ความรักเป็นสิ่งที่ทรงอำนาจที่สุดในโลก และสามารถที่จะบันดาล ทุกสิ่งให้เป็นจริงได้ และ"ทัช มาฮาล" เป็นสิ่งมหัศจรรย์ ที่งดงามที่สุดชิ้นหนึ่งของโลก ซึ่งเกิดขึ้นจากพลังแห่งความรัก
"อินเดียน่ะ ถ้าไปแล้วไม่รักก็เกลียดไปเลย" ประโยคเด็ดของนักเขียนคนโปรดยังก้องอยู่ในหูฉัน แต่นั่นแหละ ที่ทำให้การเดินทางสู่ดินแดนโรตีถูกตัดริบบิ้นขึ้นครั้งแรก
จากนครหลวงอย่างเดลลี ฉันแทบกลั้นความตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่ เมื่อรู้ว่ากำลังพาตัวเองเข้าใกล้เมืองอักรา เมืองที่มีสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างทัช มาฮาลรอทุกคนอยู่ที่นั่น
อักราคืออดีตเมืองหลวงของอินเดียที่มีความเจริญอย่างมาก แต่ยังไม่ทันได้เห็นอักรา ก็เจออุปสรรคใหญ่เข้าเสียแล้ว เมื่อหมอกหนาลงห่มเมืองจนมองไม่เห็นอะไรเลย
รอจนสายนั่นแหละ หมอกถึงยอมลดราวาศอก ระหว่างนั่งบนรถไปทัช มาฮาลฉันรู้สึกได้ทันทีว่าอักราเป็นเมืองที่วุ่นวายพอตัว ทั้งคนทั้งรถ แถมมีอูฐเดินปนอยู่กับคนเยอะไปหมด ยังไม่พอ เสียงบีบแตรดังปี๊บป๊าบกันให้วุ่นวาย
เมืองนี้ถือได้ว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตอันดับต้นๆของอินเดีย มีย่านช้อปปิ้งอยู่บนถนนฟาเตวา ไม่กี่อึดใจรถก็พาฉันเคลื่อนไปถึงทัช มาฮาล
ตรวจตั๋วอย่างเดียวไม่พอ ระดับสิ่งมหัศจรรย์ของโลก เลยโดนตรวจกระเป๋าแบบละเอียดยิบ
ก่อนเข้าสุสานต้องถอดรองเท้าฝากไว้ข้างนอก คิดดู หนาวก็หนาว อุณหภูมิซัก 6-8 องศาได้ บวกกับความเย็นของหินอ่อน ถึงแม้มีถุงเท้า แต่เวลานี้เท้าของฉันเย็นเฉียบ หนาวจนแทบก้าวขาไม่ออก
ภายในตัวปราสาท ใช้หินอ่อนสีขาวอันบริสุทธิ์และล้ำค่า บรรยากาศทึม ๆ มีโลงศพจำลองตั้งอยู่อย่างโดดเด่น ล้อมรอบด้วยลูกกรง ตัวสุสานซึ่งเป็นที่บรรจุพระศพของกษัตริย์ชาห์ จาฮาล และพระนางมุมตัส มาฮาลนั้น มีชั้นบนและชั้นล่าง ผนังรอบ ๆ สุสาน ฝังอัญมณีเป็นลวดลายดอกไม้ ทั้งสวยงามและอ่อนหวาน พร้อมกับจารึกตัวอักษร คัดลอกจากคัมภีร์อัลกุรอ่าน
นอกจาก”ประตูรัก” ที่ทุกคนเฝ้าเดินหาเพื่อไปยืนอธิษฐานให้สมหวังในรัก อีกมุมหนึ่งที่ผู้คนหนาแน่นคือแถวโลงศพ
เรื่องราวของอนุสรณ์สถานแห่งความรักนิรันดรของกษัตริย์ชาห์ จาฮาล ที่มีต่อพระนางมุมตัส ฟังแล้วหวานจนน้ำตาลเรียกพี่
ตามประวัติเล่าว่า พระนางมุมตัส เป็นหญิงที่มีเสน่ห์ และงดงามที่สุดในโลก นามเดิมว่า อรชุมันต์ภานุเบคุม เกิดเมื่อ ค.ศ. 1592 สนใจวิชาวรรณคดีและวาดเขียนมาก ได้เสกสมรสกับกษัตริย์ชาห์ จาฮาล เมื่อเธออายุได้ 19 ปี อยู่กินกับกษัตริย์ชาห์ จาฮาล 18 ปี จึงถึงแก่กรรม
