ภาพที่ชินตาตั้งแต่เด็ก เวลาคุณพ่อขับรถพาไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ที่แม่กลองคือนาเกลือสีขาวทอดยาวไปตลอดสองข้างทาง
พร้อมกังหันลมที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนสัญลักษณ์นาเกลือไทยแท้แต่โบราณ แต่ทุกๆ ครั้งก็ได้แต่เห็นเป็นเพียงทางผ่าน ไม่เคยแวะชมหรือแวะชิมแต่อย่างไร
วันนี้ สิ่งที่เปลี่ยนไปบนเส้นทางสายนาเกลือแต่เดิมนั้น ถนนหนทาง โรงงานอุตสาหกรรม ชุมชน ที่มีการขยายตัวขึ้นตามความเจริญที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ นาเกลือที่เห็นเป็นระยะๆ เริ่มดูเหมือนจะน้อยลงไปตามกาลเวลาตามสัจธรรมของสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ภาพชินตาของกังหันลมนาเกลือที่เคยเห็นในอดีตนั้น มาวันนี้กลับไม่มีแล้ว
“สมัยก่อนฤดูกาลมันแน่นอน พอหน้าลมมา ลมก็มา ทิศทางของลมก็ชัดเจน เดี๋ยวนี้ลมมาบ้างไม่มาบ้าง ไม่มีใครใช้กังหันลมกันแล้ว ใช้เครื่องปั๊มน้ำเร็วกว่ากันเยอะ ไม่ต้องปรับย้ายทิศกังหันรับลมให้เหนื่อย กังหันลมเริ่มหายไปตั้งแต่ปี 2528-2529 แล้วก็เริ่มทยอยหายไป จนวันนี้ไม่มีแล้ว” ชาวนาเกลือเล่าให้ฟังถึงเหตุผลที่กังหันลมหายไป ซึ่งอีกหนึ่งเหตุผลคงจะเป็นความสะดวกสบายที่ไม่ต้องรอลมเหมือนเมื่อก่อน แค่ติดเครื่อง น้ำเค็มจากทะเลก็วิดเข้านาเสร็จสรรพ
การสนทนาระหว่างเรากับชาวนาเกลือเริ่มไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงเรื่องความเจริญที่เพิ่มมากขึ้นๆ ทุกปี การเกิดขึ้นของโรงงานอุตสาหกรรมและชุมชนตลอดทั้งสองเส้นทาง
“สมัยก่อนชาวบ้านแถวนี้ทำนาเกลือกันเกือบหมดทุกบ้าน สมัยนี้เหลือไม่ถึงครึ่ง ราคาเกลือก็ถูก สภาพแวดล้อมเริ่มจะไม่เอื้อ ที่ดินนาเกลือเอาไปขายทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ ยิ่งติดถนนใหญ่นะไร่ละ 9 ล้านก็ขายได้”
กะตัวเลขคร่าวๆ คำนวณด้วยสายตา ที่ดินราว 30 ไร่ของพี่คนนี้คงมีราคาเกือบ 300 ล้านบาท มากกว่าทั้งชีวิตของคนบางคนที่จะสามารถหาได้ด้วยซ้ำ ซึ่งสิ่งนี้กำลังเป็นโจทย์สำคัญท่ามกลางความกังวลว่า สุดท้ายแล้วจะมีใครทนลำบากทำนาเกลือต่อไปไหม
วันนี้ชาวนาเกลืออย่าง พี่โต บุญปรอด เจริญฤทธิ์ ถึงกับตั้งโรงเรียนนาเกลือบนถนนพระราม 2 เส้นขาเข้า กม.60 บ้านหลังคาสีฟ้าๆ ที่มีนาเกลือทอดยาวเป็นฟอร์กราวด์ เป็นที่ที่พี่โตใช้เป็นโรงเรียนนาเกลือ โรงเรียนแห่งนี้ไม่มีนักเรียนประจำ แต่มีผู้คนแวะเวียนมาจากทั่วโลกเพื่อมาดูภูมิปัญญาชาวไทยที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ
เริ่มตั้งแต่การวิดน้ำทะเลเข้าสู่นาเกลือเป็นทอดๆ เพิ่มความเข้มข้นของเกลือในแต่ละขั้นตอน จนกลายมาเป็นเกลือสมุทรที่เราใช้รับประทานกัน การแสดงตัวอย่างเกลือชนิดต่างๆ ที่มีความแตกต่างกัน ตั้งแต่ ดอกเกลือ (Fleur De Sel), เกลือจืด, ดีเกลือ และอีกสารพัดเกลือ ซึ่งสิ่งที่โรงเรียนนี้ตั้งใจรักษาไว้ นอกจากภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อน ยังเป็นอาชีพที่พี่โตบอกว่า “ในอนาคตไม่ต้องให้คนพื้นที่ไปซื้อเกลือเขากิน”
ความพยายามที่จะรักษาวิถีชาวนาเกลือที่ยังเหลืออยู่ นอกจากที่โรงเรียนนาเกลือ จังหวัดสมุทรสงครามแล้ว ตรงไปทางคลองโคน เพชรบุรี ก็มี พิพิธภัณฑ์นาเกลือ ที่เพิ่งเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ พิพิภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่บนเส้นทางลัดไปชะอำ เส้น scenic route บางตะบูน-บ้านแหลม-ชะอำ กม. 25 ในบริเวณที่เป็นสหกรณ์เกษตรชาวนาเกลือบ้านแหลม จัดแสดงเรื่องราวและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ชาวบ้านใช้ทำนาเกลือตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยจะมีวิทยากรท้องถิ่นมาอธิบายขั้นตอนการทำนาเกลือแบบละเอียด
ปัจจุบันพื้นที่ทำนาเกลือเริ่มเหลือน้อยลงทุกที ลูกหลานชาวนาเกลือก็ไม่อยากทำงานตากแดดตากร้อนทำนาเกลือ ราคาเกลือสมุทรก็สู้เกลือสินเธาว์ปรุงไอโอดีนที่ขายตางห้างก็ไม่ได้ สุดท้ายภูมิปัญญาที่สืบทอดตั้งแต่บรรพบุรุษอาจจะสูญหายไปดั่ง “กองเกลือกลางสายฝน” ก็เป็นได้
.......................................
(เดินทางไปกับผมและพบกับเรื่องราวดีๆ ของ Local Hero หัวใจอนุรักษ์ได้ในรายการ Green Route Good Life ทาง 'กรุงเทพธุรกิจ TV' ทุกวันเสาร์ 10:30น.)





