วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กวีรัตนโกสินทร์ บนแผ่นดินเวียดนาม

หากความรุนแรงที่เกิดจากสงครามจะทำให้ทุกคนจดจำภาพ "เวียดนาม" ในมุมที่แสนรันทดหดหู่

ถ้อยคำอันไพเราะกับท่วงทำนองการอ่านบทกวีที่เสนาะหู อาจช่วยลบภาพแห่งความเลวร้ายนั้นออกไปจากความทรงจำของใครบางคนได้


เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว ที่ "โครงการเขียนแผ่นดิน" ปรากฎขึ้น และเป็นที่รับรู้ต่อสาธารณชนในวงกว้างในฐานะ "สารคดีกวีนิพนธ์" ที่เปี่ยมล้นไปด้วยคุณค่า ซึ่งโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นมาจากปณิธานของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีและศิลปินแห่งชาติ ที่ต้องการถ่ายทอดเรื่องราวของผู้คน วิถีชีวิต ภูมิปัญญา ตลอดจนความงดงามในทุกมิติผ่านบทกวี โดยในครั้งแรกนั้นเป็นการเขียนบทกวีผ่านการจำลองรูปลักษณ์และอารมณ์ความรู้สึกที่มีต่อแผ่นดินไทย เพื่อถวายต่อพระแม่มิ่งขวัญแผ่นดิน เนื่องในวาระเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ แห่งองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในปี 2535 จากนั้นจึงมีการต่อยอดโครงการในปี 2547 ภายใต้ชื่อโครงการ "เขียนแผ่นดินสุวรรณภูมิลาว" ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม กระทั่งเกิด "เขียนแผ่นดินสุวรรณภูมิเวียดนาม" เป็นโครงการล่าสุด


อ.เนาวรัตน์ กล่าวว่า แนวทางการทำงานจะเหมือนกับเขียนแผ่นดินสุวรรณภูมิลาว คือเดินทางไปเขียน ณ สถานที่จริง ตามสถานที่สำคัญที่ชาวเวียดนามมีความภูมิใจ และถือว่าเป็นมรดกของประเทศเวียดนาม แล้วนำความรู้สึก ความประทับใจมาเขียนเป็นบทกวี พร้อมถ่ายทอดออกมาในรูปของสารคดีกวีนิพนธ์ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ประชาชนไทยได้รู้จักประเทศเพื่อนบ้านจากทัศนะของศิลปินทางวรรณศิลป์


"วิธีการคือไปนั่งดู เขียนจากความรู้สึก ปกติคนเราจะเขียนจากความคิด ซึ่งความคิดมันจะมี "คำ" ที่คอยจำกัดความคิดเราอยู่ แต่เขียนจากความรู้สึกนั้นค่อนข้างอิสระกว่า เหมือนกับศิลปินที่เขียนภาพแนว impressionism คือเขียนรูปออกมาจากความรู้สึก นี่ก็เช่นเดียวกัน เราจับความรู้สึกออกมาแล้วเขียนเป็นบทกวี เราต้องตระเวนดูเป็นข้อมูลพื้นฐาน แล้วเขียนออกมา"


ถามว่าเสน่ห์ของเวียดนามอยู่ที่ไหน กวีซีไรต์จากผลงานเรื่อง "เพียงความเคลื่อนไหว” และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2536 สรุปคร่าวๆ ให้ฟังว่า


"หนึ่งคือชุดแต่งกายของหญิงสาวที่ชื่อ "อ๋าวหย่าย" บางทีบางพื้นที่จะเรียก "อ๋าวสร่าย" ไปที่เมืองเว้ ไปเห็นนักศึกษาสวมชุดอ๋าวหย่ายสีขาว ใส่หมวก สวย อันที่สอง คือ อาหารเวียดนาม มีผักเยอะแยะ และก็มีเนื้อ หรือว่าปลา เขาก็กินแบบนั้น ผัก เครื่องจิ้ม ก็เหมือนกับน้ำพริกเรา แผ่นแป้งก็คือข้าว ประดิษฐ์แบบม้วน เป็นกรรมวิธีอย่างหนึ่งของการกินข้าวแบบตะวันออก ญี่ปุ่นเขาก็มีข้าวห่อสาหร่าย เราก็กินข้าวกับน้ำพริก อันที่สาม คือ บ้าน แปลกคือเขาจะเป็นบ้านแคบๆ แต่สูง ได้ข่าวว่าเขาจำกัดที่ดิน แล้วก็ไร่นา ไปที่ไหนมีนาที่นั่น ที่ไหนมีนาที่นั่นมีคน มีควาย ฉะนั้นไม่น่าแปลกใจที่ข้าวของเขากำลังจะชนะข้าวไทย รวงของเขามี 300 กว่าเม็ด ข้าวไทยไม่ถึง 200 นี่คือเสน่ห์เวียดนาม" พูดจบศิลปินแห่งชาติก็ร่ายบทกวีที่ชื่อ "เสน่ห์เวียดนาม" ให้ฟังอย่างไพเราะจับใจ


