“ออสโล” ไม่รวยเที่ยวไม่ได้

“ออสโล” ไม่รวยเที่ยวไม่ได้

ออสโล เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกสำหรับชาวต่างชาติ

จากผลการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วของบริษัท ECA International ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์

เมืองใน 10 อันดับที่แพงที่สุดในโลกตกเป็นของเมืองในทวีปยุโรป 7 เมือง แอฟริกา 2 เมือง ในขณะที่มีเพียงเมืองเดียวจากทวีปเอเชีย รายชื่อเมืองทั้ง 10 อันดับ ได้แก่ ออสโล นอร์เวย์, ลูอันดา แองโกล่า, สตาวังเกอร์ นอร์เวย์, จูบา ซูดานใต้, มอสโคว์ รัสเซีย, โตเกียว ญี่ปุ่น, ซูริค, เจนีวา, บาเซิล และเบิร์น จากสวิสเซอร์แลนด์ทั้ง 4 เมือง

เมืองหลวงของนอร์เวย์ครองอันดับหนึ่งแซงหน้าเมืองหลวงของญี่ปุ่นอย่างโตเกียวมาตั้งแต่ปี 2010 โดยปีนี้โตเกียวอยู่ในอันดับ 6 ของเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดสำหรับคนงานต่างชาติ สาเหตุที่กรุงโตเกียวหล่นจากแชมป์เมืองที่มีราคาแพงที่สุดในโลกก็เพราะการอ่อนค่าของสกุลเงินเยนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเงินเยนอ่อนค่าลงมาถึง 20 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่ชินโสะ อาเบะ รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

ลี ควน ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของ ECA International กล่าวว่า ค่าครองชีพและราคาสินค้าบริการต่างๆ ในออสโลมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ ของโลก เนื่องจากราคาต้นทุนการผลิตและแรงงานที่สูงขึ้น

"ค่าบริการต่างๆ รวมถึงค่าซักแห้ง ค่าซ่อมรองเท้า ค่าทำผม ซึ่งเป็นการบริการที่ต้องการแรงงานฝีมือละเอียด รวมถึงการทานอาหารนอกบ้านที่ร้านอาหารด้วย และยังมีผลกระทบที่เกิดจากค่าภาษีด้วย เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ที่มีราคาค่อนข้างแพง" ลีกล่าว

จากข้อมูลของ ECA International ค่าตั๋วหนังในออสโลอยู่ที่ 18.76 ดอลลาร์สหรัฐฯ (573 บาท) ราคาเบียร์ในบาร์ 14.10 ดอลลาร์ (430 บาท) ขณะที่โซดาอยู่ที่ 3.43 ดอลลาร์ (104 บาท)

แม้จะเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวต้องเตรียมเงินในกระเป๋าไว้เยอะๆ แต่ออสโลก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่งที่คุ้มค่ากับการควักกระเป๋าจ่าย

เมืองหลวงของนอร์เวย์มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างตัวเองให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับสถาปัตยกรรมและการออกแบบ อย่างโครงการฟยอร์ด ซิตี้ ที่เป็นการปรับปรุงพื้นที่บริเวณท่าเรือออสโลที่จะแล้วเสร็จในปี 2020 ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมหน้าของออสโลอย่างสิ้นเชิง

การท่องเที่ยวในออสโลไม่มีอะไรจะน่าตื่นเต้นมากไปกว่าการเดินไปตามหลังคาลาดเอียงของโอเปร่าเฮ้าส์แห่งใหม่ของเมือง โรงละครแห่งนี้ถูกออกแบบให้ดูเหมือนธารน้ำแข็งยักษ์โผล่ขึ้นมาจากน้ำ โดยมีทางเดินที่ทำเป็นสะพานลาดเอียงสีขาว นับเป็นภาพที่งดงามอย่างแท้จริง นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมทิวทัศน์ของกรุงออสโลจากหลังคาของอาคารแห่งนี้ได้ ประติมากรรมโลหะชิ้นใหม่ชื่อ "She lies" ที่ด้านหน้าของโอเปร่าเฮ้าส์ก็น่าประทับใจพอๆ กัน

