พอเรือขยับเข้าใกล้เกาะให้รีบสลัดความงัวเงียทิ้ง เพราะตามหน้าผาสูงชันจะมีบ้านเรือนสีขาวตั้งลดหลั่นไล่ระดับไปตามหน้าผา
นิสัยและบุคลิกของซานโตรินี่เป็นยังไง ยังไม่อาจรู้ได้
แต่หน้าตาพอจะเริ่มเดาออก เมื่อเรือขยับเข้าใกล้เกาะ ช็อตเด็ดของการนั่งเรือเข้าหาซานโตรินี่อยู่ที่ พอเรือขยับเข้าใกล้เกาะให้รีบสลัดความงัวเงียทิ้ง เพราะตามหน้าผาสูงชันจะมีบ้านเรือนสีขาวตั้งลดหลั่นไล่ระดับไปตามหน้าผา มองผาดๆเหมือนมีหิมะคลุมอยู่ตามเทือกเขาเป็นหย่อมๆ
ข้อดีสำหรับการสัญจรระหว่างเกาะด้วยเรือดีแบบนี้นี่เอง จะได้เห็นเกาะในระนาบเดียวกับสายตา ไม่ต้องเอาหน้าแนบกระจกแคบๆบนเรือบิน สำหรับค่าเรือเกือบ 30 ยูโร คุ้มสุดคุ้มเมื่อบวกค่าวิวสวยๆเข้ากับค่าแอร์เย็นฉ่ำที่เรือด่วนพ่นใส่ แถมด้วยโปรโมชั่นพาแวะโฉบอีก 2 เกาะ
อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมสถานที่แห่งหนึ่ง ไม่ว่าที่ใดในโลก ต้องมีชื่อเก่าและชื่อใหม่ ให้คนรุ่นหลังมานั่งขุดคุ้ยอดีต
ซานโตรินี่ก็เหมือนกัน ไม่รู้ใครตั้งชื่อนี้ขึ้น แต่นี่เป็นชื่อใหม่ ฟังแล้วดูเก๋เชียว หรือว่าชื่อเก่าอย่าง”ธีรา”(Thira) มันดูบ้านๆ เลยต้องเปลี่ยน
ก็เพราะความขี้สงสัยเป็นเหตุให้ไปค้น ได้ความว่า เดิมทีชาวดอเรียนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 เรียกที่นี่ว่าเกาะธีรา แต่นักบุญชาวเวนิสเปลี่ยนมาเป็นซานโตรินีหลังจากที่ชาวเวนิสมีชัยชนะต่อชาวเกาะเมื่อศตวรรษที่ 13
ตอนนี้แค่มองอยู่ห่างๆเห็นสภาพเกาะตอนแห้งแล้ง แล้วแทบไม่อยากเดาอุณหภูมิด้านนอกเรือ
ภูมิประเทศของซานโตรินี่ที่ยุบตัวและเว้าลงเป็นหุบผา เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟใหญ่ๆ ในช่วงกว่า 3,000 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ส่วนใหญ่จึงกลายสภาพเป็นหน้าผาและชั้นหินที่เกิดจากการแข็งตัวของเถ้าถ่านและลาวา
แผ่นดินบนเกาะแหว่งยุบจนเหลือรูปทรงที่บิดๆเบี้ยวๆ มองให้ชัดก็จะเห็นความแห้งแล้งที่ปกคลุมไปทั่วเกาะ เคยอ่านหนังสือเจอว่าน้ำท่าที่นี่อัตคัตเอาเรื่อง เพราะแบบนี้แทบทุกครัวเรือนโดยเฉพาะบ้านที่โมดิฟายเป็นเรือนพัก ต้องมีบ่อเก็บกักน้ำเอาไว้เป็นของตัวเอง