นอกจากกวีซีไรต์ที่ได้รับฉายา "กวีรัตนโกสินทร์" แล้ว ทีมงานที่ร่วมเดินทางไปถ่ายทอดความงดงามของแผ่นดินเวียดนามยังเป็นบุคคลคุณภาพที่เคยร่วมงานกับ อ.เนาวรัตน์ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกวง "คันนายาว" อย่าง ชูเกียรติ ฉาไธสง และรังสิต จงฌานสิทโธ หรือ ป่อง ต้นกล้า รวมถึงผู้กำกับมือดีที่ชื่อ พัฒนะ จิระวงศ์


"ผมต้องการเน้นไปที่เรื่องราวของมนุษย์ เพราะสิ่งที่จะบ่งบอกความเป็นตัวตนของประเทศนั้นๆ ไม่ได้มองแค่ภูมิประเทศหรือสิ่งก่อสร้าง แต่ผู้คนต่างหากที่บอกเล่าเรื่องราว และนั่นจะเป็นสิ่งที่นำไปสู่การเรียนรู้และยอมรับซึ่งกันและกัน" พัฒนะ เผยความรู้สึก


ด้าน ป่อง ต้นกล้า ที่รับหน้าที่ประพันธ์เพลงในสารคดีกวีนิพนธ์ชุดนี้ กล่าวว่า สำหรับโครงการนี้จะแต่งเพลงประมาณ 3-5 เพลง เพื่อใช้ประกอบสารคดี โดยเน้นให้เห็นภาพความเข้าใจระหว่างประชาชนในทางที่ดี ส่วนนักเขียนและนักดนตรีที่มใผลงานมายาวนานอย่าง ชูเกียรติ บอก


"ในฐานะคนเขียนบทนา จะต้องศึกษาข้อมูลก่อนการถ่ายทำอย่างละเอียด ทั้งก่อนเดินทางและเมื่อไปถึงสถานที่จริงแล้ว ถือว่าเป็นข้อมูลสองชั้นเพื่อความแน่นอนรัดกุมในการทำงาน และกำหนดประเด็นหลักในการนำเสนอสารคดีแต่ละตอน จากนั้นก็ขยายแนวความคิดออกมาเป็นโครงเรื่อง และขั้นตอนสุดท้ายก็คือการเสนอข้อมูลและสีสันของเรื่อง ผ่านการสื่อสารในภาษาวรรณกรรมในเชิงวรรณคดีและในเชิงสารคดี โดยใช้สายตาของนักเขียน คือต้องใช้พลังของการสังเกตมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการได้พบการได้เห็น การได้รสหรือการได้สัมผัส ณ แห่งที่เราได้ลงไป จะทำให้บทนำของสารคดีชุดนี้ มีพลังและมีสีสันและเป็นสะพานเชื่อมไปสู่ส่วนสำคัญของเรื่อง คือบทกวี ของ อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ที่จะผสมผสานกันให้ผู้ชมเห็นวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม ศิลปวัฒนธรรมของพื้นที่ รวมไปถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาด้านต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสอันดีในการต้อนรับปีประชาคมอาเซียน ทำให้เรารู้จักกับเพื่อนบ้านได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ยังสะท้อนการเชื่อมโยงของความเป็นสากลในเรื่อง โครงสร้างอารมณ์พื้นฐานของมนุษย์ นั่นก็คือความสุข ความทุกข์ ที่เราเวียนว่ายอยู่ในรอยยิ้มและหยาดน้ำตา โดยตั้งใจว่าบทนำของสารคดีชุดนี้จะออกมาได้อย่างครบถ้วนและครบรส ทั้งเป็นรูปธรรมและนามธรรม"


"เขียนแผ่นดินสุวรรณภูมิเวียดนาม" จะนำเสนอออกมาในรูปแบบของสารคดีกวีนิพนธ์ ความยาว 4 นาที จำนวน 40 ตอน เผยแพร่ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.00 น. (หลังข่าวในพระราชสำนัก) นอกจากนี้ยังสามารถรับชมได้ทาง YouTube และในเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น Instagram และFacebook แฟนเพจเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์


และนี่คือบางส่วนของบทกวีที่ อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ฝากไว้ จากการเดินทางไปเยือน "อุโมงค์กู๋จี" นครโฮจิมินห์ ณ แผ่นดินเวียดนาม


...ขุดรู มุดรูลึก สู้ศึกฟ้า และศึกฝน
ฝนเหลือง อันคำรณ หมากบอมบ์บี้ ระเบิด ระบือ
ขุดใจ ก็เจอใจ เป็นใจแม่ เป็นใจเมือง
ขุดแค้น ไว้ฝังเคือง กับทุกข์เข็ญ แห่งสงคราม
ไล่ล้าง แผ่นดินเลือด อันเดือดลวก ด้วยไฟลาม
เลือดนี้ แหละเวียดนาม ยังหล่อด้าว ยังเลี้ยงดิน
จ้วงจอบ อันจกจี้ ที่ไถถาก ที่ปักพิณ
เลือดเนื้อ พระธรณิน ยังหยั่งเร้น เป็นรากลึก...