ช้อป 2 ตลาดดังในอิสตันบุล (Advertorial)

ช้อป 2 ตลาดดังในอิสตันบุล (Advertorial)

จะให้ครบสูตรต้องล่องชมช่องแคบบอสฟอรัส ถือว่าตะลอนทัวร์อิสตันบุลได้ครบทุกรส แต่ก็ไม่ครบซะทีเดียว ถ้าไม่ได้ช้อปปิ้งที่อิสตันบุล

ถึงไม่ใช่แหล่งช้อปที่ดีที่สุดในโลก แต่ถ้าใครนิยมชมชอบตลาดใต้ร่มเป็นทุนเดิม คุณจะหลงรัก 2 ตลาดใหญ่แห่งนครอิสตันบุล

ที่จริงอิสตันบูลเป็นเมืองใหญ่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจเยอะมาก ยิ่งถ้าคุณมีแผนจะขยับขยายไปเที่ยวฝั่งเอเชีย และเกาะพรินเซสด้วยแล้วล่ะ ก็อาจต้องเร่งสปีดกันเลยทีเดียว

สถานที่ประเภท A must ก็มีไม่ใช่น้อยซะด้วย ทั้งจัตุรัสสุลต่านอาห์เมต ที่หลายคนใช้เป็นจุดเริ่มต้นท่องนครสองทวีป

ยังมี มัสยิดสุลต่านอาห์เมตที่อยู่ตรงข้ามจัตุรัส รวมถึงวิหารเซนต์โซเฟีย ที่ต้องวางแผนให้ดี อย่าไปให้ตรงกับวันจันทร์เป็นใช้ได้ ที่นี่คุณต้องใช้เวลานานหน่อย เพราะรายละเอียดเยอะ

นอกจากนี้ ยังมีอ่างเก็บน้ำใต้ดินเยเรบาทันที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางเมืองเลย รวมถึง พระราชวังทอปกาปึ ที่นี่เป็นอีกแห่งหนึ่งที่คุณอาจต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะโซนต่างๆก็มีข้าวของให้ดูละลานตามาก

ถ้าหิวแนะให้ไปเดินหาคาเฟ่และร้านอาหารแถวสะพานกาลาตา ที่มีให้เลือกเต็มไปหมด เรียกว่าตลอดแนวสะพานเลยก็ว่าได้ แต่ถ้าอยากกินด่วนๆง่ายๆ มีร้านขายเคบับตรงตีนสะพานกาลาตาที่เรียกว่าย่านเอมินูนึ 4-5 ร้าน เป็นมุมที่นักท่องเที่ยวชอบมาก

จากนั้นเดินต่อไปอีกนิดก็จะเจอพระราชวังโดลมาบาห์เชอันโอ่อ่าสง่างาม ยังไม่ต้องพูดถึงด้านในที่เหมือนเป็นกรุสมบัติของตุรกีก็ว่าได้

จะให้ครบสูตรต้องล่องชมช่องแคบบอสฟอรัส ถือว่าตะลอนทัวร์อิสตันบุลได้ครบทุกรส

แต่ก็ไม่ครบซะทีเดียว ถ้าไม่ได้ช้อปปิ้งที่อิสตันบุล

ถ้าเป็นตลาดดาษดื่นที่ขายของที่ระลึกทั่วไป ไปที่ตลาดอารัสตาข้างมัสยิดสุลต่านอาห์เมตก็ได้ แต่ถ้าอยากช้อปใน 2 ตลาดสุดคลาสสิคของอิสตันบุล ก็คงต้องไปที่ แกรนด์ บาซาร์ (Grand Bazaar)

สำหรับคนที่เดินทางด้วยรถราง เดินทาง ให้ลงรถรางสถานี Beyazit จากนั้นเดินไม่ไกลก็ถึงตลาด หรือจะเดินเท้าจากจัตุรัสสุลต่านอาห์เมตก็ไม่ไกลประมาณ 10-15 นาที

ตลาดนี้เปิดจันทร์ถึงเสาร์ ตั้งแต่ 9 โมงเช้าไปยันทุ่มตรง เลี่ยงได้ควรเลี่ยงวันอาทิตย์ เพราะจะเป็นวันเดียวที่ตลาดปิด

นี่คือตลาดที่น่าเดินมาก คุณจะได้เพลิดเพลินกับการเดินช้อปปิ้งในตลาดใต้ร่มขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่ว่ากันว่า แต่ละวันจะมีผู้คนไปเดินเบียดเสียดกันในตลาดนี้หลายแสนคน เพื่อจับจ่ายระบายเงิน พอเดินเหนื่อยก็พักน่องแวะกินอาหารตามร้านรวงที่มีมากกว่า 5 พันแห่ง ไม่รู้เท็จจริงเป็นยังไง แต่แค่พ่อค้าที่อยู่ในตลาดก็มีกว่า 2 หมื่นคนเข้าไปแล้ว

ตลาดเก่าแก่แห่งนี้สร้างตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 15 แรกเริ่มเดิมทีมีแค่พรม เจเวลลี เครื่องปั้นและเครื่องเทศเท่านั้นที่มาวางขายกัน หลังจากนั้นสินค้าก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ตัวพื้นที่ของตลาดเองก็มีทั้งส่วนที่เป็นตลาดใต้ร่มและตลาดกลางแจ้ง และบางช่วงถูกไฟไหม้และบางช่วงเกิดแผ่นดินไหว แต่ก็บูรณะฟื้นฟูมาเรื่อยๆ

