วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เบโบ วัลเดส นักเปียโนพลัดถิ่นจากคิวบา

ประทักษ์ ใฝ่ศุภการ เขียนถึงตำนานศิลปินเพลงคิวบาที่จากไป

สื่อมวลชนทั้งในสหรัฐและยุโรป รวมถึงสื่อยักษ์ใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับดนตรีอย่าง The New York Times สหรัฐอเมริกา และ BBC สหราชอาณาจักร ประโคมข่าวการเสียชีวิตของ เบโบ วัลเดส ในกรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของราชอาณาจักรสวีเดน เมื่อวันที่ 22 (มี.ค.) เดือนที่แล้วด้วยวัย 94 ปี


ในยุคที่นายพลฟูเกนเซียว บาติสตา เรืองอำนาจ ปกครองประเทศคิวบาด้วยระบบเผด็จการ กินรวบทุกอย่างที่ขวางหน้า โกงกินกันสะบั้นหั่นแหลก บาติสตายกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปี 1940 ของคิวบา ลิดรอนเสรีภาพทางการเมือง ตัดสิทธิในการประท้วง บาติสตา ร่วมมือกับพวกเศรษฐีที่ดิน เข้าครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ซึ่งเป็นไร่อ้อย ท่ามกลางสภาวะทางเศรษฐกิจที่ซบเซา ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนในประเทศ

การกอบโกยอย่างไม่หยุดยั้ง คอร์รัปชันกันทุกรูปแบบ โดยรัฐบาลหุ่นเชิดของอเมริกา ความโลภของบาติสตาดูเหมือนจะยิ่งเพิ่มภาระการครองชีพให้แก่ชาวคิวบาสูงขึ้นจนได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้า การกอบโกยของรัฐบาลบาติสตาไม่หยุดการแสวงหาผลประโยชน์ โดยมีสายสัมพันธ์กับพวกมาเฟียอเมริกันในธุรกิจสีเทา ทั้งยาเสพติด บ่อนพนัน การขายบริการทางเพศ...ธุรกิจเหล่านี้ได้รับการค้ำจุนจากนักลงทุนถูกกฎหมายของอเมริกันรายใหญ่อย่างเช่น ธนาคาร”ราฟต์”ของ จอร์จ ราฟต์ ดังนั้นเงินจึงไหลออกนอกประเทศจำนวนมหาศาล

สภาพสังคม ประเทศชาติจะเสื่อมโทรมอย่างไร ไม่สนใจ ขอเพียงพวกพ้องของตนร่ำรวยล้นฟ้าเป็นใช้ได้...

พวกนักศึกษาออกต่อต้านรัฐบาลเป็นระยะๆ แต่ถูกปราบปรามและเข่นฆ่าโดยพวกตำรวจลับ สื่อถูกเซ็นเซอร์อย่างเข้มงวดจากอำนาจรัฐ

ในช่วงเดียวกันนี้”ทรอปิกานา”คลับและคาบาเรต์ใหญ่ที่สุดกลางกรุงฮาวานา เมืองหลวงของคิวบาฟู่ฟ่ามาก เป็นแหล่งบันเทิงที่มีการแสดงบนเวทีและดนตรีดีที่สุดของเมืองนี้ ที่น่าแปลกคือนักแสดงและนักดนตรีล้วนเป็นชาวคิวบาผิวสี แต่ที่นี่ต้อนรับนักท่องเที่ยวอเมริกันผิวขาวที่กระเป๋าหนักโดยเฉพาะ ชื่อเสียงของ”ทรอปิกานา”โด่งดังไปทั่วโลก

เบโบ วัลเดส นักเปียโน เป็นหัวหน้าวง”ซาบอร์ เด กูบา” และยังเป็นผู้ควบคุมวงแบ็คอัพให้กับนักร้องชั้นนำของคิวบา เช่น เบนนี มอเร เปียว เลย์วา และเซเลีย ครูซ” ราชินีซัลซา”

