80 ปี สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ชายชราผู้ปลูกปัญญาให้สังคมไทย

"80 ปี สุลักษณ์ ศิวรักษ์ : ชายชราผู้ปลูกปัญญาให้สังคมไทย" วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2556 เวลา 14.00 - 22.00 น. ณ สยามสมาคม อโศก
ไม่ว่าใครจะรู้จัก สุลักษณ์ ศิวรักษ์ (ส.ศิวรักษ์ - สศษ.) ผ่านแง่มุมใดก็ตาม แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ปัญญาชนสยามผู้นี้ ได้สร้างบทบาทตนเองต่อการวิพากษ์วิจารณ์ ประเด็นความขัดแย้งทางชนชั้นในสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน เขาเป็นผู้เฝ้าดูสังคมไทยและวิพากษ์ได้อย่างแหลมคม ประกาศตนว่าเป็นฝ่ายขวา แต่เป็นขวาก้าวหน้าที่แม้แต่ซ้าย (ไม่ว่าจะก้าวหน้าหรือไร้เดียงสา) ก็ต้องฟัง
ถือได้ว่า สุลักษณ์ ศิวรักษ์ เป็นปัญญาชนสยามที่มีอิทธิพลต่อนักวิชาการ ปัญญาชน และนักเคลื่อนไหวสูงสุดคนหนึ่งในประเทศไทย เขาเป็นผู้นำทางความคิดที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ต่อเนื่องมาจนเข้าสู่วัยชรา สาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาเป็นเช่นนี้ เป็นเพราะว่าเขามีวิถีชีวิตที่เอื้อต่อการงอกงามทางสติปัญญาอย่างไม่ขาดสาย เขาเป็นผู้ที่อ่านมาก มีโอกาสเข้าถึงหนังสือดีๆ ของปราชญ์และปัญญาชนทั่วโลก และใช้วิจารณญาณวิเคราะห์ คิดเชื่อมโยงกับข้อมูลความคิดต่างๆ ได้อย่างลุ่มลึก นอกจากการอ่าน เขายังคบหาและมีกิจกรรมทั้งทางปัญญาการทำงานเคลื่อนไหวสังคมกับปัญญาชนทั้งสากล และในประเทศไทยอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่สำคัญเขา “ลับสมอง” และ “ลับฝีมือ” ของเขาด้วยการพูดและเขียนอยู่เสมอ กระทั่งในวาระแห่งวัย 80 ปี ยังคงพูด ยังคงเขียนอยู่อย่างไม่หยุดยั้ง และดูจะมีความคิดอ่านอย่างใหม่ๆ สอดแทรกไปในคำพูดและข้อเขียนของเขาเสมอๆ
แม้จะถือตัวว่าชราภาพเข้าครอบงำแล้ว แต่อายุไม่ใช่ปัจจัยหลัก หากสติปัญญาและความกล้าหาญในการแสดงออกนั้นแล คือตัวชี้วัดว่า "ส.ศิวรักษ์" ยังเป็นราชสีห์แห่งคำพูดอยู่หรือไม่ จะเห็นได้จากหนังสือที่เขาเขียนเล่มล่าสุด “รากงอกก่อนตาย” นั้น เขาคิดว่าอย่างไรเสียก็ต้องตายภายในเวลาอันไม่ช้านี้ ข้อเขียนและคำพูดในช่วงท้ายๆ นี้ จึงถือว่าเป็นรากที่งอกจากต้นที่กำลังจะตายก็ได้ รากที่ขึ้นใหม่คงจะแทนต้นเก่าได้บ้าง ต้นเก่าเองก็คงล้มทับแผ่นดินลงไป เพื่อให้มีการเกิดใหม่ต่อๆ ไป