พิพิธภัณฑ์ศิลปะ สถาปัตยกรรมและการออกแบบแห่งชาติ รวมถึง ศูนย์รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ก็เป็นสถานที่ที่คุ้มค่าแก่การเข้าชม

งานเทศกาลที่ได้รับความนิยมมากในช่วงหน้าร้อนของออสโลก็คืองานเทศกาลดนตรี เทศกาลนอร์วีเจียน วูด เป็นงานเทศกาลดนตรีร็อคประจำปีที่จัดขึ้น 4 วันในเดือนมิถุนายน เทศกาลเอย่า ในเดือนสิงหาคมเป็นเทศกาลดนตรีที่มีคนเข้าร่วมมากที่สุดในประเทศ คนรักดนตรีกว่า 60,000 คนจะมารวมตัวกันที่สวนสาธารณะมิดีวัล แผงและเต็นท์ขายอาหารเสื้อผ้าและแผ่นเสียงมีให้เลือกซื้อเต็มงาน ในเดือนเดียวกันยังมีเทศกาลดนตรีแจ๊สของออสโลที่จัดกันถึง 6 วัน โดยมีศิลปินต่างประเทศจำนวนมากมาร่วมแสดง

ออสโลและเมืองรอบๆ ยังเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การขี่จักรยานในสวนจักรยานฮาเฟลหรือเดินเล่นในป่าออสโล นักท่องเที่ยวที่เดินทางเป็นครอบครัวต้องไม่พลาดสวนสนุกฮันเดอร์โฟสเซ่น ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองลิลเลแฮมเมอร์ ในออพแลนด์ เคานท์ตี

เมืองลิลเลแฮมเมอร์เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่เป็นที่รู้จักกันดีตอนเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 1994 และมีชื่อเรื่องร้านอาหารที่สบายและอบอุ่นเป็นกันเอง พิพิธภัณฑ์ศิลปะของเมืองก็มีชื่อเสียงด้วย

การนั่งรถไฟไปเมืองลิลเลแฮมเมอร์เป็นประสบการณ์ที่ไม่อาจลืมเลือนได้ การเดินทางสะดวกสบายแถมยังได้สัมผัสประสบการณ์บนเส้นทางรถไฟสายที่เก่าแก่ที่สุดในนอร์เวย์แห่งหนึ่งในขณะที่รถไฟแล่นเลียบไปตามทะเลสาบมิโยซ่าด้วย

ใครที่พอมีเวลา อาจจะเดินทางไปที่เทือกเขานอเรเฟลที่อยู่ห่างจากออสโลไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 2 ชั่วโมง จุดชมวิวจากโฮเกวาร์ดดา ยอดสูงสุดของเทือกเขาที่มองลงมาจะเห็นภาพที่งดงามจนแทบจะลืมหายใจ พื้นที่บริเวณนี้ยังเหมาะสำหรับการขี่จักรยาน เดินเล่น และขี่ม้า

นักท่องเที่ยวที่ชอบตกปลาไม่ควรพลาดอ๊อกเคสชูวส์ เคานท์ตี สวรรค์บนดินที่เป็นชุมชนของปลาเทราท์สีน้ำตาลในทะเลสาบเล็กๆ

การเดินทางในออสโลสามารถประหยัดเงินในกระเป๋าได้บ้างโดยการซื้อบัตรออสโล พาส ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและราคาถูกที่สุด เพราะสามารถใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะฟรีทั้งหมด เข้าชมพิพิธภัณฑ์ฟรี จอดรถฟรีในที่จอดรถในเขตเทศบาลเมือง มีส่วนลดสำหรับทัวร์สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ร้านอาหารบางแห่งและค่าเช่ารถ

..............................
ที่มา เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น และเดลี่ เมล