สามช่อง....ของเขาดี

สามช่อง....ของเขาดี

อ่าวพังงานี้ได้เปรียบที่เที่ยวทางทะเลอื่นๆ ตรงที่ไม่มีหน้ามรสุมอะไรกับเขา ไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

ยิ่งนักท่องเที่ยวชาวจีนนี่ชอบอ่าวพังงามาก มาทำท่าจับเขาตะปูเป็นกระบอง ถ่ายรูปไปอวดกัน ผมไปอ่าวพังงามาจนนับครั้งไม่ถ้วน ไปจนนึกภาพออกหมดแล้วว่าอะไรมันอยู่ตรงไหนของเส้นทางท่องเที่ยวทางเรือของเขา แต่ก็ชอบทุกครั้งที่ยังคงได้นั่งเรือหางยาวออกไปเที่ยวกลางอ่าวพังงา แต่สำหรับเส้นทางเที่ยวอ่าวพังงาที่ผมจะว่าต่อไปนี่สิ ไม่เคยมา ยอมรับไม่อายว่าไม่เคยมา เพราะเรากำลังจะไปเริ่มลงเรือเที่ยวอ่าวพังงา ที่บ้านสามช่อง

อันที่จริงบ้านสามช่องนี้เป็นท่าเรือที่สามารถมาเช่าเรือออกไปเที่ยวเขาพิงกัน ถ้ำลอดได้เหมือนกัน ถ้าคนมาจากทางภูเก็ตจะมาถึงท่าเรือไปบ้านสามช่องก่อน เป็นหมู่บ้านคนไทยมุสลิมเล็กๆ ปลูกเรือนกันริมน้ำ สบายๆ เลี้ยงปู เลี้ยงหอยนางรม เลี้ยงปลา ส่วนกุ้ง หมึก ขึ้นจากทะเลก็เอามาทำอาหาร ที่นี่เลยขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดๆ โดยเฉพาะหอยนางรม ได้น้ำจิ้มเด็ดๆ ยอดกระถินอ่อนเป็นเครื่องเคียง อร่อยสุดยอด

แต่ครั้งนี้เรานัดหมายกับผู้ใหญ่สุรัตน์ สุมาลี ผู้ใหญ่บ้านสามช่องเหนือ ซึ่งกำลังปลุกปั้นทำโครงการท่องเที่ยวชุมชนบ้านสามช่อง คือท่องเที่ยวธรรมชาติ เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน อย่างกรณีบ้านสามช่องนี้ ใครมาเที่ยวจะมาดูเขาเลี้ยงหอยนางรม ไปดูฟาร์มหอยที่เอายางรถจักรยานเก่าๆ มาทำเป็นฟาร์มหอย ยาวเหยียดไปตามลำคลองสามช่อง ซึ่งถ้านั่งเรือไปเรื่อยๆ จะไปเจอคลองสามสายไหลมาบรรจบกันแล้วกลายเป็นคลองสามช่องนี่เอง น้ำดี สะอาด ไร้มลพิษ ชาวบ้านจึงเลี้ยงหอยนางรมได้โดยไม่ต้องลงทุนอะไรมาก บนแผ่นดินไทยนี่ว่าก็ว่าเถอะ ทำมาหากินได้สารพัด ขอแต่อย่าขี้เกียจ อย่าเมาหยำเป ใช้ชีวิตให้มีสติ จะพายแคนูเลียบชายป่าเลนมาดูฟาร์มหอย ฟาร์มปูก็ได้ แต่เที่ยวนี้ผู้ใหญ่บอกว่าจะพาไปดูแหล่งท่องเที่ยวที่ชุมชนกำหนดในเส้นทางท่องเที่ยวด้วย ผมขอผู้ใหญ่ว่าถ้าในอ่าวพังงาไม่ไปนะ ไปมาบ่อยแล้ว จนผู้ใหญ่แกต้องบอกว่าในอ่าวพังงาเหมือนกันแต่ต้องไม่เคยไปแน่

เรือแล่นออกจากบ้านสามช่องเหนือมาตามคลองสามช่องที่สุดท้ายจะไหลไปลงอ่าวพังงา ผมเหลียวมองรอบข้าง ด้วยเข้าใจว่าเดียวต้องเห็นเขาหมาจู ถ้ำแต้ม เกาะปันหยีแหงๆ แต่ยิ่งแล่นออกไป ภูเขาหินปูนที่ปรากฏกายเบื้องหน้าในรูปร่างต่างๆ ผมก็ไม่คุ้น แต่ในวันแดดสวย ฟ้าใส ยอมรับว่าสวยจนกดชัตเตอร์กันระวิง กระทั่งเรือหางยาววาดหัวเข้าไปในคลองย่อยที่เห็นเขาหินปูนลูกเล็กๆ แต่มีหน้าผาชันปรากฏ เรือแล่นไปที่ท่าเรือเล็กๆ

“ถ้ำนาค”

ไม่เคยมาจริงๆ พอไต่ขึ้นไปตามทางเดินไม่ถึง 20 เมตร ก็เห็นเวิ้งถ้ำกว้าง มีหินงอกหินย้อยตามสไตล์ถ้ำหินปูนกลางทะเล ด้านในเป็นโถงกว้าง มีเพดานด้านหนึ่งทะลุอากาศเข้ามาได้ เดินเที่ยวดูมุมนั้นมุมนี้ ผู้ใหญ่พาไปดูภาพวาดโบราณ ซึ่งดูไม่ค่อยเป็นรูปร่างอะไรนัก น่าจะเป็นรูปสัญลักษณ์มากกว่า รูปลางเลือนไปหลายภาพแล้ว แต่ผมซึ่งกำลังศึกษาเรื่องภาพวาดโบราณนี้อยู่ก็ถือว่าได้ข้อมูลเพิ่ม

