วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ศิลปะ' แห่งการ 'ปลอม'

หากอยากซื้องานศิลปะ จงเชื่อเถอะว่า "ของถูกและดีไม่มีในโลก" โดยเฉพาะในยุคนี้มีสารพัดวิธีในการปลอมรูปศิลปะ

เช่นเดียวกับทุกอาชีพ "ศิลปินร่วมสมัย" เป็นอาชีพหนึ่งที่มีค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพ ค่าน้ำ ค่าไฟ และอีกหลายๆ "ค่า" จึงจำเป็นต้องหารายได้เข้ากระเป๋า กิจกรรมที่เรียกว่า "การสะสมงานศิลปะ" หรือการซื้องานศิลปะนอกจากเผยแพร่งานศิลปะสู่ผู้เสพแล้ว ยังเป็นกระบวนการที่ทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในสังคมศิลปะ ศิลปินมีรายได้ยังชีพและสร้างงานศิลปะต่อไป เป็นส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนวงจรของวงการศิลปะให้เดินหน้าและพัฒนาต่อไปได้

แต่ด้วยมูลค่าของงานศิลปะ ทำให้เกิดการ "ปลอม" งานศิลปะขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ตัดลมหายใจของวงจรศิลปะ และทำลายวงการศิลปะอย่างน่ากลัว

ย้อนรอย"รูปปลอม"

เมืองไทย บุษมาโร ศิลปินร่วมสมัยผู้คร่ำหวอดในวงการศิลปะ มองว่า การปลอมงานศิลปะไม่ใช่เรื่องใหม่ ในต่างประเทศการปลอมงานศิลปะมีมานาน และมีพัฒนาการทางฝีมือ จนสามารถตบตาสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายงานศิลปะระดับโลกได้

"ในเมืองนอกการปลอมรูปมีมานานแล้ว ถ้าศึกษาก็จะเจอข้อมูลว่า มีศิลปินรุ่นเก่าๆ โดนกันหลายคน มีการปลอมแบบมืออาชีพเลย บางทีก็ไปซื้องานเก่าร่วมยุคมาปลอมกัน ใช้ผ้าใบเก่า เฟรมเก่า หรือแม้แต่ไปหาผงสีจากยุคเดียวกันมาใช้ และฝีมือการทำรูปปลอมต้องสุดยอด รวมไปจนถึงปลอมจดหมาย ปลอมเอกสารต่างๆ ด้วย"

ส่วนในประเทศไทย แม้กระบวนการปลอมแปลงงานศิลปะจะไม่ได้ละเอียดประณีตเท่า แต่ก็มีกรณีรูปปลอมเกิดขึ้นเป็นระยะ โอกาสที่จะ "งานเข้า" เจองานศิลปะปลอมเกิดขึ้นได้ โดยไม่เลือกว่าจะเป็นคนที่มีประสบการณ์ในวงการศิลปะหรือนักสะสมงานศิลปะหน้าใหม่

"ก่อนหน้านี้เขียนปลอมกันจริงๆ จังๆ แต่ตอนหลังปลอมแบบกากๆ น่ะ คงเจาะไปที่คนซื้อหน้าใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ หวังว่าจะได้ของดี ของถูก คิดว่าโชคดี เสร็จทุกราย คนในวงการศิลปะก็พยายามเตือนๆ กัน ให้ดูดีๆ อย่างพี่คนหนึ่งเป็นเจ้าของแกลเลอรี มีคนเอางานมาเสนอขาย บอกว่าเป็นงานศิลปินรุ่นอาจารย์ท่านหนึ่ง ก็เลยนัดเอางานมาดูกัน ปรากฎว่าเป็นเด็กวัยรุ่นเอารูปม้วนใส่กระบอกสะพายหลังขี่มอเตอร์ไซค์เอามาให้ดู เจ้าของแกลเลอรีคนนี้ดูแล้วโยนทิ้งเลย บอกเอาไปให้พ้นร้านผม เพราะมันปลอมชัดๆ แต่บางครั้งถ้าคนซื้อไม่มีประสบการณ์ก็อาจจะโดน อีกกรณีหนึ่งเป็นนักสะสมหน้าใหม่ มีคนมาเสนอขายงานศิลปินรุ่นใหญ่ 3 ชิ้น ราคาถูกมาก ก็เลยโอเค...ซื้อ คนขายก็เอารูปมาส่ง ตอนหลังเรียกผมไปดู ผมบอก...คืนเถอะ ปลอมชัดเลย เพราะสไตล์การวาดเป็นของศิลปินคนนึง แต่ลายเซ็นต์เป็นของอีกคน รายนี้ยังถือว่าโชคดีที่คนขายยอมคืนเงินให้ทั้งหมด..."