ขณะที่พระนางมุมตัสสิ้นพระชนม์นั้น กษัตริย์ชาห์ จาฮาล เสวยราชย์สมบัติได้เพียง 3 ปี และในช่วงเวลาที่สิ้นพระชนม์ ได้มีพระประสูติการณ์พระราชโอรสองค์ที่ 14 ในวันที่ 7 มิ.ย. ค.ศ 1631 ใกล้เมืองเบอร์หันปุระ ซึ่งสร้างความเสียพระทัยต่อกษัตริย์ชาห์ จาฮาลเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงไว้ทุกข์เป็นระยะเวลานานถึง 2 ปี
ตลอดเวลา18 ปีที่อยู่กับกษัตริย์ชาห์ จาฮาล พระนางอยู่เคียงข้างพระสวามีตลอดเวลา ไปไหนไปด้วยแม้กระทั่งเวลาออกศึกก็ตาม
ก่อนที่พระนางมุมตัส จะสิ้นใจ ได้ขอกับกษัตริย์ชาห์ จาฮาล 2 ข้อ คือ ขอให้ไม่มีมเหสีใหม่ และ ขอให้สร้างอนุเสาวรีย์ที่ฝังศพของเธอให้งดงามจนเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งกษัตริย์ชาห์ จาฮาล ก็ได้รับปาก
นับตั้งแต่พระนางมุมตัส สิ้นพระชนม์ กษัตริย์ชาห์ จาฮาล ตกอยู่ในความทุกข์ตลอดเวลา มิได้ยิ้ม มิได้หัวเราะ และมิได้สนใจต่อสุขภาพร่างกาย ปล่อยเนื้อปล่อยตัว จนผมที่ดำจนกลายเป็นผมขาวไปทั้งศรีษะ ทุกวันกษัตริย์ชาห์ จาฮาล จะนุ่งขาวห่มไปนั่งรำพึงรำพันถึงมุมตัส ที่ข้างหลุมศพ บางครั้งก็กอดรำพึงกับหลุมศพอย่างเสียสติ
ในปี ค.ศ.1631 กษัตริย์ชาห์ จาฮาล โปรดให้สร้างอนุสาวรีย์ใหญ่เป็นที่ฝังศพของพระนางมุมตัส โดยเลือกบริเวณฝั่งขวา ของแม่น้ำยมุนา ตอนโค้งที่สวยงาม ณ ที่นี้ เดิมเคยเป็นสวนของขุนนางผู้ใหญ่หลายท่าน มีเนื้อที่ 125 ไร่
ครั้งแรก กษัตริย์ชาห์ จาฮาล ให้ทำรูปจำลองด้วยไม้ก่อน เมื่อปรับปรุงแบบจำลองจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว จึงให้ลงมือสร้าง โดยใช้หินอ่อนขาวชั้นเยื่ยมทั้งสิ้น กษัตริย์ชาห์ จาฮาล ได้เชิญ สถาปนิกเอกทั่วอินเดียและตุรกี เปอร์เซีย ซึ่งเป็นพัธมิตรกัน ได้แก่ มุหะมัด อิซเอฟันดี ชาวตุรกี โดยมี มุหะมัดชารีฟ์ แห่งแคว้นซามาระกันต์ มาเป็นผู้ช่วย
ด้วยความรักที่พระองค์มีต่อพระนาง จึงสร้างที่บรรจุศพให้ หลุมศพวางเคียงคู่กันจนปัจจุบัน โดยจ้างสถาปนิก ชื่อ อัสตาด ไอซา มาจากเปอร์เซียและคนงานจากประเทศต่าง ๆ อีกจำนวนมาก ว่ากันว่า มีผู้ร่วมสร้างเป็น ผู้ออกแบบ ช่างเขียนลวดลาย ช่างอิฐ ช่างปูน ช่างประดับลวดลายด้วยกระเบื้อง ช่างแกะสลัก ช่างตกแต่งภายใน รวม 20,000 คน
ส่วนวัตถุดิบที่นำมาสร้าง มีทั้งจากอินเดียเอง รวมถึงอิมพอร์ตจากนานาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหยกจากจีน หรือเทอร์ควอยท์จากธิเบต
เฉพาะเรื่องวัตถุในการก่อสร้างฟังแล้วถึงกับอึ้ง หินอ่อนสีขาวที่เราเห็นมาจากเมืองมะครานา หินอ่อนสีแดงจากเมืองฟาตีบุระ หินอ่อนสีเหลือง จากฝั่งแม่น้ำนรภัทฑ์ เพชรตาแมวจากกรุงแบกแดด ปะการัง และ หอยมุกจากมหาสมุทรอินเดีย หินเจียรไนสีฟ้าจากเกาะลังขะ เพชรจากเมืองบนทลขัณฑ์
