วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

ใครๆ ก็ไปเกาหลีเหนือ

ใครๆ ก็ไปเกาหลีเหนือ

ความปลอดภัยเป็นเงื่อนไขหลักเมื่อวางแผนการท่องเที่ยวไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศ

เมื่อมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นที่ไหนก็ตาม สิ่งแรกๆ ที่จะได้ยินคือประกาศจากประเทศต่างๆ เตือนประชาชนของตนเองเรื่องความปลอดภัยว่า ถ้าไม่จำเป็นก็ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปที่นั้น หรือถ้าจำเป็นก็ให้เพิ่มความระมัดระวังอย่างมาก

แต่ดูเหมือนว่าเงื่อนไขนี้จะใช้ไม่ได้กับกรณีของ เกาหลีเหนือ เพราะทั้งๆ ที่รัฐบาลเกาหลีเหนือประกาศทำสงครามกับเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการ และเตรียมเปิดทำการเตาไฟฟ้าปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีกครั้งเพื่อต่อต้านมติของสภาความั่นคงแห่งสหประชาชาติ แถมยังขู่ให้สถานทูตต่างชาติในเปียงยางอพยพออกจากประเทศในทันที หากไม่ทำตามก็จะไม่รับรองความปลอดภัย แต่บริษัททัวร์ต่างกลับออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะจากซีกโลกตะวันตกเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในปี 2553 นักท่องเที่ยวจากประเทศตะวันตกราว 3,000 คน และจากประเทศจีนอีกหลายพันคนไปเยือนประเทศเจ้าปัญหาแห่งคาบสมุทรเกาหลี

จิลเลียน ลีนนิงส์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัทรีเจ้นท์ ฮอลลิเดย์ แห่งเกาะอังกฤษ ซึ่งจัดทัวร์ไปเกาหลีเหนือตั้งแต่ปี 2528 ให้สัมภาษณ์ว่า หลังเกาหลีเหนือประกาศสงคราม จำนวนคนที่สอบถามเข้ามาที่บริษัทเรื่องทัวร์เกาหลีเหนือเพิ่มขึ้นกว่า 400 เปอร์เซ็นต์ เธอว่า เมื่อประเทศหนึ่งเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ไม่ว่าข่าวดีหรือข่าวร้าย คนก็จะสนใจ

“คนที่ติดต่อมาที่เราจะไม่ค่อยรู้จักเกาหลีเหนือ พวกเขาได้ยินชื่อเกาหลีเหนือจากข่าวและค้นหาข้อมูลในกูเกิล พวกเขาอยากไปเที่ยวเพราะอยากรู้ว่าข่าวที่ว่าถูกต้องหรือไม่”

บางคนที่จองทัวร์ไปเกาหลีเหนือไว้โทรศัพท์เข้ามาถามว่า ยังไปได้อยู่ใช่ไหม และไม่มีใครยกเลิกการจองเลย แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวประมาณ 200 คน ไปเกาหลีเหนือกับบริษัท และเพราะระเบียบที่เคร่งครัดทำให้นักท่องเที่ยวได้รับอนุญาตให้ไปเที่ยวไม่กี่แห่ง เช่น กรุงเปียงยาง เขตปลอดทหารที่ชายแดนเกาหลีเหนือและใต้ และเทศกาลอารีดังเท่านั้น ถึงแม้จะยืนยันว่าเหตุการณ์ทุกอย่างปกติดี แต่ลีนนิงส์ก็ยอมรับว่า บริษัทได้ประชุมเตรียมพร้อมเรื่องความปลอดภัยให้กับลูกทัวร์แล้ว

ส่วน นิโคลาส บอนเนอร์ ผู้ก่อตั้งคอร์โยทัวร์ และจัดทัวร์ไปเกาหลีเหนือกว่า 20 ปี เล่าว่า เขาไปที่นั่นเมื่อเดือนมีนาคม ทุกอย่างปกติดี

“แน่นอนว่าก็ต้องมีความตึงเครียดบ้าง แต่ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ การท่องเที่ยวก็ยังดำเนินต่อไป ผู้คนก็ยังโอบอ้อมอารีเหมือนเดิม”