สุลักษณ์ ศิวรักษ์ นั้นเป็นผู้มีจุดยืนเพื่อ “ความจริง ความดี ความงาม” อย่างชัดเจน เขามีความกล้าหาญทางจริยธรรมมาตลอดจวบจนย่างเข้าวัยชรา 80 ปี เขาจึงกล่าวถึงตนเองไว้ว่า “ข้าพเจ้าเจริญอัปมาทธรรมอยู่เกือบเนืองนิตย์ จึงไม่คิดว่าอายุยืนดีหรือเลว ขอให้ได้ใช้พลังชีวิตอย่างเต็มความสามารถด้วยสติและปัญญา เพื่อเกื้อกูลสรรพสัตว์ยิ่งกว่าตนเอง ดูจะมีค่าสูงสุดสำหรับตนเอง โดยถือว่าอยู่มาเกินค่อนศตวรรษอย่างแทบไม่เจ็บไข้ได้ป่วยเลยนั้น ย่อมเป็นกำไรสำหรับชีวิตอย่างพอเพียงแล้ว”
นอกจากนี้หลักธรรมที่สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ใช้ยึดปฏิบัติเป็นประจำในชีวิตจนถึงทุกวันนี้คือ “อภิณหปัจจเวกขณ์ มีความแก่เป็นธรรมดา ตายเป็นธรรมดา ต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รักเป็นธรรมดา ไม่ว่าทำอะไรกรรมมันต้องตามเราไปตลอดเวลา ทุกวันก็คิดแต่เรื่องนี้ ไม่งั้นก็จะหลงว่าแปดสิบแล้วยังเจ๋งอยู่เลยเว้ย ถ้าร้อยยิ่งจะเจ๋งกว่านี้อีก คือฝึกให้เกิดความอ่อนน้อมถ่อมตัว และที่สำคัญคือต้องรู้จักหัวเราะเยาะตัวเองให้ได้มาก ท่านพุทธทาสท่านเจ๋งมาก เวลาพูดท่านหัวเราะอยู่เรื่อย อาจารย์ป๋วยอีกคนนึงเก่งมากเลย ต้องรู้จักหัวเราะเยาะตัวเอง แล้วก็ฟังคนอื่นเขาด่าเรา”
อีกไม่กี่วันจะถึงวันที่ 27 มีนาคม 2556 สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ก็จะมีอายุครบรอบ 80 ปี ภาระงานทั้งหลายที่เขาเป็นผู้ก่อและลงมือทำนั้นเขาได้วางลงแล้วเกือบทั้งหมด ถือได้ว่าเป็น “ผู้ทอดภาระลง ทรงธุระไว้” อย่างแท้จริง แม้กระทั่งทรัพย์สินที่เป็นสมบัติส่วนตนเองนั้นเขาก็มอบให้ “มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป” เพื่อเกื้อกูลกิจกรรมทางปัญญาให้ประโยชน์แก่คนเล็กคนน้อยและคนรุ่นใหม่ในสังคมต่อไป และด้วยในวาระสำคัญนี้ ทางมูลนิธิเสฐียรโกเศศ - นาคะประทีป จึงร่วมมือกับหลายภาคส่วนในสาขาอาชีพต่างๆ ที่เป็นกัลยาณมิตรกับชายชราไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจเพื่อสังคม ภาคองค์กร NGO พี่น้องประชาชนคนเล็กคนน้อยในสังคม ศิลปินด้านงานวัฒนธรรมและศิลปะ และคนรุ่นใหม่ต่างๆ ร่วมกันบูชาครูจัดกิจกรรม “80 ปี อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ : ชายชราผู้ปลูกปัญญาให้สังคมไทย”
ประวิทย์ เยี่ยมแสนสุข กรรมการมูลนิธิเสฐียรโกเศศ- นาคะประทีป ซึ่งเป็นทั้งผู้เริ่มคิดและผลักดันให้เกิดกิจกรรมนี้ ได้กล่าวว่า “เราต้องการให้กิจกรรมครั้งนี้ พ้นไปจากงานเดิมๆ ที่ทำอยู่ เราหวังจะดึงคนรุ่นใหม่ในสังคมให้มาเข้าร่วมกิจกรรม เพราะอาจารย์สุลักษณ์ ท่านเป็นผู้ให้โอกาสกับคนรุ่นใหม่เสมอมา จะเห็นได้จากลูกศิษย์และผู้ที่เกี่ยวข้องกับอาจารย์หลายคนเองก็มีพื้นที่ในการทำงานที่เหมาะสมกับตนเอง ส่วนหนึ่งก็มาจากแรงผลัก