วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บ่ายวันหนึ่ง กับ Natasha เพลงโปรดจากโลกส่วนตัว

อนันต์ ลือประดิษฐ์ เขียนถึงอีพีชุด An Afternoon with Bob James ของ โอ่ง เมลโลว์ โมทิฟ

ชื่อของ Natasha Patamapongs หรือเขียนเป็นไทยว่า “ณัฐชา ปัทมพงศ์” อาจจะไม่เป็นที่คุ้นเคยคนฟังเท่าไหร่นัก เมื่อเปรียบเทียบกับอีกชื่อหนึ่งของเธอ โอ่ง เมลโลว์ โมทิฟ นักร้องไทยร่วมสมัยที่มีความเคลื่อนไหวให้จับตาอย่างต่อเนื่อง ในรอบหลายปีที่ผ่านมานี้

เริ่มตั้งแต่อัลบั้มเต็ม ที่ทยอยออกมา 2 ชุดด้วยกัน ในนามของ เมลโลว์ โมทิฟ ซึ่งแต่ละชุดบรรจุเพลงแจ๊สฟังสบาย ในอารมณ์ผ่อนคลายแบบ “เลย์ด แบ็ค” ทั้งเพลงสแตนดาร์ดสากล และเพลงไทยร่วมสมัยที่หยิบมา “รีฮาร์มอไนเซชั่น” ใหม่ ให้พริ้มพรายไปกับเสน่ห์เฉพาะของดนตรีแนวนี้

จากนั้น มิตรรักแฟนเพลงยังคงได้รับข่าวคราวการแสดงสดของเธอในพื้นที่ต่างๆ บนเวทีน้อยใหญ่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ราวกับเพื่อพิสูจน์ถึง “คุณภาพ” ของนักร้องและนักดนตรีไทยร่วมสมัยกลุ่มนี้ ซึ่งเราสามารถอวดโฉมศักยภาพทางดนตรีให้แฟนเพลงนานาประเทศ ได้ประจักษ์รับรู้อย่างน่าภาคภูมิ

จะเป็นด้วยธรรมชาติของ โอ่ง ซึ่งเป็นคนไม่อยู่นิ่ง หรือจะเป็นเพราะสภาพแวดล้อมทางดนตรีในบ้านเรา ที่ไม่เอื้ออำนวยบรรยากาศการทำงานสร้างสรรค์อย่างยิ่ง ก็สุดทำเนา ... แต่นั่นทำให้ศิลปินอย่างเธอต้องดิ้นรนขวนขวาย หาโอกาสและช่องทางในการนำเสนอผลงานอยู่เสมอๆ ดังเห็นได้จากความพยายามเปิดกว้างสู่โลกภายนอก เช่นเดียวกันกับการเรียนรู้ในหมู่ผู้คนซึ่งไม่เคยสิ้นสุด

วันหนึ่ง เมื่อประสบจังหวะเหมาะ โอ่ง ณัฐชา ซึ่งมีความชื่นชอบมือเปียโนระดับพระกาฬ อย่าง บ๊อบ เจมส์ (Bob James) แห่งวง “โฟร์เพลย์” เป็นทุนเดิม จึงชักชวน บ๊อบ และเพื่อนนักดนตรีคนอื่นๆ เดินเข้าห้องอัดด้วยกัน ในระหว่างที่พวกเขาเดินทางมาเป็นส่วนหนึ่งของ Bangkok Jazz Festival เมื่อหลายปีก่อน

ผลลัพธ์ของการทำงานในบ่ายวันนั้น ใช้เวลานอนนิ่งอยู่ในแฟ้มระยะหนึ่ง ก่อนจะคลี่คลายมาเป็นอีพีชุด An Afternoon with Bob James ซึ่งโอ่งทำหน้าที่โปรดิวซ์เอง เธอคัดเลือกบทเพลงที่เธออยากร้อง โดยมีนักดนตรีระดับยอดฝีมือ ทำหน้าที่เล่นแอคคอมพานีให้ ประกอบด้วย บ๊อบ ในตำแหน่งเปียโน , ป่อง เทอดศักดิ์ วงศ์วิเชียร ดับเบิลเบส , ลูว์อิส ปรากาซาม (Lewis Pragasam) จากมาเลเซียในตำแหน่งกลอง และ แจ็ค ลี (Jack Lee) จากเกาหลีใต้ ในตำแหน่งกีตาร์

งานนี้ แม้จะเป็นผลผลิตในประเทศไทย แต่บอกได้ว่าคุณภาพระดับ “อินเตอร์” ทีเดียว นับเป็นการพลิกโฉมผลงานดนตรีเท่าที่ผลิตกันมาในประเทศไทยอยู่ไม่น้อย ตั้งแต่ตัวเพลง และตัวศิลปิน จนถึงภาคโปรดักชั่น ที่มี ศราวุธ พรพิทักษ์สุข รับหน้าที่ดูแลการบันทึกเสียง จนถึงขั้นตอนการทำมาสเตอริงที่เป็นงานถนัดของเขา

หลายคนคงจำกันได้ วู้ดดี ศราวุธ คือแกรมมี่ตัวจริงหนึ่งเดียวในเมืองไทย เพราะเขาเป็นคนไทยคนแรก(และปัจจุบันยังเป็นคนเดียว) ที่คว้ารางวัลแกรมมี่ ในสาขา รีมาสเตอริง เอนจิเนียร์ จากสถาบัน NARAS สหรัฐอเมริกา เมื่อหลายปีก่อน

โดยส่วนตัวผม สัมผัสกับเสน่ห์ที่โดนใจในทันทีเมื่อแรกฟังอีพีชุดนี้ นั่นคือ แง่มุมของการคัดสรรบทเพลง ซึ่งล้วนแต่หาฟังได้ยาก โอ่งช่วยให้เราพบว่า ยังมีบทเพลงอันไพเราะทรงคุณค่าอีกมากมาย ที่หลายคนไม่เคยได้ทำความรู้จัก นักร้องสาวคนนี้หลงใหลบทเพลงเหล่านี้เป็นการส่วนตัวมาเนิ่นนานแล้ว ตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย นี่จึงเป็นการแบ่งปันประสบการณ์ความสุนทรีย์ที่น่าชื่นชมยิ่ง

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับ Something Happen to Me ในเวอร์ชั่นของ แนท คิง โคล (ต่อมาน้องชาย เฟรดดี โคล และ แนนซี วิลสัน ก็หยิบมาร้อง) มาก่อน แต่ โอ่ง เปลี่ยนความคุ้นเคยเดิมของคนฟัง ด้วยคาแรคเตอร์ของเพลงที่เปลี่ยนไป ผ่านน้ำเสียงการร้องที่หมดจดในแบบฉบับของเธอ น้ำหนักของการทอดเสียง เรื่องความสั้นยาวของตัวโน้ต และจังหวะคำระหว่างห้อง ที่ให้คอนเซ็พท์ใหม่ ขณะที่บ๊อบ เจมส์ โซโลเนียนๆ ในช่วงกลางเพลง โดยมี แจ็ค ลี ฝากไลน์โคดากีตาร์น่าประทับใจในตอนจบ

Essa Passou บทเพลงของ คาร์ลอส ไลรา นักร้องนักแต่งเพลงรุ่นตำนาน ในชีพจรเพลงท้องถิ่นบราซิเลียนที่ โอ่ง ถนัดเป็นพิเศษ และเธอนำเสนอได้อย่างเป็นธรรมชาติ แนบเนียนกับกรู้ฟ โดยเฉพาะในช่วงสแกทของเพลงนี้ ถือเป็นไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด

อีพีชุดนี้ มิได้มีเพลงใสๆ เท่านั้น โอ่ง พาเราเดินลึกลงไปในเพลงเด็กเก่าแก่จากยุคซิกซ์ตีส์ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะมีรากฐานมาจากเพลงโฟล์ค “แอโฟร-อเมริกัน” Dat Dere เป็นบทประพันธ์ของ บ๊อบบี ทิมมอนส์ ซึ่งครั้งหนึ่ง ออสการ์ บราวน์ จูเนียร์ นักแสดงผิวสีได้เขียนคำร้องและร้องถ่ายทอดไว้ และเช่นเคย ในแบบฉบับของ โอ่ง นั้น เพลงนี้สะท้อนถึงความคิดฝันแบบเด็กๆ ที่อยากรู้อยากเห็น ทว่า แปลกและแตกต่างไปจากต้นฉบับเดิม

ช่วงท้ายมีเพลงจากเคอร์มิทและเหล่ามัพเ