ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่

ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่

แต่ละประเทศมักจะมีความเชื่อและธรรมเนียมปฏิบัติไม่เหมือนกัน การกระทำที่ถือเป็นเรื่องธรรมดาในประเทศหนึ่งอาจเป็นเรื่องต้องห้ามในอีกประเทศได้

เช่นเรื่องการห้ามแตะศีรษะผู้อื่นในไทยเป็นเรื่องที่ทำได้ในประเทศตะวันตก เมื่อเราเดินทางไปต่างประเทศ เราควรศึกษาไว้เพื่อไม่ให้ทำผิดธรรมเนียมหรืออาจช่วยเพิ่มความโชคดีก็ได้

อิตาลี

นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลไปชมบ้านหลังหนึ่งที่เมืองเวโรนา ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นบ้านของจูเลียต คู่รักของโรมิโอแห่งนิยายรักอมตะนิรันดร์กาลของวิลเลี่ยม เชคส์เปียร์ ที่นี่ถูกยกย่องให้เป็นเสมือนที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งรักแท้ นักท่องเที่ยวจะเข้าแถวกันเพื่อจับหน้าอกของรูปปั้นสำริดของจูเลียต โดยมีความเชื่อว่าจะทำให้โชคดีในความรัก นอกจากนั้นยังนิยมเขียนจดหมายถึงจูเลียตและนำไปติดที่ผนังของบ้านด้วยหมากฝรั่ง เรื่องนี้ทำให้ทางการเวโรนาต้องออกกฎห้ามเนื่องจากหมากฝรั่งจะทำให้ผนังของบ้านโบราณได้รับความเสียหายได้ ผู้ที่ฝ่าฝืนจะโดนปรับ 600 เหรียญสหรัฐ

ฝรั่งเศส

ที่สุสานแปร์ ลาแชส ในกรุงปารีส สุสานใหญ่ที่สุดในกรุงปารีส ที่นี่เป็นที่ฝังศพของแปร์ ลาแชส กวีชาวฝรั่งเศสผู้มีชื่อเสียง ผู้คนต่างพากันมาที่นี่เพื่อสัมผัสบริเวณเป้ากางเกงของรูปปั้นของลาแชสที่อยู่บนหลุมฝังศพของเขา เพราะเชื่อว่าจะทำให้โชคดีในเรื่องความรักและสมรรถภาพทางเพศ นักท่องเที่ยวคนแล้วคนเล่าพากันไปสัมผัสบริเวณนั้นทำให้บริเวณนั้นเป็นมันเงากว่าบริเวณอื่น ทางการสุสานต้องออกระเบียบห้ามและกั้นรั้วบริเวณ แต่ก็ยังมีคนปีนรั้วเข้าไป

รัสเซีย

วัฒนธรรมรัสเซียเต็มไปด้วยความเชื่อเรื่องอำนาจลี้ลับและเรื่องเหนือธรรมชาติ เช่นการผิวปากในบ้านเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างยิ่ง เพราะจะนำโชคร้ายมายังคนในบ้าน และถือว่าเป็นการไม่สุภาพ หรือการให้ดอกไม้ จำนวนดอกไม้ต้องเป็นเลขคี่เพราะจำนวนเลขคู่จะใช้เฉพาะกับคนตายในงานศพหรือวางเหนือหลุมศพเท่านั้น นอกจากนี้ ดอกไม้สีเหลืองยังหมายถึงการนอกใจกันและถือเป็นการสาปแช่งในเรื่องความสัมพันธ์

อินเดีย

วันต้องห้ามสำหรับการตัดผมในอินเดียคือวันอังคาร เพราะเชื่อกันว่าภูตผีห้ามตัดผมในวันนี้ ร้านตัดผมจะปิดในวันอังคาร การตัดเล็บในตอนกลางคืนไม่ว่าวันไหนจะนำโชคร้ายมาสู่คนๆ นั้น นอกจากนี้การส่งของหรืออาหารบนโต๊ะอาหารต้องใช้มือขวาเท่านั้นเพราะถือกันว่ามือซ้ายใช้สำหรับการทำกิจธุระในห้องน้ำ