ที่น่าทึ่งอีกอย่างคือ ใช้เวลาสร้างถึง 22-23 ปี ด้วยงบประมาณที่มหาศาลถึง 30 ล้านรูปี
ทัช มาฮาล มีโดมขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 ฟุต ความสูง 80 ฟุต ความสูงของโดมจากพื้น 200 ฟุต ฐานกว้าง 313 ฟุต มีโดมเล็ก ๆ เป็นหอสูงอยู่ทั้ง 4 มุม ภายในประดับด้วยหินอ่อนสลักฉลุ เป็นลวดลายวิจิตรตระการตา ประดับลวดลาย พลอยสี ทับทิม และนิล
ตรงกลางภายใต้หลังคาโดมใหญ่ มีแท่นวางหีบศพที่ทำด้วยหินอ่อน และมีฉากหินอ่อนฉลุลายงามเป็นพิเศษกั้นอีกชั้นหนึ่ง แต่ศพจริง ๆ หาได้บรรจุอยู่ในหีบศพนั้นไม่ แต่ฝังอยู่ในอุโมงค์ใต้ดิน ตรงกับที่วางหีบศพนั้นเอง
จะว่าไปแล้ว ทัช มาฮาลประกอบด้วยแบบฉบับของสิ่งก่อสร้างที่มีอยู่แล้วหลายแห่งในสมัยโมกุล เช่น วิธีการจัดแบบสวนรูปสามเหลี่ยม การวางแบบบ่อน้ำและน้ำพุตามแบบของพระเจ้าบาบูร์ ที่กาบุล หอคอยทรงเปรียวที่ปรากฏอยู่นั้น ได้มาจากปากทางเข้าหลุมฝังศพของพระเจ้าอักบาร์ ส่วนหินอ่อนขาวมีแบบมาจากหลุมฝังศพ ของ อิติมัด อุด ดอลลาห์ ดั้งนั้น ทัช จึงเท่ากับว่าเป็นสถาปัตยกรรม ที่รวมเอาประเพณีของโมกุล และ พระราชดำริของกษัตริย์ชาห์ จาฮาล ไว้ด้วยกัน
เคยมีคำกล่าวที่ว่า “ความรักเป็นสิ่งที่ทรงอำนาจที่สุดในโลก และสามารถที่จะบันดาล ทุกสิ่งให้เป็นจริงได้ และ"ทัช มาฮาล" เป็นสิ่งมหัศจรรย์ ที่งดงามที่สุดชิ้นหนึ่งของโลก ซึ่งเกิดขึ้นจากพลังแห่งความรัก” เป็นข้อความที่โดนใจฉันที่สุด
เรื่อง: กาญจนา หงษ์ทอง :[email protected]
เรื่อง: กาญจนา หงษ์ทอง :[email protected]
.....
Nationzone Recommended :
TCDC รับสมัครเจ้าหน้าที่พัฒนาเครือข่ายและธุรกิจสร้างสรรค์อาวุโส
TCDC มองหาเพื่อนร่วมงาน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจด้านการออกแบบ และจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้กับสังคมไทย
www.nationzone.net/jobs/TCDC
KATOJI THAI รับสมัคร เลขานุการและประสานงานฝ่ายบริหาร ด่วน
บริษัทร่วมลงทุน ไทย-ญี่ปุ่น จำหน่ายสินค้าเด็ก เฟอร์นิเจอร์เด็ก ต้องการผู้ร่วมงานในตำแหน่งเลขานุการและประสานงานฝ่ายบริหารด่วน
www.nationzone.net/jobs/KATOJI THAI
Bangkok Airways รับสมัคร Supervisor: Loyalty Program Partnership & Communication
บริษัทสายการบินชั้นนำรับสมัครหัวหน้าส่วนงานบริหารคู่ค้าและประชาสัมพันธ์รายการสะสมคะแนนฟลายเออร์โบนัส
www.nationzone.net/jobs/Bangkok Airways