นอกจากนี้ เบโบยังเป็นนักแต่งเพลงและนักเรียบเรียงเพลงให้กับนักร้องดังอย่าง ริตา มอนตาเนร์ ในวง มีเบสฝีมือเยี่ยม อิสราเอล “กาชาโอ” โรเปซ ซึ่งครั้งหนึ่งผมเคยชมการบรรเลงของวง กาชาโอ ในเทศกาลดนตรี”นอร์ธซี”ที่เมืองร็อตเตอร์ดัม ในเนเธอร์แลนด์ ได้เห็นกับตา ได้ยินกับหู ต้องยอมรับว่า กาชาโอเล่นเบสได้สะใจมาก สนุก ตื่นเต้น เร้าใจ คนดูต้องเผลอตัวขยับเท้า โยกตัว คล้อยตามเสียงดนตรี

ความเฟื่องฟูในยามราตรีที่ทรอปิกานา บางครั้งสั่งนักร้องดังจากสหรัฐอเมริกามากล่อมลูกค้าที่มีฐานะค่อนข้างดี แน็ต”คิง”โคล เป็นหนึ่งในนักร้องอเมริกันที่มีชื่อเสียงมาร้องที่”ทรอปิกานา” กับวงดนตรีที่ควบคุมโดยเบโบ วัลเดส จึงทำให้เบโบได้บรรเลงอัดแผ่นเสียงกับแน็ต

ช่วงปี 1956-1958 ฟิเดล คาสโตร ได้เคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านระบบการปกครองของบาติสตา โดยควบคุมกองกำลังแบบกองโจรคอยซุ่มโจมตี ในที่สุดกองกำลังในการบัญชาการของ เช เกวารา (บางแห่งอ่านกูวารา) รบชนะที่ซานตา คลารา ในวันขึ้นปีใหม่ปี 1959 ขณะที่กำลังของคาสโตรบุกเข้ายึดเกาะคิวบาทางด้านตะวันออก คาสโตรประกาศผ่านทางวิทยุว่า บาติสตาได้หลบหนีออกจากคิวบาไปยังซานตาโดมิงโก ก่อนหน้าที่เขาจะยึดชานเมืองและเมืองหลวง 8 มกราคม กองทัพของคาสโตรเคลื่อนเข้ากรุงฮาวานา

ความสำเร็จในการปฏิวัติของคาสโตร ทำให้เบโบรู้สึกว่าคงไม่มีที่ยืนในวงการบันเทิงฮาวานา ปีต่อมาเบโบออกจากคิวบาโดยทิ้งภรรยาและบุตรอีก 5 คน เดินทางไปตระเวนแสดงที่ประเทศแม็กซิโกกับนักร้อง โรลันโด ลา เซเรีย

จากแม็กซิโก เบโบอยู่ที่สหรัฐอเมริกาช่วงสั้นๆ แล้วออกตระเวนแสดงในยุโรป เบโบเดินทางไปยังกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เพื่อแสดงคอนเสิร์ตกับ “เลโกวนา คิวบันบอยส์” ในปี 1963 เบโบนักเปียโนหนุ่มผิวสีวัย 40 จากคิวบาเกิดปิ๊ง โรสแมรี เปร์สัน สาวผิวขาววัย 18 ลูกสาวนายทหารม้าชาวสวีเดน โดยลงเอยกันด้วยการแต่งงานอยู่กินกับภรรยาคนที่สองอย่างมีความสุข เพราะสังคมที่นั่นค่อนข้างอิสระ เท่าที่สังเกตเมื่อครั้งที่ผมเคยไปท่องเที่ยวแถวสแกนดิเนเวีย ทั้งที่เดนมาร์กและสวีเดน ขณะพักที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ในครอบครัวที่ไปอาศัยกินข้าวหลายมื้อ เห็นน้องชายเจ้าของบ้านแต่งงานกับคนผิวสี ทั้งหลานสาวและหลานชายที่อยู่ในบ้านนั้นก็สนิทสนมกับลูกสาวเจ้าของบ้าน ทุกคนในครอบครัวเข้ากันได้ดีมาก

