อิ่มท้องอิ่มตา ณ ศาลา รัตนโกสินทร์

อิ่มท้องอิ่มตา ณ ศาลา รัตนโกสินทร์

ร้านอาหารที่ดัดแปลงมาจากโกดังค้าส่งย่านท่าเตียน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริการอาหารไทย Street Food ระดับห้าดาว และอาหารตะวันตก

ย่านเมืองเก่าเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และสิ่งปลูกสร้างที่มีสถาปัตยกรรมงดงามตามเอกลักษณ์ของยุคสมัยที่มันเกิด คนรักสถาปัตยกรรมโบราณริมแม่น้ำเจ้าพระยาแถวตลาดท่าเตียนคงสุขใจที่ได้นั่งรับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารแห่งนี้ ศาลา รัตนโกสินทร์ (Sala Rattanakosin) เพราะภาพชวนตะลึงที่คุณจะได้ชมตลอดระยะเวลาการกินอาหารคือพระปรางค์สุดอลังการของวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า 'วัดแจ้ง'


ตัวร้านตั้งอยู่สุดซอยท่าเตียน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แวดล้อมไปด้วยชุมชนร้านค้าส่งที่ยังคงลักษณะตัวอาคารไว้เมื่อที่นี่แรกเริ่มมีชีวิต ครั้งหนึ่งคูหาขนาด 4 ชั้นของ 'ศาลา รัตนโกสินทร์' ก็เคยใช้งานในลักษณะเดียวกัน ร้านยังคงอนุรักษ์ความงามโบราณของอาคารภายนอกไว้ ส่วนภายในออกแบบให้ร่วมสมัยขึ้นด้วยโทนสีขาว-ดำ สะอาดสะอ้าน แต่ยังคงเสน่ห์ของโกดังร้านค้าส่ง โชว์โครงสร้างงานผนังอิฐโบราณ เพดาน ต้นเสา ผนังบางส่วนยังเก็บงานกระเบื้องโบราณที่เหลือจากการแตกกระเทาะไว้ให้ชม แสงจากโคมไฟที่คล้ายแสงเทียน ไม่ได้สว่างจ้าแจ่มชัดจนไม่เหลืออะไรให้คาดเดา ไม่ได้ปรับเปลี่ยนจนทำลายอรรถรสของความเป็นย่านการค้าเมืองเก่า


ชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 เป็นห้องอาหารปรับอากาศ แต่ชั้นที่ 1 แตกต่างตรงมีชานชาลาริมแม่น้ำ ถ้าพ้นฤดูฝน ผู้จองโต๊ะบริเวณนี้จะได้สูดอากาศริมแม่น้ำและชมความงามวัดอรุณฯ โดยไม่มีสิ่งใดขวางกั้น


ที่นี่บริการอาหารไทยและอาหารตะวันตก ดูแลโดยเชฟชาวอังกฤษซึ่งโปรดปรานอาหารไทยมาก คอนเซปต์รายการอาหารไทยที่นี่คือนำ Street Food ของไทยมาควบคุมคุณภาพให้อยู่ในระดับห้าดาว ขณะที่อาหารตะวันตกก็เป็นเมนูที่รับประทานได้ง่ายๆ


เมนูติดอันดับขายดี ทูน่า ทาร์ทาร์ (Tuna Tartar, 340 บาท) เนื้อปลาทูน่าหั่นเต๋าคลุกเคล้าด้วยสมุนไพรสดกับน้ำมะนาว แต่งหน้าด้วยอโวคาโดปรุงรส วางเกี๊ยวกรอบมาข้างๆ

อาหารจานหลัก หมูสามชั้นอบ (Twice-Cooked Crispy Pork Belly, 590 บาท) หมูสามชั้นอบจนหนังกรอบ-เนื้อหมูเปื่อยนิ่ม ราดซอสทำจากน้ำสต๊อกที่ได้จากการอบเคี่ยวกับน้ำมะขามเปียก วางมาบนฟักทองบดและผักบุ้งผัดน้ำมันซึ่งเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ ชูรสด้วยแอปเปิลและขิงดองแต่งหน้าไว้ด้านบน


อาหารไทยๆ เช่น ปลาทอดสามรส (Pla Sam Rod, 550 บาท) ใช้ปลาเก๋าทั้งตัว แล่เนื้อเป็นชิ้นๆ ทอดในน้ำมันเดือดทั้งเนื้อปลาและตัวปลา จนเนื้อปลากรอบนอกนุ่มในและเป็นสีเหลืองทองสวย ราดด้วยซอสพริกสามรส คือเผ็ด หวาน เปรี้ยวปะแล่มๆ คนชอบรสหวานนำคงชอบ กินกับข้าวสวยร้อนๆ คงได้รสพอดี


อาหารคุ้นลิ้นคนไทยอีกหนึ่งรายการ กุ้งกับสองน้ำจิ้ม ชื่อในเมนูเขียนว่า Shrimp Bucket (420 บาท) กุ้งสุกเสิร์ฟกับน้ำจิ้มสองรส คือ น้ำจิ้มทะเลแบบไทยๆ กับน้ำจิ้มมายองเนสผสมสมุนไพรแบบตะวันตก


ของหวานที่ได้ชิมวันนั้น ดับเบิ้ล ช็อกโกแลต บราวนี่ (Double Chocolate Brownie, 240 บาท) ทำจากช็อกโกแลตวาลโฮนา(Valhorna) แต่งหน้าด้วยไอศกรีมวานิลลา ซอสช็อกโกแลตและแมคคาเดเมียบด


อิ่มแล้วแนะนำให้เดินขึ้นบันไดไปชั้นดาดฟ้าซึ่งให้บริการ บาร์เครื่องดื่ม บนชั้นนี้คุณจะได้ชม 'วัดแจ้ง' เต็มตา และถ้าหันหลังกลับก็จะพบกับความงามของ 'วัดโพธิ์' ที่รออยู่


บาร์เครื่องดื่มบนชั้นดาดฟ้าให้บริการทั้งค็อกเทลและม็อคเทล เช่น ราสพ์เบอร์รี สแปลช (Raspberry Splash, 220 บาท) วอดก้าราสพ์เบอร์รีผสมกับน้ำแครนเบอร์รี ราสพ์เบอร์รีเข้มข้น น้ำมะนาว คลับโซดา, รู้ฟท็อป พันช์ (Rooftop Punch, 275 บาท) ที่มีเหล้ารัมเป็นหลัก

ใครรับหน้าที่ขับรถควรสั่งม็อคเทล บาร์เทนเดอร์แนะนำ ฟรูลลาตา (Frullata) มะม่วงสดปั่นกับเสาวรสและใบสะระแหน่ หรือจะลองชิม เวอร์จิน โมฮิโต (Virgin Mojito) เรียกความสดชื่นด้วยการผสมกันระหว่างน้ำมะนาวสด น้ำตาลทรายแดง โซดาและใบสะระแหน่


ศาลา รัตนโกสินทร์ เปิดบริการทุกวัน 11.00-22.00 น.โทร.0 2622 1388 คลิก www.SalaRattanakosin.com จอดรถได้ที่ซอยวัดโพธิ์

ภาพ : เอกรัตน์ ศักดิ์เพชร