ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุข พัฒนาสาธารณูปโภค ดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งจารีตประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่น
ของประชาชนในพื้นที่เท่านั้น แต่งานด้านการสนับสนุนและส่งเสริมการท่องที่ยวใน 'จังหวัดนครพนม' ก็เป็นอีกหนึ่งหน้าที่หลักของเขาคนนี้เช่นกัน
ดร.สมชอบ นิติพจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม เป็นอีกคนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนม จังหวัดที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความสุขที่สุดในประเทศไทย ที่ผ่านมานครพนมมีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวจากการที่เป็นจังหวัดที่อยู่ติดริมแม่น้ำโขง มีบรรยากาศสวยงาม เหมาะแก่การเดินทางมาพักผ่อนในแบบสโลว์ไลฟ์ และเที่ยวชมวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น
ไม่ใช่แค่นั้น วันนี้นครพนมได้เพิ่มการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่จะพานักท่องเที่ยวไปสัมผัสกับวัฒนธรรมถึง 3 ประเทศด้วยกัน ที่สำคัญสามารถเดินทางได้ในระยะเวลาแค่วันเดียว กับโครงการ "วันเดียวเที่ยว 3 ประเทศ" ซึ่งคาดการณ์กันว่าจากการโปรโมทเส้นทางท่องเที่ยวแห่งนี้จะทำให้นครพนมสามารถเป็นฮับทางการท่องเที่ยวได้ 3 ประเทศ ทั้งไทย - ลาว - เวียดนาม
-โครงการ "วันเดียวเที่ยว 3 ประเทศ" มีที่มาอย่างไร
จุดเริ่มต้นของการทำเส้นทางท่องเที่ยว 'วันเดียวเที่ยว 3 ประเทศ' มาจากแนวคิดที่เห็นว่าจังหวัดนครพนมตั้งอยู่ในทำเลที่ดี และมีความพร้อมในการทำตลาดท่องเที่ยวที่สามารถเชื่อมโยงออกสู่ 3 ประเทศได้ง่ายๆ ที่นี่มีเส้นทางที่สามารถมุ่งสู่ประเทศลาวและเวียดนามได้ถึง 3 เส้นทาง แล้วผมมาดูอีกครั้งว่าเส้นทางไหนใกล้ที่สุด ก็พบว่าเป็นเส้นทางหมายเลข 12 โดยเริ่มต้นจากนครพนม มุ่งไปที่เมืองท่าแขก แขวงคำม่วนของประเทศลาว แล้วก็ออกตรงขึ้นไปสู่ชายแดนประมาณ 150 กม. จากชายแดนลาวไปยังเวียดนาม ออกสู่เมืองดงเหย จังหวัดกวางบินห์ อีก 150 กม. รวมระยะทางแล้ว 300 กม. ผมคิดว่าตัวเลข 300 กม. นี้มันสามารถทำเป็นเส้นทางท่องเที่ยวได้ภายใน 1 วัน นักท่องเที่ยวสามารถรับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อ บนแผ่นดินทั้ง 3 ประเทศได้เลย เราจึงเกิดไอเดียนี้ขึ้น ก็กำลังโปรโมทเส้นทางนี้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทย
-แต่เดิมก่อนที่จะมาเป็นเส้นทางท่องเที่ยว มีผู้คนใช้เส้นทางนี้มากน้อยแค่ไหน
ในด้านธุรกิจเขาใช้เส้นทางนี้ค้าขายกันมานานแล้วครับ อย่างที่เห็นคือ มีรถขนผลไม้จากลำพูน เชียงราย เชียงใหม่ และจันทบุรี ขนสินค้าข้ามชายแดนในเส้นทางนี้ ส่วนมากเป็นสินค้าจากฝั่งไทยเอาไปขายที่ลาวและเวียดนาม สำหรับเส้นทางท่องเที่ยวนั้นตอนนี้มีบริษัททัวร์ทำทัวร์เส้นทางหมายเลข 12 เยอะขึ้นเหมือนกัน เป็นการท่องเที่ยวด้วยบริษัททัวร์ของจังหวัดนครพนมเอง
-ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวในเส้นทางหมายเลข 12 มากน้อยแค่ไหน