ตุรกี

ภายในพิพิธภัณฑ์ไบเซนไทน์ ซึ่งเคยเป็นโบสถ์และสุเหร่ามาก่อน ผนังด้านหนึ่งปิดด้วยแผ่นทองแดง ตรงกลางผนังมีรูกลมขนาดหัวแม่มือ เชื่อกันว่า รูนี้มีความศักดิ์สิทธิ์สามารถช่วยรักษาโรคต่างๆ ได้ ความเชื่อนี้มาจากข่าวลือที่ว่าจักรพรรดิจัสติเนียนหายจากโรคปวดหัวเรื้อรังด้วยการสัมผัสผนังบริเวณนี้ แต่การขอพรเปลี่ยนไป ในปัจจุบันผู้ที่มาขอพรจะต้องใส่นิ้วโป้งเข้าไปในรูและหมุนเป็นวงกลมให้ครบรอบตามเข็มนาฬิกา นอกจากนี้ คนตุรกีและกรีซยังเชื่อว่าเครื่องราง “ดวงตาเทพเจ้า” จะช่วยขับไล่ความชั่วร้ายได้และเรียกลูกค้าได้ เครื่องรางนี้จะมีลักษณะเหมือนดวงตาสีน้ำเงิน ตรงกลางเป็นจุดกลมๆ และมีหลากหลายรูปแบบและขนาด ดวงตานี้จะพบเห็นได้ทั่วไปทั้งที่บ้านและร้านค้า

อาร์เจนติน่า

คาร์ลอส เมเนม อดีตประธานาธิบดีถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นต้นเหตุของการทำให้เศรษฐกิจพังในปี 2544 และยังกลายเป็นตัวโชคร้ายของประเทศด้วย ประชาชนหลีกเลี่ยงที่จะเอ่ยชื่อเขาเพราะเชื่อกันว่าจะนำโชคร้ายมาสู่คนๆ นั้น เวลาพูดถึงเขาก็จะเรียกชื่อเขาเป็น “เมนเดซ”แทน ถ้าใครเผลอพูดชื่อเขาก็ต้องรีบแก้เคล็ดโดยผู้หญิงจะรีบแตะที่อกซ้าย ผู้ชายจะแตะที่บริเวณอัณฑะด้านซ้าย เมื่อปี 2554 สื่อมวลชนตีพิมพ์ภาพเมเนมเชคแฮนด์กับชายคนหนึ่งโดยชายคนนั้นใช้มือซ้ายจับที่บริเวณเป้ากางเกงของเขาด้วย

ญี่ปุ่น

คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ธูปศักดิ์สิทธิ์ที่เซนโซจิ วัดเก่าแก่ที่สุดของโตเกียว มีพลังช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ผู้ที่เชื่อจะนำธูปไปแตะบริเวณที่ไม่สบาย วัดแห่งนี้ยังจัดการแข่งขัน “นากิ ซูโม่” ทุกปี การแข่งขันนี้เกิดขึ้นมานานกว่าศตวรรษแล้วเพื่อเป็นการขอพรให้เด็กทารกมีสุขภาพดี ซูโม่ทั้ง 2 คนที่เข้าแข่งขันจะอุ้มเด็กทารกที่เกิดในปีก่อนหน้าและพยายามทำให้เด็กร้องไห้ ถ้าเด็กไม่ยอมร้อง กรรมการจะใส่หน้ากากผีเพื่อให้กลัวและร้องไห้

สเปน

องุ่นถือเป็นสัญญลักษณ์แห่งความโชคดีสำหรับคนสเปน คนมักจะอธิษฐานก่อนกินเหล้าองุ่น ในคืนวันก่อนวันปีใหม่ จะมีธรรมเนียมกินเหล้าองุ่น 12 แก้ว เพื่อความโชคดีทั้ง 12 เดือนที่กำลังจะมาถึง คนสเปนบางคนจะโยนถังน้ำที่มีน้ำอยู่เต็มออกทางหน้าต่างเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการชะล้างทำความสะอาดเพื่อเป็นการเริ่มต้นปีใหม่

............................
ที่มา เว็บไซท์ travelandleisure