วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เที่ยว'สงกรานต์'สะพัด 5.9 หมื่นล้าน

ธุรกิจท่องเที่ยวโกยรายได้เทศกาล"สงกรานต์"เงินสะพัด 5.9 หมื่นล้าน เอกชนเผยต่างชาติแห่เที่ยว "ภูเก็ต"ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานไม่พร้อมรองรับ

นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่าจะมีเม็ดเงินสะพัด 59,245 ล้านบาท โดยขณะนี้เริ่มเห็นการเดินทางของนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงส่งท้ายของ "ไฮซีซั่น" ซึ่งพบว่ามีเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลท์) รวมกว่า 100 ลำเตรียมเข้ามาตลอดเทศกาลสงกรานต์นี้ โดยเฉพาะกลุ่มต่างชาติ (อินบาวด์) ในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก อย่างภูเก็ต มีความหนาแน่นตลอดเดือน เม.ย. เป็นสัดส่วนนักท่องเที่ยวจากยุโรปและรัสเซียกว่า 50% ขณะที่ตลาดเอเชีย มีตลาดหลักคือ จีน เสริมด้วยมาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

"สถานการณ์ดังกล่าว ภาคเอกชนเริ่มเป็นห่วงเรื่องศักยภาพการรองรับ และการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหนาแน่นด้วยเช่นกัน" นายศิษฎิวัชรกล่าวและว่า

ทั้งนี้ ได้เตรียมเสนอทางออกในการกระจายแหล่งท่องเที่ยวไปยังจังหวัดโดยรอบของภูเก็ต อาทิ "กระบี่" มีศักยภาพสูงจากสนามบินนานาชาติสามารถรองรับเที่ยวบินจากต่างประเทศได้ ที่ผ่านมายังไม่ได้ใช้งานเต็มที่ ขณะนี้ ได้มีการหารือกับสมาชิกแอตต้าในจังหวัด จัดทำข้อเสนอ และหารือกับผู้บริหารท่าอากาศยานกระบี่ เพื่อหามาตรการสร้างการรับรู้ ส่งเสริม และจูงใจให้เที่ยวบินจากต่างประเทศทั้งแบบประจำ และชาร์เตอร์ไฟลท์มาใช้บริการมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เป็นที่รู้จักสำหรับบริษัทนำเที่ยวต่างประเทศมากนัก

จับตาบาทแข็งหวั่นกระทบครึ่งปีหลัง

ขณะเดียวกัน ธุรกิจนำเที่ยวอินบาวด์ ต้องเฝ้าระวังว่าในช่วง 6 เดือนข้างหน้า เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นอีกหรือไม่ เพราะจะมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางในช่วงไฮซีซั่นปลายปี แม้ที่ผ่านมาค่าเงินแตะระดับ 29 บาท ยังไม่มีนัยสำคัญต่อรายได้โดยตรง เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในเวลานี้เป็นการจองล่วงหน้า

ทางด้าน นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า เทศกาลท่องเที่ยวสงกรานต์ปีนี้คึกคักในทุกพื้นที่ ทำให้อัตราเข้าพักเฉลี่ยโรงแรมทั่วประเทศในไตรมาสแรกเติบโต 10% เทียบปีก่อน เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉพาะเดือน ก.พ.เดือนเดียวเพิ่มขึ้นถึง 25% เป็น 2.3 ล้านคน

แต่ภาวการณ์เช่นนี้ทำให้เกิดปัญหาการรองรับด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก อีกทั้งธุรกิจโรงแรมยังมีปัญหาขาดแคลนบุคลากร รองรับการบริการในช่วงไฮซีซั่น ซึ่งจำเป็นต้องเตรียมมาตรการจูงใจให้แรงงานเข้ามาในอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น

โดยจะมีการเสนอกับที่ประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อจัดสรรงบประมาณฝึกอบรมฝีมือแรงงานใหม่ ให้พร้อมทำงานทันที และเตรียมยกระดับค่าตอบแทนพนักงานในกลุ่มที่ขาดแคลน โดยเฉพาะระดับแม่บ้าน พนักงานต้อนรับ พนักงานเสิร์ฟ สูงกว่าค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ เพื่อจูงใจให้คนมาทำงานในธุรกิจโรงแรม เพราะปัจจุบันค่าจ้างเฉลี่ยของโรงแรม 5 ดาว สูงกว่าแรงงานขั้นต่ำ 10-20%

นายสุชาติ หิรัญกนกกุล นายกสมาคมโรงแรมไทย(ทีเอชเอ) ภาคใต้ กล่าวว่า วันหยุดยาว 2 ช่วง ระหว่างวันที่ 6-8 เม.ย. และ 12-16 เม.ย.นี้ อัตราเข้าพักเฉลี่ยเต็มเกือบ 100% ทำให้มีปัญหาห้องพักไม่เพียงพอ โดยอัตราการจองล่วงหน้าตั้งแต่ 2 เม.ย.เป็นต้นไป เริ่มแตะระดับ 90% ถือว่าเป็นช่วงสุดท้ายของฤดูกาลท่องเที่ยวแล้ว เพราะหลังสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย.เป็นต้นไป จะเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่นอย่างเป็นทางการ ชาวต่างชาติและคนไทยเริ่มลดลง ทำให้เฉลี่ยตลอดเดือน เม.ย.อัตราเข้าพักจะอยู่ที่ 70%

แห่เที่ยวนอกสะพัด 3 พันล้าน

นายสุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) ดูแลตลาดคนไทยเที่ยวต่างประเทศ (เอาท์บาวด์) กล่าวว่า ทัวร์ต่างประเทศในเดือน เม.ย.นี้ มีเงินสะพัดรวม 3,000 ล้านบาท มีนักเดินทางราว 8 แสนคน เพราะมีวันหยุดยาว 2 ช่วง แบ่งเป็นทัวร์เส้นทางใกล้ (Short Haul) ในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านและในเอเชีย 5.6 แสนคน คิดเป็น 70% และทัวร์เส้นทางไกล 2.4 แสนคน หรือราว 30%

นายธนพล ชีวรัตนพร กรรมการผู้จัดการบริษัทควอลิตี้ เอ็กซเพรส เปิดเผยว่า ช่วงสงกรานต์นี้ มียอดขายเพิ่มขึ้น 20% โดยทัวร์ญี่ปุ่นยังได้รับความนิยมอันดับแรก มีสัดส่วนกว่า 30% เพราะมีผู้ประกอบการทำแพ็คเกจในเส้นทางนี้หลายราย รวมถึงได้รับการส่งเสริมจากการท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เข้ามาเจาะตลาดคนไทยเป็นพิเศษ ส่วนอันดับ 2 ได้แก่ เส้นทางจีน