เที่ยวแบบระวังที่ปารีส

เที่ยวแบบระวังที่ปารีส

นครปารีส เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยสีสันและแสงสีของฝรั่งเศส ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่จริงจังกับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม

ประเภทฉกชิงวิ่งราวและล้วงกระเป๋า ปัญหานี้มักเกิดกับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ บางรายนั่งอยู่บนแท็กซี่แท้ๆ ยังโดนทุบกระจกฉกของมีค่าไปต่อหน้าต่อตา ใครจะไปเที่ยวปารีสมักจะได้รับคำเตือนและบอกเล่าเคล็ดลับในการเก็บของมีค่าเงินทองและเอกสารสำคัญ

ถึงแม้คดีพวกนี้ดูจะเล็กน้อย แต่ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ตำรวจฝรั่งเศสนิ่งเฉยอยู่ไม่ได้ หลายฝ่าย โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวออกมาโวยวาย เพราะกลัวว่านักท่องเที่ยวจะไม่มาเที่ยวและช้อปที่ปารีส

เมื่อเร็วๆ นี้ รายงานจากตำรวจปารีสแจ้งว่า นักท่องเที่ยวที่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมประเภทนี้มากที่สุดคือ นักท่องเที่ยวจากจีน ปีนี้พบว่าจำนวนคนจีนที่มาเที่ยวที่ปารีสถูกล้วงกระเป๋าและฉกชิงวิ่งราวเพิ่มขึ้น 22 เปอร์เซ็นต์ จากเมื่อปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน

ชาวจีนที่มาเที่ยวที่ปารีสเมื่อปีที่แล้วมีจำนวน 1.4 ล้านคน โดยเพิ่มขึ้น 23 เปอร์เซ็นต์ จากเมื่อปี 2554

สาเหตุหลักเพราะพวกเขานิยมพกเงินสดมากกว่าจะใช้บัตรเครดิต เงินสดเป็นที่ต้องการของมิจฉาชีพมากกว่าบัตรเครดิต นอกจากนั้น พวกเขายังใหม่ต่อกลเม็ดวิธีหลอกล่อของมิจฉาชีพ เพราะส่วนใหญ่เป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรก คนจีนใช้จ่ายเงินอย่างสนุกสนานและไม่คิดหน้าคิดหลังในระหว่างท่องเที่ยว ปีที่แล้วพวกเขาใช้จ่ายในต่างประเทศ จำนวน 102 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมากขึ้นกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ จากปี 2554

จริงๆ แล้ว นักท่องเที่ยวจากรัสเซียเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ใช้จ่ายเงินอย่างสนุกสนานในระหว่างท่องเที่ยว แต่อาจจะเป็นเพราะจำนวนที่น้อยกว่าและพวกเขามีลักษณะที่น่าเกรงขามกว่าคนจีน ทำให้ไม่ค่อยตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ

พอล โรลล์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวของปารีสเล่าให้ฟังว่า ในระหว่างที่เขายืนอยู่หน้าร้านหลุยส์ วิตตอง บนถนนชองอาลิเซ่ คนจีนกลุ่มหนึ่งมาขอให้เขาช่วยเข้าไปซื้อกระเป๋าของแบรนด์ดังนี้ เพราะสินค้าแสนแพงแบรนด์นี้จำกัดให้ลูกค้าซื้อได้แค่คนละ 2 ใบเท่านั้น พวกเขายื่นเงินสดปึกใหญ่ให้ ถ้าพวกเขาไปเจอมิจฉาชีพ นอกจากจะไม่ได้กระเป๋ายังต้องสูญเงินด้วย

ชาวปาริเซียนก็ไม่พอใจเรื่องนี้เพราะทำลายชื่อเสียงของประเทศและเมืองปารีส ซึ่งอาจทำให้นักท่องเที่ยวหันไปเที่ยวประเทศอื่น พวกเขาใช้วิธีการเตือนนักท่องเที่ยวผ่านทางเฟสบุ๊คและทวิตเตอร์ ทวิตเตอร์รายหนึ่งเตือนว่า มิจฉาชีพอาจปลอมตัวเป็นคนพิการและขอแลกเปลี่ยนที่นั่งกับนักท่องเที่ยวบนรถไฟใต้ดิน พวกนี้จะอาศัยช่วงเปลี่ยนที่นั่งนี่เองล้วงเอาเงินและของมีค่าออกจากกระเป๋านักท่องเที่ยว

