เอ่ยชื่อ "แม่เรวา" คนรักษ์ป่าหลายคนคงรู้จักดี แต่สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป
ชื่อนี้เริ่มเป็นที่รู้จักจากกิจกรรมล่องแก่งที่ครบถ้วนทั้งความสนุกสนานและบรรยากาศสองฟากฝั่งที่สวยงามน่าประทับใจ
ว่ากันว่า แม่เรวา เป็นภาษากะเหรี่ยง เพราะลึกเข้าไปในป่าของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์มีหมู่บ้านกะเหรี่ยงอยู่ "เร" แปลว่า หิน ส่วน "วา" หมายถึง สีขาว "เรวา" จึงแปลตรงตัวว่า "หินขาว" ซึ่งก็เป็นจริงอย่างนั้น ลำธารใสสะอาดสามารถมองเห็นหินทรายใต้น้ำได้ถนัด เป็นจุดเด่นของลำน้ำสายนี้ที่มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาถนนธงชัย ไหลผ่านป่าธรรมชาติโดยไม่มีพื้นที่ทำการเกษตรให้แปดเปื้อนสารเคมี
ด้วยความที่ลำน้ำสายนี้เดินทางไกลจากโมโกจู ยอดเขาสูงสุดของผืนป่าตะวันตก ถาโถมสู่โตรกผาในนามน้ำตกแม่เรวา ก่อนจะไหลเรื่อยลงสู่ลำน้ำแม่วงก์ ลัดเลาะผ่านโขดหินเกาะแก่ง จึงเหมาะแก่การใช้เรือคายัคลำเล็กผจญภัยไปตามด่านต่างๆ เพิ่มจังหวะการเต้นของหัวใจในช่วงวันหยุดได้เป็นอย่างดี
จุดเด่นของที่นี่ นอกจากไม่ต้องเดินทางไกล ใช้เวลาแค่ 4 ชั่วโมง เพราะห่างจากตัวเมืองนครสวรรค์ไปเพียง 80 กิโลเมตร ก็พบกับความสดชื่นของผืนป่าธรรมชาติ สายน้ำแม่เรวายังได้ชื่อว่าบริสุทธิ์สะอาด และถ้าโชคดียังอาจพบเห็นสัตว์ป่าอย่าง กวาง นกยูง และอื่นๆ
สำหรับกิจกรรมก็มีให้เลือกทั้ง เดินป่าตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ขี่จักรยาน และล่องแก่ง โดยในช่วงที่มีน้ำมาก เส้นทางล่องแก่งจะเริ่มต้นจากจุดลงเรือที่อยู่ลึกเข้าไปในป่าเกือบ 5 กิโลเมตร ซึ่งจะทำให้ได้สัมผัสกับสภาพป่าที่ฟื้นตัวจากยุคสัมปทานจนกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง จากนั้นการผจญภัย(เล็กๆ)เหนือสายน้ำจะดำเนินต่อไปตลอดระยะทางเกือบ 8 กิโลเมตร โดยมีจุดวัดใจและวัดดวง 5 แก่ง ระดับความยากมีตั้งแต่ระดับ 1,2 , 3 และ 3+ ซึ่งเป็นที่รู้กันในหมู่นักล่องแก่งว่าไม่ยากมากนัก แต่ก็สนุกสนานเพราะมีแก่งอยู่ตลอดทางและแต่ละแก่งสายน้ำจะแยกออกเป็นหลายสาย ส่วนทัศนียภาพไม่ต้องพูดถึง นอกจากสีเขียวๆ ที่อยู่รายรอบ ในช่วงฟ้าเปิดหากมองขึ้นไปบนเขาจะเห็นจุดชมวิวมออีหืดด้วย
ลำห้วยแม่เรวา อยู่ในหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ที่ มว. 4 (แม่เรวา) เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร, อำเภอแม่วงก์และกิ่งอำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ เนื้อที่ประมาณ 558,750 ไร่ หรือ 894 ตารางกิโลเมตรเป็นจุดสกัดหน่วยหนึ่งของอุทยานแม่วงก์ ฝั่งจังหวัดนครสวรรค์ แต่เนื่องจากบริเวณนี้มีศักยภาพที่จะรับนักท่องเที่ยวได้ จึงมีการจัดกิจกรรมรองรับ และเป็นกิจกรรมที่เป็นความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่อุทยานฯกับชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง
น่าเสียดายที่พื้นที่นี้กำลังจะกลายเป็นแค่ภาพประทับใจของนักเดินทางผู้รักธรรมชาติ เพราะหากมีการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ที่นี่จะจมอยู่ใต้เขื่อนทั้งหมด