แรงสนับสนุนจากอาจารย์ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง สิ่งที่ชัดเจนล่าสุดก็คือ นิตยสาร “ปาจารยสาร” ที่ท่านให้โอกาสกับเด็กนักเรียนชั้น ม.4 เป็นบรรณาธิการ เขามีฝันและมีความตั้งใจที่จะเรียนรู้ตนเอง เรียนรู้สังคม อาจารย์ก็ให้การสนับสนุน เราจึงคิดนำแนวคิด แนวงานที่อาจารย์สุลักษณ์ทำมาประยุกต์ให้เข้ากับคนรุ่นปัจจุบัน ที่มีกิจกรรมอยู่กับโลกออนไลน์มากกว่าอื่นใด จึงเป็นที่มาของวงพูดคุยเรื่อง “ขบถจุงเบย” : พลังโซเชียลมีเดียกับแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่" โดยนักปฏิบัติการตัวจริง เราชวนนิ้วกลม ชาติฉกาจ ไวกวี (Around me) ซี-ฉัตรปวีณ์ (เจ้าหญิงไอที) และอิสระ ฮาตะ(VRZO) มาร่วมพูดคุยในช่วงบ่ายสี่โมงเย็น มันเป็นความหวังเล็กๆ ว่าคนรุ่นใหม่ที่มาในวงนี้ จะนำสิ่งที่ได้จากงานไปสานต่อ ขยายผลต่อไปในสังคมได้บ้าง”
สำหรับคนรุ่นใหม่ในสังคมนั้น อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ เคยพูดถึงคนรุ่นใหม่ว่า “ผมอุดหนุนเขา ให้กำลังใจเขามากกว่า บางทีก็ตามเขาไม่ค่อยทัน ก็ต้องยอมรับว่าแก่แล้ว แต่ผมไม่ตัดสิน ผมพยายามฟังเขา ถ้าไม่ฟังเขา เราจะหลุดไปเลย เราไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับเขา” และนี่ก็เป็นอีกโอกาสนึง ที่ชายชราจะได้มานั่งฟังคนรุ่นใหม่พูดถึงการ “ขบถจุงเบย” ในวิถีทางของตนเอง อาจจะเหมือนหรือแตกต่างขบถต้นแบบนั้น ก็ต้องมาติดตามเรื่องราวของแต่ละท่านในวันงาน
สำหรับภาคค่ำจะเป็นการแสดงต่างๆ ด้านวัฒนธรรม ประกอบด้วย พิเชษฐ กลั่นชื่น ศิลปินนักเต้น นักออกแบบลีลาและผู้สร้างสรรค์การแสดงซึ่งได้รับการเรียกขานว่าเป็น "ศิลปินโขนร่วมสมัย" จะมาร่ายรำ “บ่อเกิดรามเกียรติ์” เพื่อขอบูชาครู รวมทั้งการขับร้องประสานเสียง โดยครูดุษฎี พนมยงค์ กับเพลงที่เรียบเรียงใหม่ในชื่อ “แปดทศวรรษ ส.ศิวรักษ์” ประพันธ์โดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีรัตนโกสินทร์กัลยาณมิตรที่สศษ. คบหามาอย่างยาวนาน การอ่านบทกวีจากสองสตรีกัลยาณมิตรบ้านพี่เมืองน้อง ดารา กัลยา วีระวงศ์ และดวงเดือน บุนยาวง การแสดงละครร่วมสมัยเพื่อการเปลี่ยนแปลง ของขวัญจากพี่น้องกลุ่มละครมะขามป้อม และการเปิดวิกแซว ปิดวิกอวย จากคุณปรีดา เตียสุวรรณ์ กัลยาณมิตรภาคธุรกิจ ต่อด้วยดนตรีดังจาก Youtube Star วง The 38 years ago และปฏิบัติการ flashmob Sulak Sivaraksa พื้นที่ปฏิบัติการทางด้านศิลปะหน้ากาก
นอกจากนี้ภายในประกอบด้วย นิทรรศการแสดงงานเขียนของอาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ พื้นที่แสดงความคิดทาง Social media : facebook จุดถ่ายภาพ Instagram “มธุรสวาจา...ถ้อยคำปัญญาชน” และอื่นๆ อีกมากมาย
