาน ซึ่งมองกันคนละมุม
ถึงอย่างนั้น ภาพนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวดื่มด่ำกับบรรยากาศคืนเพ็ญริมชายหาด กลุ่มนักปาร์ตี้ตัวยงกำลังออกลวดลาย ทัวร์จีน-เกาหลีที่กำลังมาแรง หรือกลุ่มนักดูงานที่สวมกางเกงสแล็กมาย้ำชายหาด ทุกคนต่างมาเพื่อคนพบความหมาย และภาพของฟูลมูนปาร์ตี้ที่พะงันในแบบของแต่ละคน
ชวนให้นึกย้อนกลับไปถึงคำถามของประธานที่ปรึกษาชมรมผู้ประกอบการหาดริ้นอีกครั้ง
"แล้วคุณล่ะมองว่า ฟูลมูนสีอะไร"
- - - - -
ย้อนรอยฟูลมูนหาดริ้นนอก
ต้นกำเนิดของงานฟูลมูนปาร์ตี้ที่ 'เกาะพะงัน' มีข้อมูลบันทึกว่า เมื่อช่วงปีพ.ศ.2530 มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังเกาะพะงัน และได้พบความสวยงามของคืนพระจันทร์เต็มดวงที่หาดริ้น จึงได้นำเอาความประทับใจดังกล่าวไปบอกเล่าผ่านนิตยสารท่องเที่ยวเล่มหนึ่งซึ่งตีพิมพ์จำหน่ายไปทั่วโลก โดยกล่าวถึง หาดริ้นว่า เป็นจุดที่ชมพระจันทร์ขึ้นเต็มดวงที่สวยที่สุดหนึ่งในสามแห่งของโลก ที่เคยพบมา
เมื่อนักท่องเที่ยวแนวนิยมธรรมชาติ อ่านพบข้อความที่เขียนถึงคืนพระจันทร์ขึ้นเต็มดวง ที่หาดริ้นบนเกาะพะงัน จึงเกิดความหลงใหลใฝ่ฝัน อยากมาเที่ยวชมความสวยงามของพระจันทร์เต็มดวงที่นี่ เลยพากันแห่มาเที่ยวจำนวนมาก จนเป็นเหตุให้กำเนิดงานพบปะชุมนุม ของผู้ที่หลงใหลรักในธรรมชาติของหาดทราย น้ำทะเลและแสงจันทร์ขึ้นมา ส่งผลดีที่สามารถทำให้ประชาชนบน เกาะพะงัน ส่วนใหญ่ที่มีฐานะยากจน เริ่มมีรายได้เลี้ยงครอบครัวเพิ่มขึ้นจากการขายของให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มนี้ ก่อนจะพัฒนากลายมาเป็น "ฟูลมูนปาร์ตี้" อย่างในปัจจุบัน







