Auckland…“City of Sails”

Auckland…“City of Sails”

ปัจจุบันอ็อคแลนด์เป็นเมืองเศรษฐกิจพาณิชย์อันดับหนึ่งของนิวซีแลนด์ และเป็นศูนย์รวมทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม ความบันเทิง

อ็อคแลนด์(Auckland)แลดูใหญ่ จนไม่เป็นกันเองเอาซะเลย

ความในใจที่โพล่งขึ้นเมื่อแรกเห็นอ็อคแลนด์ ฉันขยี้สายตาคู่สลึมสลือ เพื่อมองเมืองหลวงเก่าของนิวซีแลนด์ให้ถนัด

แค่เห็นป้าย i-Site ฉันก็เดินหอบกระเป๋าตุปัดตุเป๋ผลักประตูผลัวะเข้าไปหาที่พึ่งอย่างใจเย็น อย่างน้อยการตะลอนเที่ยวในเมืองใหญ่อันดับหนึ่งของนิวซีแลนด์ คงไม่ยากเย็นจนเกินไป หากได้ข้อมูลจากเจ้าถิ่นมาช่วย

จากนั้นลากสังขารและหอบอาการง่วงเหงาหาวนอนไปนั่งแฮงก์ที่ร้านกาแฟหน้าตึก Sky Tower แล้วจัดการปลุกตัวเองด้วยกาแฟแกล้มกับไข่ต้มจากร้านของชำข้างตึก

เช้าที่อ็อคแลนด์ฟ้าใสกระจ่าง กรุ่นลมหนาวและหมอกจาง ยังคลอเคลียตึกรามสูงใหญ่ไม่ห่าง ทุกชีวิตในเมืองใหญ่กำลังเริ่มต้นวันใหม่ หนุ่มสาวออฟฟิศ นักเรียน คนขายของ คนเก็บขยะ ต่างขับเคลื่อนกิจกรรมในแบบและวิถีทางของตัวเอง

ดาวเด่นประจำอ็อคแลนด์อย่างตึก Sky Tower เริ่มคึกคักขึ้นด้วยผู้คน แทนที่จะตะกายส่วนสูง 328 เมตรขึ้นไปมองอ็อคแลนด์บนที่สูง แต่ฉันกลับเลือกแหงนคอมอง Sky Tower อย่างไม่ยินดียินร้าย ปล่อยให้ยืนเด่นตระหง่าน เชิ่ดหยิ่งเหมือนทุกวัน

ตึกนี้แหละที่สูงกว่าใครเขาเพื่อนในนิวซีแลนด์ แถมยังมีดีกรีเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สูงที่สุดในซีกโลกใต้ ข้างบนของตึกมีร้านอาหาร ที่สามารถมองเห็นตับไตใส้พุงของอ็อคแลนด์ได้ทั้งเมือง แถมมีคาสิโนให้นักเสี่ยงโชคทั้งหลายได้บริหารเงินในกระเป๋า

ส่วนพวกขาบันจี้ จัมพ์ที่ตระเวนโดดแล้วดิ่งมาทั่วโลก มักจะมาสร้างสถิติใหม่ให้ตัวเองกันที่นี่ เพราะที่ Sky Tower เป็นจุดกระโดดบันจี้ จัมพ์ที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 202 เมตร

อีตา เอเจแฮ็กเกต (A.J. Hacket) ผู้ก่อตั้งการโดดบันจี้จัมพ์ ก็ได้มาสร้างสถิติการโดดบันจี้สูงที่สุดในโลกที่นี่ไว้เหมือนกัน เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2541 นึกแล้วสยองไม่หาย ขนาดฉันกระโดดแค่ 43 เมตรยังหวิดหัวใจวาย นี่ขืนมาทำสถิติ 202 เมตร เห็นทีคงเปรี้ยวไม่ออก แถมเผลอๆ จะช็อคคาเชือก

แหงนคอตั้งบ่ามองตึก Sky Tower อย่างไม่ได้คิดอะไร เพราะเชื่อว่าเช้า ๆ แบบนี้คงไม่ใครเปรี้ยวมากระโดดบันจี้รับอรุณ

แดดอ่อน ๆ กับกาแฟเข้ม ๆ ปลุกฉันให้ตาสว่างได้อย่างเหลือเชื่อ ครั้นตาสว่างแล้วคราวนี้เท้าเริ่มอยู่ไม่สุขแล้วสิ ฉันเลือกถนน Wellesley เป็นจุดเริ่มต้นเดินเท้า จุดหมายอยู่ที่ Aotea Square

ดูเหมือนทุกชีวิตเร่งรีบไปยังจุดหมายของตัวเอง สมกับเป็นเช้าวันจันทร์ Aotea Square ยามเช้ายังว่างโล่ง มีเพียงแสงเบาบางแต่งแต้มจัตุรัส นึกเสียดายอยู่ในใจ ว่าน่าจะมาถึงอ็อคแลนด์ก่อนหน้านี้ซักสองวัน เพราะทุกศุกร์-เสาร์ ที่จัตุรัสแห่งนี้จะมีตลาดนัดขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยแผงลอย ที่นำผลงานทางศิลปะและงานฝีมือมาวางขาย ที่เด็ดกว่านั้นคือแผงขายอาหาร ในแบบกีวี๊ กีวี