ตัวแทนบริษัทของแบรนด์ยี่ห้อดังๆ เช่น ชาแนล หลุยส์ วิตตองและเฮอร์เมส ต่างพากันออกมาแสดงความวิตกกังวลว่า ถ้าปัญหาอาชญากรรมประเภทนี้ยังไม่ได้รับการจัดการ นักท่องเที่ยวมือเติบจากจีนและประเทศอื่นๆ อาจจะเปลี่ยนใจไปเที่ยวลอนดอนหรือมิลานแทน

ตอนนี้ ทางการฝรั่งเศสยอมรับและรีบจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเพิ่มจำนวนตำรวจประมาณ 200 นาย เพื่อตรวจตราในเขตที่มีนักท่องเที่ยวชุกชุม นอกจากนี้ยังพิมพ์ “คู่มืออยู่อย่างปลอดภัยในปารีส” เป็นภาษาจีน เกาหลี ญี่ปุ่นและสเปน แจกนักท่องเที่ยว

คู่มือแนะว่าไม่ควรจะสะพายเป้หลังเพราะจะไม่เห็นว่ามีใครมาล้วงหรือกรีดกระเป๋า นอกจากนี้ ผู้ร้ายอาจปลอมตัวเป็นตำรวจเพื่อขอตรวจหนังสือเดินทางและสอบถามจำนวนเงิน ถ้านักท่องเที่ยวบอกจำนวนเงิน พวกนี้จะหาทางล้วงหรือขโมยได้ อีกตัวอย่างหนึ่ง ในขณะที่นักท่องเที่ยวกำลังเบิกเงินหรือจ่ายเงิน พวกนี้จะเข้าประชิดตัวและขอให้ช่วยลงชื่อในการรณรงค์ต่างๆ ในระหว่างนั้นก็จะสังเกตรหัสบัตรเครดิตหรือบัตรเบิกเงิน หลังจากนั้นก็จะหาทางล้วงกระเป๋าและนำบัตรไปกดเงิน

แม้แต่สถานทูตสหรัฐฯ ที่ปารีสก็พิมพ์คู่มือเพื่อเตือนคนอเมริกันให้ระวังมิจฉาชีพ คู่มือแนะให้ถ่ายสำเนาหนังสือเดินทางทุกหน้าและเอกสารทุกอย่างที่มีในกระเป๋า สำหรับผู้หญิง แนะให้ใช้กระเป๋าที่มีซิปเท่านั้น

นอกจากนี้ยังเตือนให้ระวังระหว่างเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินด้วย เพราะอาจเจอเทคนิคดั้งเดิม มิจฉาชีพจะมากัน 2 คน คนหนึ่งจะแกล้งทำน้ำหกหรือไอติมหล่นเปื้อนเป้าหมาย ในขณะกำลังขอโทษขอโพยพร้อมทั้งเช็ดน้ำให้ อีกคนก็จะเข้ามาล้วงกระเป๋าจากด้านหลัง นักท่องเที่ยวควรระวังถูกล้วงกระเป๋าช่วงขึ้นและลงรถไฟใต้ดินด้วย

เว็บไซท์ด้านท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง TripAdvisor ก็มีหน้าพิเศษสำหรับเรื่องนี้ เว็บไซท์นี้แนะว่า อย่าแต่งตัวหรือทำตัวให้ดูเหมือนนักท่องเที่ยว เช่นให้ใช้แผนที่เล็กๆ แทนแผนที่แบบพับได้ และอย่านุ่งกางเกงขาสั้นเพราะคนปารีสถือว่าเป็นการแต่งตัวเมื่อพวกเขาไปท่องเที่ยวเท่านั้น

...............................
ที่มา เว็บไซท์ซีเอ็นเอ็น