แต่ก่อนนี้ ได้ยินว่าแห้งแล้งจัด ใครเจอต้นไม้ใหญ่จะดีใจมาก ประมาณว่าถ้าเป็นบ้านเราต้องดิ่งไปกราบไหว้บูชาหรือเอาทองไปปิดกันเลยทีเดียว ทุ่งกุลาร้องไห้ได้เพื่อนใหม่ชื่อซานโตรินี่เข้าแล้ว
แต่ไม่ใช่ว่าผืนดินของซานโตรินี่จะไร้ร้างซึ่งเม็ดฝน ช่วงฤดูหนาวก็มีฝนพรำเหมือนกัน ก็เป็นช่วงที่ผู้คนต้องเก็บกักตุนน้ำเอาไว้ให้ได้มากที่สุด
“ห้องพักมั้ย....เรามีห้องพักว่าง....ห้องพักถูกๆ....”นั่นเป็นสิ่งที่ผู้มาเยือนทุกคน จะได้ยินประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมาที่ท่าเรือ แทนคำกล่าวต้อนรับ
จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ถ้าลงจากเรือโดยไม่มีใบจองที่พักหนีบมาด้วย หรือบางทีอาจจะดีกว่าคนที่จองมาแล้วด้วยซ้ำ ถ้าคุณไมได้มาช่วงเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม เพราะราคาที่บรรดาหน้าม้าเสนอให้นั้น ได้ยินแล้วอยากฉีกใบจองประชดยังไงไม่ทราบ
จากท่าเรือน้ำลึกที่ซ่อนในหุบผาอีกฝั่งหนึ่งของเกาะ ถนนทุกสายพุ่งไปหาฟิร่า(Fira) ถ้าไปทางแท็กซี่ก็แพงหน่อยประมาณคนละ 6 ยูโร ถ้านั่งรถเมล์ก็ 2 ยูโรกว่า แต่สำหรับใครที่จองที่พักมาแล้ว โดยมากจะมีรถตู้จากเรือนพักมาสอยไปจากท่าเรือ
สองแม่ลูกจากอเมริกา คู่ฮันนีมูนหนุ่มสาวจากอิตาลี ลุงป้าจากสวีเดน เหล่านี้เป็นรายชื่อเพื่อนร่วมชายคากับฉัน ที่ขึ้นอยู่บนป้ายที่มีลุงมายืนถือคอยรับอยู่ที่ท่าเรือ
ลุงต้อนลูกค้ามาได้ครบตามลิสต์ ลูกเขยลำเลียงสัมภาระขึ้นรถตู้ ส่งไม้ต่อให้ลูกสาวเช็คความถูกต้องในใบจองที่พัก จากนั้นลูกเขยทำหน้าที่โชเฟอร์ขับไปส่งที่เรือนพัก เดาว่าพอไปถึงป้าคงเป็นฝ่ายรีเซฟชั่นหรือไม่ก็คุมครัว เหมือนป้าที่มิโคนอส เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนของชาวเกาะที่ทำกันเป็นล่ำเป็นสัน
ไม่รู้คนทำถนนที่นี่ ได้แรงบันดาลใจจากอะไร ถึงได้ตัดถนนซะซิกแซกเป็นฟันปลา คดโค้งไปตามหุบเหวลึกชัน รู้แล้วว่าทำไมถึงได้คิดค่าแท็กซี่แพงทั้งที่ระยะทางไม่ไกล ดูจะน้อยไปด้วยซ้ำเมื่อคำนวณความเสียวพ่วงเข้าไปด้วย
ประตูรถตู้ปิดสนิทกีดกันอากาศร้อนไม่ให้บุกรุกเข้ามา ขนาดคนเมืองร้อนอย่างฉัน ที่คุ้นเคยกับอากาศร้อนยิ่งกว่าเพื่อนซี้ เจอคลื่นความร้อนที่ซานโตรินีสาดทักทายที่ท่าเรือเข้าไป ยังร้อนปางตาย เห็นคนเมืองหนาวหลายคนที่เดินเหินอยู่แถวท่าเรือ เดินตากแดดตัวแดงเหมือนอาบน้ำยาอุทัยมา