ผมได้ถามทางผู้ประกอบการก็พบว่า ระยะนี้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นปีละเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ นับจากที่เปิดเส้นทางนี้มา คือนักท่องเที่ยวหลายคนเขาสะท้อนมาว่า เขานึกไม่ถึงว่าไปเวียดนามทำไมระยะทางใกล้ขนาดนี้ ในอดีตเราเคยคิดว่าเวียดนามอยู่ไกลจากไทยเรามาก เหมือนมันไกลมาก อยู่คนละฟากฝั่ง แต่ในวันนี้ผู้คนในแถบนี้เขามองว่าเขาอยากจไปเวียดนามวันไหนก็ได้ กลับเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าเราตั้งในจะไปเที่ยวจริงๆ ออกจากไทยแต่เช้าตรู่ ก็สามารถเที่ยวได้ครบทั้ง 3 ประเทศแล้วครับ
-ขั้นตอนการเดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองของทั้ง 3 ประเทศ จะมีอุปสรรคหรือไม่
เมื่อก่อนจะมีอุปสรรคค่อนข้างมากและล่าช้า แต่ตอนนี้ยืนยันว่ากระบวนการของด่านศุลกากรเขาพัฒนาขึ้นมาก อย่างด่านนครพนมสามารถทำเรื่องผ่านได้ภายในเวลาประมาณ 10 นาที ด่านที่ลาวอาจจะช้าหน่อยประมาณ 30 นาที และด่านเวียดนามก็ 30 นาที แต่ก็ถือว่าเร็วขึ้นกว่าเดิมมากนะครับ ถ้าเทียบกับในอดีต
-หากอยากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว จะมีการอำนวยความสะดวกตรงนี้ให้ไหม
อันนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลของ 3 ประเทศที่จะทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งวันนี้เราก็ทำบันทึกความร่วมมือกันไปหลายเรื่อง ยกตัวอย่างว่าลาวเขาสามารถนำรถยนต์เข้าไปวิ่งในเวียดนามได้ ทั้งรถส่วนตัว รถโดยสาร รถบรรทุก แต่ของไทยเราตรงนี้ยังไม่ได้ ต้องเป็นระดับนโยบายที่ไทยจะไปขอความร่วมมือกับเวียดนามว่า ขอให้รถไทยเข้าไปวิ่งได้ไหม ในขณะเดียวกันก็เราก็เปิดโอกาสให้คนเวียนนามขับรถเข้ามาในบ้านเราได้เช่นกัน โดยอาจจะมีข้อจำกัดว่า ผู้ขับขี่จะต้องมีใบขับขี่สากล
ผมคิดว่าในอนาคตทางเราก็คงต้องคุยเรื่องนี้ เพราะไม่งั้นเราจะเสียเปรียบ ส่วนทางฝั่งเวียดนาม เท่าที่ได้คุยกันเบื้องต้นพบว่า ทางเขาเองก็อยากสะดวกสบาย อยากเอารถเข้ามาขับได้เช่นกัน เพราะมันไม่ไกล และคนเวียดนามอยากมาเที่ยวที่นครพนมมากนะ เพราะว่านครพนมมีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับประธานาธิบดีโฮจิมินห์ มีบ้านของท่านตั้งอยู่ที่บ้านนาจอก ซึ่งบ้านหลังนี้ท่านได้เคยเข้ามาพักอาศัยอยู่เป็นปีๆ คนเวียดนามมองว่าเราเป็นจังหวัดที่มีบุญคุณกับเขา เขาก็อยากมาดูภาพประวัติศาสตร์ว่ารัฐบุรุษของเขาอยู่อย่างไรในเมืองไทย อีกอย่างคือเขามาเยี่ยมญาติเขาด้วย
-เรื่องนี้จะเป็นไปได้มากแค่ไหน ต้องรอเออีซีหรือเปล่า
ผมว่าถ้ารัฐบาลไทยจับเรื่องนี้มาคุยกับรัฐบาลเวียดนาม มันก็ขับเคลื่อนไปได้ ให้กระทรวงต่างประเทศมาทำข้อตกลงอะไรต่างๆ ในเมื่อต่อไปเราก็จะรวมประชาคมอาเซียนกันแล้ว เราเหมือนเป็นคนประเทศเดียวกันแล้ว ทำไมจะต้องมากีดกันเรื่องรถยนต์ที่จะเข้าออกผ่านดินแดนของสองประเทศ ใครจะเข้าจะออกก็น่าจะทำได้ขอให้มีเอกสารที่ถูกต้อง แต่สำหรับลาวนั้นไม่มีปัญหาเราสามารถเอารถเข้าไปขับที่ลาวได้ คนลาวเองก็เอารถเขามาขับที่บ้านเราได้แล้ว
-มองว่าจะสนับสนุนเรื่องนี้และทำท่องเที่ยวได้อย่างเป็นรูปธรรมได้เมื่อไหร่
ก็วางแผนไว้ว่าจะนำเสนอให้ท่านผู้ว่าฯ ดูอย่างเป็นทางการ ในเร็วๆ นี้ น่าจะทำได้ภายในปีนี้ครับ เรื่องนี้ได้คุยไปกับผู้เกี่ยวข้องหลายครั้งครับว่า ถ้าอยากให้การท่องเที่ยวในเส้นทางนี้ได้รับการตอบรับ และทำให้การเปิดเออีซีนั้นได้รับประโยชน์ทุกฝ่าย ควรให้โอกาสประชาชนได้นำรถเข้าไปขับได้ทั้งกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียนในฝั่งที่มีแผ่นดินติดกัน ตอนนี้ยังไม่ชงเรื่องอย่างเป็นทางการ แต่คุยเรื่องการท่องเที่ยวไว้บ้างแล้วในเบื้องต้น