จากนั้นเรือหางยาวก็พาเลาะลัดไปตามคลองที่มีป่าโกงกางสองฝั่ง แล้วเห็นภูเขาหินรูปสวยงามตลอดในทุกมุมมอง ซึ่งสวยจริง แต่นั่งเรือดูวิวก็สวยแล้ว เรือพามาจอดตรงภูเขาหินปูนที่พอน้ำลง ใต้ภูเขามันเป็นเวิ้งทะลุลอดไปเห็นอีกฝั่งหนึ่งได้ เขาใหญ่ที่เป็นหนึ่งในอ่าวพังงา สงบนิ่งเบื้องหน้า แต่มุมมองที่มองทะลุอันเป็นผลจากช่วงน้ำลงนี่ ยอมวับว่าไม่เคยเห็น ไม่เคยมา

สงสัยผู้ใหญ่คงกลัวผมไม่หนำใจ เลยพาไต่ภูเขาหินขึ้นไปเรื่อยๆ มีทางเดินเล็กๆ บางช่วงต้องปีนชะง่อนขึ้นไป ยิ่งขึ้นไปสูงมุมมองที่เห็นก็สวย ภูเขาหินปูนรูปร่างต่างๆ อยู่กลางทะเล ซึ่งไม่คุ้นตาสักที่ แม้ทางเดินจะเลียบผาแต่ไม่น่ากลัวเพราะมีต้นไม้ขึ้นเต็มไปหมด จนไปโผล่เอาหน้าปากถ้ำที่มองลงไปเบื้องล่างก็เป็นหินงอกหินย้อยสวยงาม ข้างในเป็นโถงกว้าง มีรูอุโมงค์ทั้งแสงทั้งอากาศส่องเข้ามาพอรำไร ผมถ่ายรูปเพลินๆ พรรคพวกก็หายไปเกลี้ยงได้ยินเสียงคุยกันเบาๆ ผมคลำตามแสงลางๆไป ก็ไปเห็นอุโมงค์สว่างจ้า พรรคพวกนั่งกันอยู่ปากอุโมงค์ พอเดินตามไปเห็น เฮ้ย...สวย เพราะเป็นเหมือนช่องหน้าต่างที่มองลงไปเบื้องล่าง เห็นเรือหางยาวของเราและถ้ำลอดน้อย ทะเลภูเขาน้อยใหญ่ในเวิ้งอ่าว ลมโกรกสบายเลย น่านอนเชียวแหละ

ยังไม่พอผู้ใหญ่พากลับเข้าไปในโถงห้อง แล้วไต่ขึ้นไปยังช่องหน้าต่างที่สูงขึ้นไปเป็น 10 เมตร ทีแรกนึกว่าจะลื่น แต่ผิดคาด พอขึ้นไปถึง โอ้โฮ...วิวสวยมากๆ มันเป็นเวิ้งกว้าง มองเห็นเขาใหญ่และทะเลเบื้องหน้า นั่งชมทิวทัศน์ได้สบายๆ และเพราะสายตาซอกแซกของผมที่เพ่งมองไล่ไปบนเพดานเวิ้งถ้ำ ก็ไปเห็นกลุ่มเขียนสีแดงเล็กๆ ครั้นเอากล้องมาส่องขยายดู ก็เป็นรูปเขียนสมัยก่อนประวัติศาสตร์หลายรูป เป็นรูปคนที่ค่อนข้างชัดเจน รูปวัว สัตว์ป่าอื่นๆ หลายรูป กระจายกันอยู่บนเพดานถ้ำ ทั้งสูงและเตี้ยๆ แต่ส่วนหนึ่งมีการกะเทาะร่อนแตกออกไปตามอายุขัย ซึ่งผู้ใหญ่ก็บอกไม่เคยเห็นมาก่อนเหมือนกัน

เวลา 4 ชั่วโมงที่ผมมาอยู่ที่บ้านสามช่อง ทั้งประทับใจในวิถีชีวิตของชาวบ้านที่สงบเงียบ อาหารทะเลฝีมือบ้านๆ แต่เปิดร้านขายอาหารได้สบาย อีกทั้งเป็นมุมใหม่ๆ ของอ่าวพังงา เหมือนการมาสำรวจถ้ำและดินแดนประวัติศาสตร์ ซึ่งทิวทัศน์ของธรรมชาติก็ไม่ด้อยกว่าที่อื่น

“ถูกใจไหมครับ” ผู้ใหญ่ถามผม

“สุดยอดของการมาเที่ยวเลยผู้ใหญ่ ไม่เคยมาอ่าวพังงาอย่างที่พาไปนี่เลย ชอบมาก”

ผมไปเจออะไรดีก็อยากเอามาเล่า ถ้าท่านผู้อ่านอยากส่งเสริมชาวบ้านก็ติดต่อไปที่ผู้ใหญ่สุรัตน์ สุมาลี โทร.08 6741 7949 ครับ แล้วจะรู้สึกเหมือนผมว่า ใช่อ่าวพังงาแน่เหรอ ทำไมไม่เคยมา...