"ถ้าเป็นงานของศิลปินที่มีชีวิตอยู่ยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นงานของศิลปินรุ่นอาจารย์เก่าๆ ที่เสียชีวิตไปแล้ว จะมีปัญหามาก เพราะเช็คยาก คนในวงการศิลปะเองก็ไม่อยากมีเรื่อง บางคนไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้เพราะกลัวว่าบรรยากาศการซื้อภาพจะเสีย ก็เลยไม่มีใครขยับ แต่ถ้าปล่อยไว้ระยะยาว มันเป็นเนื้อร้ายในวงการศิลปะ คอลเลคเตอร์ (นักสะสมงานศิลปะ) หรือคนที่คิดจะซื้องานศิลปะจะแหยง คนที่ถืองานอยู่ก็ไม่สบายใจ คนปลอมงานศิลปะก็ยิ่งได้ใจ พอเกิดกรณีแบบนี้ ก็เสียหายกันทั้งศิลปินและนักสะสม" เมืองไทย สรุป

ร้อยเหลี่ยมคนปลอมรูป

มีมากมายหลายกลโกง ที่นักปลอมงานศิลปะนำมาใช้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับชิ้นงานศิลปะปลอม และล่อลวงนักสะสมให้ยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินจำนวนมาก แลกกับ "รูปปลอม"

"พวกนี้ทริคเยอะนะ อย่างเวลามีจัดแสดงงานศิลปะ พวกที่มีรูปปลอมอยู่ ก็จะมาขอร่วมส่งงานแสดงด้วย พองานได้แสดง ได้ลงสูจิบัตร ก็เท่ากับมีบันทึกว่างานชิ้นนี้ได้ร่วมแสดงนิทรรศการนี้ ก็เหมือนกับเป็นการชุบตัว หรือบางทีพวกปลอมรูปก็จะเข้าหาพวกนายทหารบ้าง ข้าราชการใหญ่ๆ บ้าง ขอเอางานไปฝากไว้บ้านท่าน บอกว่าเอาไปไว้ให้ท่านดูก่อน ไม่ซื้อไม่เป็นไร อีกทางนึงก็ไปคุยกับนักสะสมงานศิลปะที่สนใจซื้อรูปว่า มีงานชิ้นนี้นะ ฝากไว้บ้านท่านนั้นท่านนี้ เพื่อทำให้ดูเป็นของดีมีราคา เสร็จแล้วก็พาไปดูด้วยกัน โดยให้คนซื้อรอในรถ แล้วเข้าไปเอารูปออกมาให้ดู คนซื้อเห็นงานออกมาจากบ้านคนใหญ่คนโต ก็หลงเชื่อคิดว่า ต้องเป็นผลงานศิลปะของจริงและมีคุณภาพ ผู้ใหญ่ถึงเอามาไว้ในบ้าน" เมืองไทย เล่า

ขณะที่ ธวัชชัย สมคง ศิลปินร่วมสมัยมากประสบการณ์ กับอีกบทบาทในฐานะบรรณาธิการนิตยสารศิลปะ "ไฟน์อาร์ต" (Fine Art) มองว่า ขบวนการปลอมงานศิลปะในประเทศไทยมีตัวการสำคัญอยู่ 2-3 กลุ่ม ซึ่งคนในวงการศิลปะ ส่วนใหญ่รู้กันดีกว่าใครเป็นใคร แต่ที่ผ่านมายังไม่สามารถจัดการแก้ปัญหารูปปลอมให้หมดไปได้