แห้งแล้งขนาดนับญาติกับทุ่งกุลาร้องไห้ แต่พอรถตู้เคลื่อนผ่านไร่องุ่น โชเฟอร์ลูกเขยชะลอความเร็วแล้วชี้ให้ดูอะไรบางอย่าง เห็นแล้วถึงกับทำคอเอียงเพราะสงสัย ไม่น่าเชื่อ บนเกาะมีแหล่งปลูกองุ่นเพื่อใช้ทำไวน์
ไม่ใช่ไวน์กระจิ๊กกระจ๊อกด้วยนะ แต่โชเฟอร์ลูกเขยบอกว่า ไวน์ซานโตรินีจัดว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของกรีซ ฉันไม่ใช่คอไวน์แต่พวกที่มีหัวใจเต้นได้ด้วยไวน์ คงรู้ดีว่าไวน์ซานโตรินีชื่อกระฉ่อนแค่ไหน นั่นแหละที่คอกาแฟสดอย่างฉันเพิ่งรู้
“ไม่ใช่แค่องุ่นนะ แต่ที่เกาะนี้เรายังปลูกมะเขือเทศ พวกพืชตระกูลถั่วก็ชอบอากาศอบอุ่นแบบเมดิเตอร์เรเนียนและดินแห้งๆแบบนี้….”โชเฟอร์ลูกเขยตะเบ็งแข่งกับเสียงเครื่องยนต์บอกแขกเหรื่อ
เขายังเล่าต่ออีกว่า ชาวเกาะมีแค่หมื่นกว่าคน แต่นักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาหาซานโตรินี่มีปีละหลายแสน
“ที่จริงบนเกาะซานโตรินีมีหมู่บ้านกระจายอยู่ทั่วเกาะ ก็ราวๆ10 กว่าหมู่บ้าน แต่ก็มีอยู่ไม่กี่แห่งที่นักท่องโลกพุ่งไปหา ถ้าไม่ใช่ฟิร่า(Fira) ก็มักจะเป็นเอีย(Oia) ที่จริงหมู่บ้านอื่นสวยๆก็เยอะนะ แต่ไม่ดัง คนเลยไม่ค่อยไป“เขาว่า
ระหว่างทางไปหาฟิร่า สังเกตุว่าบ้านบนเกาะซานโตรินี่ค่อนไปทางโค้งเว้า ที่เหมือนกันคงเป็นสีขาวและฟ้า บ้านไหนยังยึดสีฟ้าขาวไว้ประจำบ้าน สันนิษฐานว่ารักชาติยิ่งชีพ และเป็นคนอยู่ในกรอบในบรรทัดฐาน เรียบง่าย ไม่ชอบแหกกฎ
หลายคนอาจจะชอบบ้านสีขาว กรอบประตูหน้าต่างสีฟ้าของชาวซานโตรินี่ที่คะเนด้วยสายตาแล้วน่าจะมีอยู่ประมาณ 90%
แต่ฉันกลับชอบ 10%ที่เหลือ ที่ชาวเกาะซานโตรินี่บางบ้านแหกกฏทฤษฎีแม่สีซะไม่มีชิ้นดี ประเภทบ้านสีบานเย็นสดแต่หน้าต่างสีเหลือง บางบ้านหลังคาสีม่วงหน้าต่างสีเขียว ใครจะคิดว่าไปกันได้
แต่นี่แหละ ซานโตรินี่เกาะที่วิชาศิลปะแทบไม่มีความหมาย จินตนาการและความชอบส่วนตัวต่างหากที่สำคัญกว่า
Oสายการบินเตอร์กิช แอร์ไลนส์ มีเที่ยวบินไปเอเธนส์ทุกวัน แวะเปลี่ยนเครื่องที่อิสตันบุล คลิกไปดูรายละเอียดเที่ยวบินที่ www.turkishairlines.com





