สิ่งใหม่ๆ ที่ญี่ปุ่นสร้างแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่ได้มีแค่การประกาศยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศให้คนไทยและคนมาเลเซีย
ที่ประสงค์จะใช้เวลาพำนักใน ญี่ปุ่น ระยะสั้นเท่านั้น แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ หลายแห่ง เทรนด์ใหม่ๆ รวมถึงภาวะความจริงทางเศรษฐกิจทำให้ดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัยที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวพลาดไม่ได้ และไม่มีช่วงเวลาไหนที่จะเหมาะไปเที่ยวญี่ปุ่นเท่ากับช่วงนี้อีกแล้ว
เงินเยนอ่อน : ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เงินเยนอ่อนค่าลงมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ชาวต่างชาติจึงเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในญี่ปุ่นมากขึ้น เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 31.2 เมื่อเทียบกับปีก่อน ขอให้ลืมทุกสิ่งที่คุณเคยได้ยินเกี่ยวกับญี่ปุ่นว่าเป็นประเทศที่มีค่าใช้จ่ายสำหรับนักท่องเที่ยวที่แพงที่สุดในโลกไปได้แล้ว เพราะตอนนี้มันกลายเป็นประเทศที่มีค่าใช้จ่ายถูกที่สุดในบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว
รถไฟหัวกระสุน : ชินคันเซ็น เครือข่ายรถไฟความเร็วสูงในญี่ปุ่นที่ครอบคลุมพื้นที่สำคัญต่างๆ ของประเทศตามเมืองใหญ่ๆ ตอนนี้กำลังมีการขยายเส้นทางไปยังเมืองอาโอะโมะริ ทางตอนเหนือของเกาะฮอนชู และไปยังตอนใต้ของเมืองคาโกชิมะ บนเกาะคิวชู การเดินทางสำรวจแผ่นดินใหญ่ทั้งหมดของญี่ปุ่นผ่านชินคันเซ็นจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ และที่ดีไปกว่านั้นคือ นักท่องเที่ยวสามารถใช้บัตรเจอาร์พาส หรือบัตรโดยสารรถไฟท่องเที่ยวแบบไม่จำกัดระยะทางในการนั่งรถไฟชินคันเซ็นได้ด้วย นอกเหนือจากใช้ขึ้นรถไฟเจอาร์ รถโดยสารและเรือเฟอร์รี่ของเจอาร์ โดยจ่ายไม่เกิน 300 เหรียญสหรัฐอเมริกาหรือหนึ่งหมื่นบาทต่อสัปดาห์ ซึ่งนับว่าคุ้มมาก
การกลับมาของคาบูกิ : คาบูกิซะ โรงละครคาบูกิในกรุงโตเกียวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่นได้ฤกษ์เปิดให้บริการใหม่ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาหลังจากที่ปิดปรับปรุงเป็นเวลาหลายปี นับเป็นข่าวดีของแฟนๆ ของศิลปะการแสดงแบบดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่นที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปถึงเมืองเกียวโตเพื่อชมการแสดงที่มีมนต์ขลังทั้งเครื่องแต่งกายและแสงสีเสียง
สายการบินโลว์คอสต์ : สายการบินเจแปน แอร์เวย์ และออล นิปปอน แอร์เวย์ ผูกขาดเที่ยวบินภายในประเทศมานานหลายปี แต่เมื่อเร็วๆ นี้มีการแก้กฎระเบียบที่เปิดโอกาสให้สายการบินโลวคอสต์ไม่น้อยกว่า 7 แห่ง เข้ามาให้บริการได้ ทำให้สายการบินประจำชาติ 2 แห่ง กำลังเผชิญการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง แม้แต่จุดหมายปลายทางที่อยู่ห่างไกล เช่น ฮอกไกโดและโอกินาวะ ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมของนักท่องเที่ยวงบประมาณต่ำ
ไมโครบริวเวอรี่ : นักดื่มส่วนใหญ่มักคิดถึงแต่สาเกเวลามาญี่ปุ่น แต่คอเบียร์ทั้งหลายน่าจะถูกอกถูกใจกับไมโครบริวเวอรี่หรือโรงเบียร์ขนาดเล็กและผับที่ขายแต่เบียร์ที่ผุดขึ้นมากมายทั่วเกาะ คุณจะต้องตะลึงกับคราฟท์ เบียร์จำนวนมากที่เป็นฝีมือหมักและผลิตโดยโรงหมักเบียร์อิสระที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติทั้งหมดและไร้สารกันบูด เน้นการปรุงเบียร์รสใหม่ๆ ตำรับพิเศษ และมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ รสชาติของมันสามารถสู้เบียร์ที่ผลิตในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรปได้สบาย ตอนนี้มันกลายเป็นเบียร์ที่โปรดปรานของหมู่คนรักเบียร์ในญี่ปุ่นไปแล้ว
แคปซูลฮิบๆ : โรงแรมแคปซูลที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นเคยมีขนาดใหญ่กว่าที่พักพิงของหนุ่มขี้เมาที่พลาดรถไฟเที่ยวสุดท้ายนิดเดียว แต่ปัจจุบันนี้ โรงแรมแคปซูลดีไซน์เก๋ๆ มีให้เห็นเกลื่อนกลาดทั่วประเทศ เช่น แคปซูลเรียวกังที่เกียวโต แคปซูลเซ็นจูรี่ ชิบูย่าที่โตเกียว หรือเฟิร์สทเคบินในโอซากา
โตเกียวสกายทรี : ถ้าคุณต้องการชมวิวของกรุงโตเกียว คุณต้องไม่พลาดโตเกียวสกายทรี หอคอยกระจายคลื่นแห่งใหม่ที่เปิดในปี ค.ศ. 2012 ปัจจุบันเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นที่มีความสูงถึง 634 เมตร เป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดที่จะเห็นโตเกียวทั้งหมด และถ้าคุณโชคดีก็อาจจะได้เห็นภูเขาฟูจิอยู่ลิบๆ
ตามรอยเจมส์ บอนด์ : เกาะกันไคจิมะ หรือฮาชิมะจิมะที่อยู่ห่างจากเมืองนางาซากิไปราว 15 กิโลเมตร ถูกใช้ถ่ายทำเป็นฐานลับของตัวร้ายในภาพยนตร์ในเรื่องเจมส์ บอนด์ สกายฟอลล์ ตอนนี้มีการจัดทัวร์ออกจากนางาซากิไปยังเหมืองถ่านหินบนเกาะร้างแห่งนี้ซึ่งมีรูปร่างลักษณะคล้ายเรือรบยักษ์
พิพิธภัณฑ์แมกเลฟ : พิพิธภัณฑ์ SCMAGLEV & Railway Park ที่ชานเมืองนาโกย่าเพิ่งเปิดให้บริการเมื่อ 2 ปีก่อน คนที่ชื่นชอบหรือหลงรักในรถไฟห้ามพลาด เพราะที่นี่มีประวัติศาสตร์ของรถไฟและอิทธิพลที่มีต่อเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและวิถีชีวิต
และยังมีรถไฟพลังแม่เหล็ก (maglev) ของจริง รถไฟชินคันเซ็นรวมถึงรถไฟคลาสสิกจัดโชว์อยู่ที่นี่ด้วย
....................
ที่มา เว็บไซต์โลนลี่แพลนเน็ต