-คนเวียดนามเขาพร้อมรับนักท่องเที่ยวได้มากแค่ไหน
ความพร้อมของคนเวียดนามกับการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างบ้านต่างเมืองมองว่าตอนนี้เขาก็ปรับตัวมากขึ้นนะครับ เพราะเขาก็กำลังจะทำให้เมืองเขาเป็นเมืองท่องเที่ยวเหมือนกัน ก็เห็นว่าเขาค่อยๆ พัฒนามากขึ้น ความสะอาดตามท้องถนนจากเมื่อก่อนจะมีขยะเยอะ แต่ตอนนี้ถนนหนทางก็สะอาดสะอ้านมากขึ้น ผู้คนในเมืองกวางบินห์เขาก็เริ่มคุ้นชินกับนักทอ่งเที่ยวบ้างแล้ว ตอนนี้โรงแรมหรือที่พักต่างๆ ก็มีมากขึ้น สามารถรับรองนักท่องเที่ยวได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน เดี๋ยวนี้มีโรงแรมเปิดใหม่อีก 3-4 โรงแรม ส่วนเรื่องห้องน้ำที่หลายคนอาจจะติดใจอยู่ ก็คือห้องน้ำสาธารณะยังมีไม่มาก อาจจะยังไม่สะอาดได้มาตรฐานคนไทย แต่คาดว่าเขาน่าจะกำลังปรับปรุงตรงนี้อยู่
-หากจะเดินทางไปแบบแบ็คแพ็คในเส้นทางนี้ สามารถเดินทางไปได้อย่างไร
ความพร้อมเรื่องรถทางฝั่งลาวพอมี จากไทยไปลาวก็มีรถบัสสาธารณะบริการ จากลาวไปเวียดนามมีรถตู้บริการ วิ่งจากคำม่วนไปดงเหย และมีรถบัสบริการด้วยแต่รถบัสยังมีน้อย มีวันละเที่ยว แต่ที่ผ่านมาก็มีชาวต่างชาติแบ็คแพ็คมาเที่ยวนะ เขาไปปั่นจักรยาน เขาก็เดินทางมาเองเหมือนกัน อย่างเวียดนามนี่เป็นประเทศที่เหมาะกับการปั่นจักรยานมาก เพราะหลักการของเวียดนามคือรถใหญ่ต้องหลบรถเล็ก รถเล็กต้องหลบคนเดินถนน ดังนั้นรถจักรยานจึงมีสิทธิเท่ากับรถยนต์เลย สามารถวิ่งบนถนนได้เหมือนกับรถประเภทอื่นๆ และที่นี่ยังเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่ปลอดภัย เพราะบ้านเมืองของทั้งลาวและเวียดนามมีความปลอดภัยมาก เขาอยู่กันอย่างเรียบง่ายจริงๆ อีกอย่างคือตลอดเส้นทางสองฟากฝั่งจะโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติป่าเขาที่เขียวขจี สวยงามมาก หากอยากมาแบบแบ็กแพ็กก็ติดต่อขอข้อมูลท่องเที่ยวได้ที่ อบจ.นครพนม โทร 0 4251 6293 ต่อฝ่ายการท่องเที่ยว, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม โทร 0 4251 2551, 0 4251 1933, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานนครพนม โทร 0 4251 3490-1
-วันนี้นครพนมพร้อมแค่ไหนในการต้อนรับนักท่องเที่ยว
นครพนมมีความพร้อมอยู่แล้วครับ สองเดือนที่แล้วเพิ่งมีนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ประมาณพันคน ก็มาเที่ยวนครพนม ก็เที่ยวไปตามเส้นทางนี้เช่นกัน เดี๋ยวนี้เรามีโรงแรมมากขึ้น มีรีสอร์ทมากขึ้น มีรถทัวร์วิ่งตรงจากกรุงเทพฯ มานครพนมหลายเที่ยว มีเที่ยวบินวันละ 2 เที่ยว และกำลังจะเพิ่มอีก และสามารถใช้ร่วมกับสายการบินสกลนครได้ คือมีที่สกลนครอีก 1 เที่ยวก็รวมเป็น 3 เที่ยวบิน เช้า บ่าย เย็น สนามบินสกลนครห่างจากนครพนมเพียง 80 กม.
ส่วนฟีดแบ็คของนักท่องเที่ยวก็ดีมาก นักท่องเที่ยวบอกว่าเขาประทับที่นครพนมเป็นเมืองที่เงียบสงบ ได้มาไหว้พระธาตุต่างๆ ตามปีเกิด และรถไม่ติด สามารถนั่งเครื่องบินมาลงได้สะดวก อาหารที่นี่ก็อร่อย ได้มาเห็นแม่น้ำโขงที่คั่นระหว่างไทย-ลาว วิวทิวทัศน์ริมแม่น้ำโขงก็สวยไม่แพ้แม่น้ำเจ้าพระยานะครับ