ปัจจุบันนี้ แกรนด์บาซาร์มีของขายเยอะมาก เยอะชนิดเดินกันขาลากตาลายกันไปข้าง มีทั้ง เจเวลลี เครื่องทอง เครื่องประดับ พรม เครื่องเทศ เครื่องเงิน เครื่องทองเหลือง เครื่องหนัง ผลิตภัณฑ์จากมะกอก บารากู่ กระเบื้องเครื่องเคลือบ โคมไฟ ของเก่า เซรามิก นาฬิกา เครื่องดนตรีพื้นเมือง

ใครที่ตั้งใจมาช้อปที่อิสตันบูล หรือเป็นนักช้อปตัวแม่แล้วล่ะก็ โดยมากวันเดียวจึงไม่พอสำหรับตลาดใหญ่แห่งนี้ ยิ่งใครมาเดินหาพวกของแต่งบ้านเก๋ๆ รับรองหิ้วกลับไปเพียบแน่

ถึงของขายจะมีเยอะ แต่ของที่ระลึกยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวมักนิยมซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน คือดวงตาปีศาจที่เป็นเครื่องรางของชาวตุรกี นักท่องเที่ยวชอบเรียกกันว่าบลู อายส์ ชาวตุรกีเขานิยมแขวนตรงทางเข้าบ้าน ห้อยตรงประตู หน้าต่าง เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายไม่ให้มาใกล้ตัว

และดีที่สุด ตรงที่ตลาดนี้สามารถต่อราคาได้

จากแกรนด์บาซาร์ เดินซอกแซกในซอยแคบๆ ประมาณ 10-15 นาที ก็จะมาโผล่อีกทีตรงตลาดเครื่องเทศ (Spice Bazaar) หรือใครที่มาด้วยรถรางต้องลงที่สถานี Eminonu แล้วเดินเข้ามาไม่ไกล

เหมือนกับแกรนด์บาซาร์ ตลาดนี้ก็เปิดจันทร์-เสาร์เช่นเดียวกัน และปิดวันอาทิตย์ แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูร้อนร้านค้าในตลาดจะเปิดขายวันอาทิตย์ด้วย

ตัวตลาดตั้งอยู่ด้านหลังมัสยิดเยนี ที่จริงตลาดเครื่องเทศมีอีกชื่อหนึ่งว่าตลาดอียิปต์ (Egyptian Bazaar) เพราะสมัยก่อนพวกเครื่องเทศและสินค้าหลายอย่างที่มาจากประเทศอื่น เขาจะขนถ่ายสินค้าทางเรือมาจากอียิปต์ล่องผ่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแล้วนำมาขายที่นี่

ตลาดเครื่องเทศมีขนาดเป็นรองแกรนด์ บาซาร์ แต่ก็มีร้านรวงเกือบร้อยตั้งเรียงรายในตลาดแห่งนี้ ภายใต้ประตูทางเข้า 6 ทาง แต่เรื่องอายุก็ต้องบอกว่าน้อยกว่าแกรนด์ บาซาร์ เพราะที่นี่สร้างในช่วงกลางศตวรรษที่ 17

สำหรับใครที่อยากจะซื้อของฝากประเภทผลไม้แห้ง เครื่องเทศ ชาประเภทต่างๆ น้ำมันมะกอก ชีส เตอร์กิชดีไลท์ ถั่ว ยาพื้นบ้าน สมุนไพร และของกินหลากหลายประเภทซื้อที่นี่จะเหมาะกว่า

รอบๆตลาดเครื่องเทศ ดูชุลมุนอยู่ตลอดเวลา ผู้คนเบียดเสียด จนแทบจะเดินไม่ได้ เพราะถ้าเป็นชาวอิสตันบูลจริงๆ เขาจะมาช้อปข้าวของกันที่นี่ อีกอย่างอาจจะเป็นเพราะอยู่ใกล้กับสะพานกาลาต้าและย่านเอมินูนึด้วย เลยทำให้ตลาดนัดเครื่องเทศคึกคักได้ทั้งวัน

ตลาดปิดประมาณทุ่มครึ่งก็จริง แต่จะเริ่มวายตั้งแต่ทุ่มหนึ่งแล้ว พ่อค้าเริ่มเก็บของและทยอยปิดร้าน สำหรับใครที่มาช่วงนี้อาจจะเห็นบรรยากาศที่ไม่คึกคักเท่าไหร่ ในเวลาเดียวกันสำหรับคนที่ตัดสินใจจะช้อปก็ต้องบอกว่าเป็นเวลาทองที่เขาจะลดแลกแจกแถม

ใครที่มาหาพวกของที่ระลึกที่นี่อาจจะมีให้เลือกน้อยกว่าแกรนด์ บาซาร์ แต่ราคาเริ่มต้นที่พ่อค้าบอกส่วนใหญ่ก็ถูกกว่า ยิ่งถ้าซื้อเยอะเขาจะลดราคาให้อีก หรือไม่ก็เลี้ยงชาแอปเปิ้ลเป็นการตอบแทน

นี่คือ 2 ตลาดดังของอิสตันบุลที่ขาช้อปไม่ควรพลาด