"จริงๆ มันเป็นขบวนการ มี 2-3 กลุ่มที่ทำงานปลอม ทำมาหลายสิบปีแล้ว เราก็พอจะรู้กันอยู่ พวกนี้ก็โตขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่ามีคนใช้บริการ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า เมื่อมีรูปปลอมออกมา คนในวงการรู้กันว่า ปลอม แต่เราทำอะไรไม่ได้ เคยจะไปแจ้งจับแต่ปัญหาคือ คนนอก เป็นเจ้าทุกข์ไม่ได้ ต้องเป็นตัวศิลปินเองหรือไม่ ก็ลูกหลานของศิลปินเป็นเจ้าทุกข์ไปแจ้งความ แต่ทุกคนก็ไม่อยากจะยุ่ง"

ธวัชชัย มองว่า การปลอมงานศิลปะในเมืองไทยมีอยู่หลายลักษณะ แบบแรก คือ ปลอมผลงานของศิลปินที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยการเขียนรูปขึ้นมาใหม่ แล้วทำให้ดูเหมือนของเก่า เช่น การจงใจทำให้ผ้าใบหลังภาพเป็นสีดำคล้ำ เพื่อให้เหมือนของเก่า ส่วนผลงานที่เขียนบนกระดาษ นักปลอมงานศิลปะอาจใช้วิธีนำกระดาษเก่าเก็บมาเขียนภาพลงไปเพื่อให้ดู "ใช่" มากขึ้น

อีกประเภท คือ การหาผลงานที่อยู่ร่วมสมัยเดียวกันกับงานที่ต้องการทำปลอม แล้วนำมาเปลี่ยนลายเซ็นต์ เพื่อให้ผู้ซื้อหลงเชื่อว่า เป็นงานของศิลปินที่มีชื่อเสียง

"โดยปกติศิลปะรุ่นเดียวกันจะเขียนคล้ายกันหลายคนมาก ของไทยเราศิลปินรุ่นเก่าๆ รุ่นหนึ่งจะมี 5-6 คนที่เขียนคล้ายกัน พวกปลอมรูปก็จะไปหางานศิลปินคนอื่นที่ร่วมยุคกับศิลปินดังๆ แล้วเอามาเปลี่ยนลายเซ็นต์ อันนี้จะดูยากนิดนึง แทบดูไม่ออกเลย เพราะอันนี้ปลอมแบบช่วงเวลาได้ ผ้าใบ เฟรม ใช่หมด ตรงนี้ที่น่ากลัวที่สุด ต้องดูตรงลายเซ็นต์ให้ดีๆ ว่ามีการเอากระดาษทรายขัดลายเซ็นต์ออกแล้วเซ็นต์ใหม่หรือเปล่า"

สำหรับกลุ่มศิลปินที่ยังมีชีวิตอยู่ นักปลอมงานศิลปะจะเลือกปลอมงานของศิลปินที่มีชื่อเสียง มีคนนิยมสะสม หรือ "เล่น" ผลงานของศิลปินคนนั้นอยู่มาก และมักจะ "ปล่อย" ในราคาที่ต่ำกว่าปกติ เพื่อจูงใจผู้ซื้อ

"เมื่อก่อนงานปลอมส่วนใหญ่จะมาถูกกว่าท้องตลาด งานล้านนึงปล่อยมาสองแสน คนโลภก็รีบซื้อเลย แต่เดี๋ยวนี้มีอีกอย่างคือ ปล่อยราคาเท่าท้องตลาดหรือแพงกว่าท้องตลาดเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ และพวกนี้จะสร้างนิยายเก่ง...งานชิ้นนี้เคยเป็นของคุณหญิงคนโน้นได้มาหลายปีแล้ว เทขายจากบ้านโน้นบ้านนี้ แต่งนิยายเพื่อให้คนเชื่อ ยิ่งกว่านั้นสมัยนี้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มันง่ายมาก พวกปลอมรูปเลยใช้วิธีเขียนรูปปลอมขึ้นมาก่อน แล้วรีทัชเอารูปตัวศิลปินใส่เข้าไป ก็ได้เป็นรูปที่ศิลปินถ่ายคู่กับผลงานชิ้นนั้น เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือขึ้นไปอีก เคยจับได้กรณีหนึ่ง เผอิญมันรีทัชแย่แสงเงาไปคนละทางก็เลยรู้ แต่ถ้ามือรีทัชเทพๆ เราจะดูยากมาก"