นิค บอนเนอร์ ไกด์อาวุโสของคอร์โย บอกว่า “ตอนนี้เรามีกรุ๊ปทัวร์ชาวอเมริกัน 8 คนอยู่ที่เปียงยาง เราคุยกับทางการเกาหลีเหนือสม่ำเสมอ พวกเขาน่าจะยกเลิกการให้วีซ่าหากสถานการณ์ไม่ดีจริงๆ”

เขารู้ว่า การส่งเสริมให้คนไปเที่ยวเกาหลีเหนืออาจทำให้หลายคนตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสม แต่เขาเชื่อว่าการท่องเที่ยวช่วยส่งเสริมการพบปะพูดคุยกันระหว่างภายนอกกับเกาหลีเหนือ

บริษัททัวร์คอร์โยผลิตสารคดีเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ 3 เรื่องออกเผยแพร่ ทำให้ได้ลูกค้าเป็นกรุ๊ปเด็กนักเรียนและทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนด้านกีฬา

ส่วน คริสโตเฟอร์ ไวท์ ผู้อำนวยการของทัวร์ยังไพโอเนียร์ ยอมรับว่า มีนักท่องเที่ยวบางคนยกเลิกการเดินทางไปเกาหลีเหนือ แต่ในเดือนนี้จะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวประมาณ 100 คนไปเที่ยวที่เปียงยาง

เมื่อปีที่แล้ว บริษัทพาลูกทัวร์ 500 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวตะวันตกมาเที่ยวเกาหลีเหนือ และจำนวนน่าจะเพิ่มมากขึ้นเท่าตัวในปีนี้

“เราสังเกตว่าหลังการประกาศสงคราม มีคนเข้าดูเวบไซต์มากขึ้น และเราได้ลูกทัวร์เพิ่มมากขึ้นด้วยตลอดเวลา 5 ปีที่เราทำทัวร์เกาหลีเหนือมา มีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้น แต่ก็ไม่มีผลกระทบกับงานของเรา เราจะจัดทัวร์ต่อไปจนกว่าจะไม่ได้รับอนุญาตนั่นแหละ”

ส่วนนักท่องเที่ยวที่เพิ่งกลับจากทัวร์เกาหลีเหนืออย่าง ทีน่า แคร็บเบอร์ จากเดนมาร์ค เล่าว่า เธอไม่ได้รู้สึกกลัวในระหว่างทัวร์เกาหลีเหนือเป็นเวลา 5 วันเลย ระหว่างท่องเที่ยวก็ไม่มีความกดดันอะไร เธอเดินทางไปเกาหลีเหนือโดยออกจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ส่วนหนุ่มน้อยวัย 15 ปีจากฮ่องกง เล่าว่า เขาเดินทางไปกับทางโรงเรียน

“แม่ผมบอกทำนองว่า กำลังจะมีสงคราม แต่ที่ผมเห็นทุกอย่างสงบดี ไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวาย”

ในขณะเดียวกัน สื่อทางการของเกาหลีเหนือก็อ้างว่า มีคนแห่ขอวีซ่าเพื่อเข้ามาเที่ยวเพิ่มมากขึ้นอย่างมากภายหลังผู้นำของเขาประกาศทำสงครามกับเกาหลีใต้ ส่วนสายการบินแอร์ คอร์โย ต้องเพิ่มเที่ยวบินระหว่างปักกิ่งและเปียงยางอีกสัปดาห์ละ 2 เที่ยว เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในช่วงนี้

นอกจากนี้ยังการขยายเวลาการเดินรถไฟและเพิ่มรถไฟระหว่างชายแดนจีนและเปียงยางอีกด้วย สถิติเมื่อปีที่แล้วแสดงว่า มีชาวตะวันตกประมาณ 4,000 คน และชาวจีน 20,000 คนมาเที่ยวที่เกาหลีเหนือ ชาวจีนส่วนใหญ่มาแบบเช้าไปเย็นกลับ