เบโบ วัลเดส อยู่จนโอนสัญชาติเป็นสวีเดน หลังแต่งงานใหม่ เบโบหยุดออกตระเวนแสดง เพื่อจะได้อยู่กับครอบครัว เขาเลือกที่จะยึดอาชีพเล่นเปียโนในคลับและห้องอาหารในโรงแรม อาศัยที่เขาเล่นดนตรีได้หลายแนวนอกจากดนตรีคิวบา จึงทำให้เบโบประกอบอาชีพดนตรีอยู่ในกรุงสตอกโฮล์มอย่างมั่นคงหลายสิบปี

เบโบ มีชื่อจริงว่า รามอน เอมิลิโอ วัลเดส อมาโร เกิดที่หมู่บ้านกิวิกัน ตอนอายุ 17 เขาเดินทางไปยังกรุงฮาวานา เพื่อเข้าเรียนดนตรีที่สถาบันดนตรีสำหรับผู้มีฐานะยากจน ด้อยโอกาส จนได้นำวงเข้าไปเล่นประจำที่ “ทรอปิกานา” ในปี 1948 จึงไม่น่าแปลกใจที่เห็นเบโบเล่นเพลงได้หลากหลายสไตล์ แม้แต่เพลงเปียโนคลาสสิกของ รัคมานินอฟและโชแปง เนื่องจากเขามีพื้นฐานทางดนตรีมาดี

สี่ปีต่อมา นอร์แมน แกรนซ์ แห่งบริษัทแผ่นเสียง”เวิร์ฟ”โปรดิวเซอร์ชื่อดังทางแจ๊ส ได้ว่าจ้างให้เบโบบรรเลงอัดแผ่นเสียง “Afro-Cuban Jazz” เป็นครั้งแรกในคิวบาและเซนต์สัญญา 4 ปี ให้เบโบนำวง “ซาบอร์ เด กูบา” อัดแผ่นเสียงดนตรีคิวบาในจังหวะใหม่ นอกจากชาชาชามัมโบ ก็คือจังหวะ “บาตังกา”

ในปี 1958 แน็ต”คิง”โคล ออกแผ่นชุด Cole Espanol เรียบเรียงดนตรีโดย เนลสัน ริดเดิล บรรเลงประกอบการร้องโดยวงของเบโบ วัลเดส และเบโบยังเป็นผู้ต่อเนื้อร้องภาษาสเปนให้กับแน็ต ปรากฏแผ่นเสียงชุดนี้ได้รับความนิยมจากนักฟังเพลงทั่วโลก

เบโบร่วมกับนักแซ็กโซโฟนแจ๊สชื่อก้องชาวคิวบา ปากิโต ดริเวรา อัดแผ่น ซีดี ชุด Bebo Rides Again ในปี 1994 ทำให้เบโบโด่งดังไปทั่วโลก

ต่อมาเบโบร่วมงานกับ เดียโก ซิกาลา นักร้องนักแต่งเพลงชาวสเปน ออกแผ่นซีดีชุด Lagrimas Negras เป็นเพลงแนว “ฟลาเมงโกแจ๊ส” ได้รับเลือกให้เป็นแผ่นชุดยอดเยี่ยมแห่งปี โดยหนังสือพิมพ์ “เดอะนิวยอร์กไทม์ส” ผลทำให้เบโบย้ายจากสวีเดนไปอยู่ประเทศสเปนในปี 2007

อีกสองปีต่อมาเบโบร่วมกับ ชูโช วัลเดส นักเปียโนแจ๊สลือชื่อลูกชายที่จากกันหลายสิบปี ออกแผ่นซีดีชุด Juntos para siempre (ร่วมกันชั่วนิรันดร์) ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวดทั้งสองพ่อลูก

เบโบ วัลเดส ได้รับรางวัล “แกรมมี่” ถึง 5 รางวัล จากแผ่นชุด El arte de sabor; Lagrimas Negras; Bebo de Cuba

ถามว่าเขาเอาพลังมาจากไหนในการแสดงดนตรี เบโบ วัลเดส ตอบอย่างไม่ต้องคิด เขาไม่ทำอะไร นอกจากเล่นเปียโน เขาจะเล่นเปียโนไปจนตาย.