บุกกำแพงหิมะแห่งเจแปนแอลป์ (Advertorial)

บุกกำแพงหิมะแห่งเจแปนแอลป์ (Advertorial)

ไม่ใช่แค่คนญี่ปุ่นเท่านั้น ที่ดั้นด้นขึ้นไปท่องเที่ยวบนเส้นทางสายนี้ แต่คนทั่วโลกรวมถึงชาวไทยเองก็กำลังนิยมสัญจรไปตามเส้นทางอัลไพน์สายนี้

ไม่ต้องไปไกลถึงยุโรปก็ชมเทือกเขาหิมะสวยๆได้ แค่บินไปญี่ปุ่น ก็สามารถสัมผัสเจแปน แอลป์ ที่งดงามไม่แพ้ที่ไหนในโลก ที่จริงเส้นทางนี้เขาเรียก อัลไพน์ ทะเทยะมะ - คุโระเบะ (Tateyama-Kurobe Alpine Route)

ไม่ใช่แค่คนญี่ปุ่นเท่านั้น ที่ดั้นด้นขึ้นไปท่องเที่ยวบนเส้นทางสายนี้ แต่คนทั่วโลกรวมถึงชาวไทยเองก็กำลังนิยมสัญจรไปตามเส้นทางอัลไพน์สายนี้เช่นกัน

ประเด็นคือถ้าจะไปต้องวางแผนให้ดี เพราะเส้นทางที่ผ่านเทือกเขาแอลป์ของญี่ปุ่นทางตอนเหนือนี้จะเปิดเฉพาะบางช่วงเท่านั้น เรียกว่าถ้าเป็นฤดูหนาวจะไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปอย่างแน่นอน

ซึ่งกว่าจะฝ่าด่านขึ้นไปถึงหลังคาของญี่ปุ่นได้ ต้องใช้บริการยานพาหนะแทบทุกรูปแบบทั้ง รถบัส กระเช้าลอยฟ้า รถราง และเคเบิล เพื่อไปให้ถึงจุดที่สูงที่สุดของเส้นทางนี้ ตั้งอยู่ที่บริเวณมุโรโด (Murodo)

บนระดับความสูง 2,450 เมตร แน่นอนว่ามีกำแพงหิมะอันยิ่งใหญ่รอคอยทุกคนอยู่ที่นั่น แค่ได้เห็นผู้คนและรถเคลื่อนซอกแซกไปตามกำแพงหิมะ คุณจะรู้สึกว่าช่างน่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ และที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ญี่ปุ่นเพิ่งเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เป็นสวนหิมะรับซัมเมอร์ ให้นักท่องเที่ยวได้สนุกและเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมอันหลากหลายท่ามกลางทุ่งหิมะอันงดงาม

แต่โดยมากเวลาที่นักท่องเที่ยวจะสัญจรไปบนเส้นทางสายนี้จะขึ้นสู่ยอดเขาทาเทยาม่าด้วยการเริ่มต้นที่สถานีโอกิซาวา แล้วนั่งรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่แน่นอนว่าไม่สร้างมลภาวะที่เป็นพิษทิ้งไว้ให้ญี่ปุ่น รถนี้จะพาลอดอุโมงค์จุดหมายปลายทางอยู่ที่เขื่อนคุโรเบะ แต่ยังไม่ทันถึงเขื่อนก็ต้องเปลี่ยนพาหนะไปใช้บริการกระเช้าไฟฟ้าเพื่อเดินทางเข้าสู่เขื่อนคุโรเบะ

พูดถึงเขื่อนนี้ จัดว่าเป็นเขื่อนใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งเมื่ออยู่ที่นี่แล้ว จะเห็นทั้งวิวทิวทัศน์ที่งดงามตระการตา ทั้งสายน้ำและเทือกเขาจะทำให้คุณแทบไม่อยากกระพริบตา

หลายคนปิกนิกกันแถวนี้ จากนั้นเดินทางต่อด้วยกระเช้าขนาดใหญ่ที่ทำเอาหลายคนเกิดอาการมวนท้อง เมื่อกระเช้าพามุ่งหน้าไปสู่สถานีคุโรเบไดระต้องผ่านหุบเหวที่ค่อนข้างลึก แล้วไม่ใช่ระยะทางใกล้ๆซะด้วย แต่ยาวเกือบ 2 กิโลเมตร

ผ่านจุดหวาดเสียวนี้ไปได้ก็ถึงสถานีไดคันโบ ที่สมนาทุกคนด้วยฉากธรรมชาติอันงดงาม บางคนบอกว่า เทือกเขาแอลป์ในประเทศญี่ปุ่นที่มองจากมุมนี้ งดงามเป็นพิเศษ

จากนั้นก็เปลี่ยนไปนั่งรถบัสมุ่งหน้าสู่มุโรโดคราวนี้ล่ะได้ลัดเลาะไปตามซอกของกำแพงหิมะที่สูงกว่า 20 เมตร จนกระทั่งถึงยอดมุโรโด ซึ่งเป็นจุดชมวิวของเส้นทางสายนี้

เมื่อเพลิดเพลินไปกับวิวทิวทัศน์อย่างจุใจแล้ว ก็นั่งรถบัสต่อไปยังสถานีบิโจไดระที่มีป่าสนดึกดำบรรพ์อายุกว่าพันปีสลับกับทุ่งราบ วิวแบบนี้ ไม่มีใครหลับลง และแน่นอนว่า สวยจนก้นไม่ติดเบาะเชียวล่ะ ระหว่างทางยังผ่านน้ำตกอีกด้วย

ทั้งหมดนี้คือเส้นทางสายกำแพงหิมะที่สวยไปทุกอณู แต่คนที่มาสัญจรตามเส้นทางสายนี้ มักไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่กำแพงหิมะ ยังแวะเมืองเล็กเมืองน้อยตามเบี้ยใบ้รายทางอีกเพียบ

ถ้าจะไล่กันไปทีละเมือง ก็มีเมืองทาคายาม่าที่ถูกเรียกว่าเป็น”แม่เกียวโตน้อย”

อาจจะเป็นเพราะทาคายาม่า ถูกห่มไว้ด้วยบรรยากาศเก่าๆ ที่มีทั้งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเอาไว้ให้แขกเหรื่อได้สัมผัสกัน นอกจากนี้ ยังเป็นเมืองที่แวดล้อมไว้ด้วยธรรมชาติอันงดงามตระการตา

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือหมู่บ้านชิราคาวาโกะหมู่บ้านที่มีหลังคาสูงมุงที่เป็นสไตล์ญี่ปุ่นแบบของแท้และดั้งเดิม ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อรับมือกับอากาศหนาว ที่เมื่อถึงฤดูหนาวก็หนาวจับใจ

นี่คือหมู่บ้านมรดกโลกที่ชาวญี่ปุ่นเขาภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เพราะแม้ว่าหัวเมืองอื่นๆของญี่ปุ่นจะถูกเทคโนโลยีและความทันสมัยแผ่คลุมไปหมดแล้ว แต่หมู่บ้านนี้ ยังทนุถนอมขนบ ธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

ถ้าคุณเองก็อยากไปเห็นกำแพงหิมะ อยากสูดอากาศบนเทือกเขาสูงของเจแปน แอลป์ ช่วงนี้คือช่วงเวลาที่เหมาะที่สุด ที่จะทำอย่างนั้น