บก.ไฟน์อาร์ต ยกตัวอย่างกรณีการซื้อขายผลงานของศิลปินที่ล่วงลับไปแล้วบางท่าน ที่สร้างความเสียหายทั้งตัวศิลปิน ทายาท นักสะสม และวงการศิลปะในภาพรวม

"ศิลปินรุ่นอาจารย์บางท่านโดนปลอมงานเยอะมาก มีงานออกมาในตลาด 10 รูป ปลอมซะ 9 แล้ว หรืออาจจะปลอมทั้ง 10 รูป และมันก๊อปเหมือนมาก ดูไม่ออกเลย ผลเสีย คือ ในตลาดศิลปะ คนก็ไม่อยากซื้องานของศิลปินคนนี้อีก เพราะกลัวโดนรูปปลอม ตอนนี้งานของศิลปินคนนี้ เลยไม่มีคนเล่นแล้ว ทีนี้ก็ไล่ต่อไปสิ...ปลอมงานของศิลปินคนอื่นต่อไปอีก ในวงการก็จะไม่มีใครกล้าซื้องานศิลปะ อันนี้เสียหายมาก เดี๋ยวนี้รูปปลอมมีออกมาทุก 3 เดือน คอลเลคเตอร์รุ่นเก่าที่มีความรู้ ดูงานเยอะ มีประสบการณ์อาจจะดูออก แต่นักสะสมหน้าใหม่ที่ชอบงานศิลปะ ถ้าเข้ามาแบบไม่มีความรู้จะตกเป็นเหยื่อ พอเจอแบบนี้ เขาก็ถอยเลย คอลเลคเตอร์จะสูญพันธุ์ ทำให้วงการศิลปะชะงักงัน ถ้ามีกรณีภาพปลอมมากๆ เข้าจะทำให้ธุรกิจทางศิลปะล่มสลายเลย..."

"...ปัจจุบันนี้คนซื้อรูปไป พอเจอว่า เป็นรูปปลอม ก็คืนรูป คืนเงินกันแล้วจบ เราจะไปเอาเรื่องคนที่ปลอมรูปก็ยาก ถ้าปลอมงานศิลปิน เจ้าตัวฟ้องได้ แต่ถ้าเป็นคนอื่นจะไปฟ้องแทนก็ไม่ได้ บางทีศิลปินก็ไม่อยากยุ่ง คนทำผิดกฎหมาย แต่ไม่มีคนแจ้งก็จับไม่ได้ ถ้าจะให้ดีที่สุด คือ ต้องมีกรณีจับให้เป็นตัวอย่าง มีการปราบปรามที่รุนแรงกว่านี้" บก.ไฟน์อาร์ต เสนอ

ผนึกพลังต้านศิลปะปลอม

"สมาคมสภาเครือข่ายศิลปะแห่งประเทศไทย" คือ องค์กรใหม่ที่เกิดจากการรวมตัวของศิลปิน เพื่อเก็บข้อมูลผลงานศิลปะชิ้นสำคัญๆ และผลักดันให้เกิดการป้องกันการปลอมแปลงงานศิลปะ

"เรารวมตัวกันมาได้ประมาณ 5-6 เดือน ช่วงแรกเราจดทะเบียนเป็นสมาคมก่อน หลังจากนี้ก็จะไปผลักดันกฎหมายให้มีการจัดตั้งเป็นสภาวิชาชีพ ซึ่งคงใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี ช่วงนี้ก็ดำเนินการภายใต้รูปแบบสมาคมไปก่อน ตอนนี้มีสมาชิกประมาณ 2,000 กว่าคน มาจากศิลปินทุกสาขา มีปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเป็นนายกสมาคมฯ มีกลุ่มศิลปินแห่งชาติเป็นสมาชิก ร่วมกับนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย ศิลปินอิสระ นักสะสม นักเขียน คนทำงานศิลปะทั้งหมดเข้ามาช่วยกัน" ธวัชชัย เล่า