พูดถึงเรื่องตลาดในอ็อคแลนด์มีตลาดที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นตลาด Otara ที่เปิดเฉพาะแค่วันเสาร์ หกโมงเช้ายันเที่ยงคืน ที่นี่เป็นตลาดใหญ่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดของอ็อคแลนด์

นั่นเป็นตลาดวันเสาร์แต่ถ้าเป็นตลาดวันอาทิตย์แล้วล่ะก็ ต้องไปที่ตลาด Takapuna ที่อยู่ตรง Central Carpark ตลาดนี้เปิดตั้งแต่หกโมงเช้ายันเที่ยงคืนเหมือนกัน ขายทั้งผัก ผลไม้ ดอกไม้ พืชพันธุ์ธัญญาหาร งานฝีมือและสิ่งประดิษฐ์ เฟอร์นิเจอร์และเสื้อผ้าอาภรณ์

มีอยู่ตลาดหนึ่งที่ฉันได้ยินกิตติศัพท์มานาน ว่าเป็นแหล่งช้อปที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของอ็อคแลนด์ บางคนเรียกจตุจักรบนแผ่นดินนิวซีแลนด์ นั่นคือตลาด Victoria Park บนถนน Victoria ว่ากันว่า ตลาดแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งเตาเผาขยะมาก่อน ตัวอาคารเป็นอิฐสีเหลือง

อยากได้อะไรล่ะ มีหมด ทั้งร้านขายเทียนหอมและของที่ระลึกนานาชนิด ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับ แกลเลอรี่ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะของบรรดาศิลปินทั้งมีชื่อและโนเนม ขนมขบเคี้ยว และลูกกวาดหลากสี ที่ล้วนดึงดูดผู้คนได้ทุกเมื่อเชื่อวัน

ยึดถนน Queen เป็นที่มั่น ฉันเดินตรงดิ่งไม่คดเคี้ยวเลี้ยวที่ไหน ด้วยหวังจะไปชมอ่าวฟรีแมนส์(Freemans Bay) และท่าเรือพรินซ์(Princes Wharf)ที่อยู่เลียบถนน Quay

ไม่รู้ตัดสินใจผิดหรือถูกที่เลือกถนน Queen เป็นทางผ่าน เพราะกว่าจะไปถึงอ่าวฟรีแมนส์ฉันแวะเบี้ยใบ้รายทางเข้าร้านโน้นออกร้านนี้ ยิ่งเป็นย่านที่ถนน Queen ตัดกับถนน Customs ด้วยแล้ว ข้าวของและร้านค้าตั้งเรียงรายจนลืมอ่าวไปสนิทใจ

กว่าจะถึงอ่าวฟรีแมนส์และท่าเรือพรินซ์ แดดจางก็หายกลายเป็นแสงแจ่ม

สายได้ที่ รอยยิ้มของพระอาทิตย์ที่ยิ้มให้ผืนน้ำ หวานจนเรือใบทั้งอ่าวนั่งไม่ติด ต้องกางใบออกมาแล่นรับลม

จะว่าไปแล้ว คนอ็อคแลนด์นอกจากคุ้นเคยกับตึกสูงระฟ้าแล้ว ยังคุ้นเคยกับเวิ้งอ่าวและชายหาดเช่นกัน ด้วยภูมิทัศน์ที่ตั้งที่อยู่เหนืออ่าวเฮารากิ (Hauraki ) และระหว่างอ่าวไวเตมาตา( Waitemata )และอ่าวมานูเกา(Manukau ) ตัวเมืองล้อมรอบด้วยน้ำทะเล

สภาพภูมิประเทศแบบนี้ ทำให้อ็อคแลนด์เป็นหนึ่งในเมืองที่มีเรือใบมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จนได้เป็นเจ้าของสมญานามCity of Sails”

ไม่เพียงสภาพทางภูมิศาสตร์เท่านั้น แต่สภาพภูมิอากาศของอ็อคแลนด์ยังเอื้อ อำนวยต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ นั่นทำให้ปัจจุบันอ็อคแลนด์เป็นเมืองเศรษฐกิจพาณิชย์อันดับหนึ่งของนิวซีแลนด์ และเป็นศูนย์รวมทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม ความบันเทิง และมีความเป็นชุมชนเมืองขนาดใหญ่มากที่สุดของประเทศ

ช่วงเวลาสั้น ๆในอ็อคแลนด์ แม้ยังรู้จักเมืองใหญ่ไม่ทะลุปรุโปร่ง ไม่ได้แล่นเรือใบในเวิ้งอ่าวงามของอ็อคแลนด์ แต่เรือใบและสายน้ำ ทำให้มอง“City of Sails” ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป