เมฆาจาริก

เมฆาจาริก

หากการเดินทางในความเข้าใจของหลายคนคือการท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อชื่นชมความงดงาม เพื่อเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากสถานที่เหล่านั้น

ได้พบปะผู้คน ได้ดื่มด่ำลิ้มอรรถรสเมื่อได้เป็นผู้มาเยือน อาจไม่ผิดเสียทั้งหมด แต่ก็อาจไม่ใช่ความจริงทั้งสิ้น

เพราะการเดินทางหรือเรียกแบบปรัชญาว่าจาริกนั้นอาจหมายความไปถึงการเสาะแสวงหาอะไรบางอย่างที่ตกค้างพร่าเลือนไปจากห้วงคิด จนบางคราต้องนั่งทบทวนว่าสิ่งนั้นคืออะไร สำหรับบางคนการจาริกไปในก้นบึ้งแห่งจิตใจอาจคือคำตอบขององคาพยพชีวิตก็เป็นได้

ใน 'เมฆาจาริก' ของ ธมกร ก็เช่นเดียวกัน แม้ยังไม่พูดถึงว่านี่คือกวีนิพนธ์เชิงปรัชญาชีวิตที่เข้ารอบลึกรางวัลซีไรต์ปีนี้ และน่าจับตามองยิ่งนักว่าอาจเป็นผลงานเข้าวินก็ได้...ใครจะรู้

ทว่าตัวบทกวีนิพนธ์เชิงปรัชญาชีวิตเล่มนี้แม้ไม่ถูกแต่งหน้าทาปากด้วยชื่อชั้นผู้เข้ารอบรางวัลใหญ่ ก็ยังเป็นกวีนิพนธ์ที่น่าอ่านด้วยท่วงท่าลีลาแบบสุขุมสุภาพแต่ลึกซึ้งกินใจหาใดปาน แต่ละเรื่องค่อยๆ บอกเล่าผู้อ่านพลางเชื้อเชิญให้เริ่มต้นเดินทางไปกับตัวอักษรและความคิดอย่างแยบยล แต่ก็ไม่ละทิ้งปรารถนาดีต่อสังคมซึ่งล้วนเริ่มต้นจากกมลสำนึกของมนุษย์ผู้ประเสริฐ

หากมองกวีนิพนธ์เล่มนี้เป็นปรัชญาสอนชีวิตก็คงไม่ผิดนัก แต่ถ้ามองความงามของฉันทลักษณ์แบบ 'ขนบ' ก็ยิ่งเห็นเด่นชัด ยิ่งอ่านยิ่งเหมือนได้เดินทางไปสู่เมฆาบนฟ้ากว้าง ยิ่งอ่านยิ่งดำดิ่งสู่ดวงใจอันลึกเร้นของมนุษย์ ยิ่งอ่านยิ่งค้นพบความพร่องแต่ก็ไม่วายได้พบความงามในคราวเดียวกัน

แม้กวีนิพนธ์แบบขนบเดิมคล้ายจะล้าสมัยไปแล้วในยุคนี้ แต่เมฆาจาริกก็มีองค์ประกอบหลายหลากที่ยากจะปล่อยผ่าน ต้องเปิดหน้ากระดาษถัดไปๆ จนถึงหน้าสุดท้าย

แล้วการจาริกสู่เมฆาก็ได้เริ่มต้นขึ้น...