หน้าที่สำคัญของสมาคมฯ วางไว้ที่การรวบรวมฐานข้อมูลผลงานศิลปะในประเทศไทย โดยเฉพาะงานระดับมาสเตอร์ที่นิยมซื้อขาย "เล่น" กันในตลาดศิลปะ เป็นฐานข้อมูลไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อใช้อ้างอิงและช่วยป้องปรามปัญหางานศิลปะปลอม

"ตอนนี้เรากำลังทำฐานข้อมูลงานศิลปะของศิลปินไทย รวบรวมข้อมูลผลงานทั้งหมด ถ้ามีผลงานที่น่าสงสัยขึ้นมา ก็จะมีการตั้งกรรมการมาดูว่า อันไหนใช่ อันไหนไม่ใช่ อันไหนยังฟันธงไม่ได้ แต่น่าสงสัย แล้วก็ขึ้นทะเบียนไว้ เป็นการป้องกันและก็ป้องปรามขบวนการปลอมรูป ข้อสำคัญคือการหาข้อมูลเพื่อเติมเต็มหน้าประวัติศาสตร์ศิลปะของบ้านเราด้วย อย่างงานของอาจารย์จิตร บัวบุษย์ มีกี่ชิ้น สูญหายไปเท่าไหร่ ก็พยายามรวบรวมข้อมูลไว้ การเก็บข้อมูลและขึ้นทะเบียนผลงานจะเป็นข้อมูลไว้อ้างอิงในอนาคต เมื่อมีรูปปลอมขึ้นมา หรือมีงานสูญหาย ข้อมูลตรงนี้ก็จะเอามาใช้ประโยชน์ได้"

เป้าหมายของสมาคมฯ ยังรวมไปถึงการรับมอบอำนาจจากศิลปินและนักสะสม ที่ได้รับความเสียหายจากกรณีปลอมงานศิลปะ และก้าวเข้ามาเป็นคนกลางในการเรียกร้องให้เกิดกระบวนการเอาผิดกับนักปลอมงานศิลปะ

แต่ก่อนจะถึงวันนั้น คนรักงานศิลปะต้องป้องกันตัวเองด้วยคาถา "ของถูกและดีไม่มีในโลก...อย่ารีบ อย่าโลภ" เรียนรู้ให้มาก หาข้อมูลให้ดี เลือกแหล่งซื้อรูปที่น่าเชื่อถือ แม้อาจต้องจ่ายแพงกว่า แต่ได้ของแท้น่าจะดีที่สุด

"นักสะสมหน้าใหม่ ถ้าสนใจงานศิลปินคนไหน ให้ดูเยอะๆ ศึกษาเยอะๆ เข้าหาศิลปิน หรือถ้าศิลปินล่วงลับไปแล้ว ก็อาจจะไปคุยกับทายาท เวลาเราจะซื้อก็ต้องปรู๊ฟ ตรวจสอบที่มาให้ดี อย่างเช่นบอกว่าเป็นงานในครอบครองของคนนั้นคนนี้ก็ตรวจสอบไปเลย ไปถามเจ้าของเก่าเลยว่าจริงไม๊ ย้อนกลับไปที่ต้นตอว่ามายังไง ถ้าซื้อรูปจากพ่อค้าที่เดินงานอิสระต้องดูว่า น่าเชื่อถือได้ไม๊ คนที่สุจริตมี แต่พวกที่คดโกงก็เยอะ ถ้าซื้อจากแกลเลอรีก็ต้องดูว่าแกลเลอรีน่าเชื่อถือไม๊ แกลเลอรีที่มีชื่อเสียง มีความน่าเชื่อถืออาจจะต้องจ่ายแพงกว่า 20-30% แต่ได้ของจริงชัวร์ๆ น่าจะดีกว่า เพราะแกลเลอรีที่ก่อตั้งมา 20-30 ปีคงไม่เอาชื่อตัวเองมาเสียกับการเอาภาพปลอมมาขาย..."

"...อะไรที่ไม่ชัดเจน อะไรที่น่าสงสัย อย่าซื้อ ของถูกมากๆ ไม่มีในโลก ยิ่งผิดจากราคาตลาดมากๆ ยิ่งต้องตรวจสอบ อาจจะเจอรูปปลอมหรือไม่ก็รูปขโมย..." บก.ไฟน์ อาร์ต สรุป