งาน “80 ปี อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ :ชายชราผู้ปลูกปัญญาให้สังคมไทย” จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2556 ณ สยามสมาคม ตั้งแต่บ่ายสองโมงเป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดงานเพิ่มเติมได้ที่ ใบพัด ชนะภัย โทร.081 564 4900 Facebook : 80 ปีสุลักษณ์ ศิวรักษ์ และ www.snf.or.th
/////
กำหนดการ
"80 ปี สุลักษณ์ ศิวรักษ์ : ชายชราผู้ปลูกปัญญาให้สังคมไทย" วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2556 เวลา 14.00 - 22.00 น. ณ สยามสมาคม อโศก
14.00 - 14.05 น. กล่าวเปิดและมอบหนังสือ ใต้ร่มแห่งพุทธะ (In the Shadow of the Buddha) แด่อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ โดยวัลลภา แวนวิลเลียนส์วาร์ด
14.05 - 14.45 น.ชมสไลด์พร้อมฟังบรรยาย “ใต้ร่มแห่งพุทธะ: การเดินทางอันเร้นลับ ประวัติศาสตร์แห่งมนต์ขลัง และการแสวงหาทางจิตวิญญาณ ณ ประเทศทิเบต”โดย แมทเตโอ พิสโตโน
14.45 - 15.30 น.วงพูดคุยแลกเปลี่ยน “ใต้ร่มแห่งพุทธะกับใต้การปกครองของจีน ทิเบตจะก้าวต่อไปอย่างไร?” ร่วมแลกเปลี่ยน: พระถนอมสิงห์ สุโกสโล วรศักดิ์ มหัทธโนบล สุรัตน์ โหราชัยกุล ตั้งประเด็นซักถาม: นงลักษณ์ สุขใจเจริญกิจ
15.30 - 15.45 น.เปิดเวที ถาม - ตอบ และ กล่าวปิดโดย แมตเทโอ พิสโตโน ( มีล่ามแปลภาษาไทย - อังกฤษ พร้อมหูฟัง)
16.00 - 17.30 น.เสวนา “ขบถจุงเบย” : โซเชียลมีเดียพื้นที่และแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่” ผู้ร่วมเสวนา สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ (นิ้วกลม) /ชาติฉกาจ ไวกวี (แอ๊ะ) จาก “Around Me” iheretv /ซี - ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ /อิสระ ฮาตะ VIZZO
17.30 - 18.15 น.เริ่มรับประทานอาหารเย็น
18.15 - 18.30 น.การขับร้องประสานเสียง จากคณะนักร้องประสานเสียงครูดุษฎี พนมยงค์ การแสดงนาฎศิลป์ร่ายรำ โดย พิเชษฐ กลั่นชื่น บทกวีจากสองสตรีกัลยาณมิตรบ้านพี่เมืองน้อง ดารา กัลยา วีระวงศ์ และดวงเดือน บุนยาวง
18.55 - 19.10 น.วีดีทัศน์ “ก่อเกิด เกื้อกูล ก้าวต่อ 80 ปีปัญญาชนสยาม”
Presentation Timeline
19.10 - 19.30 น.ละครร่วมสมัยเพื่อการเปลี่ยนแปลง จากกลุ่มละครมะขามป้อม
19.30 - 19.40 น. ปรีดา เตียสุวรรณ์ กัลยาณมิตรแท้จากภาคธุรกิจ เปิดวิกแซว ปิดท้ายอวย ชายชรา
19.40 - 20.40 น.การแสดงศิลปินจากยูทูปสตาร์ “The 38 years ago”
20.40 - 20.50 น.ปัจฉิมวจน...“สุลักษณ์ ศิวรักษ์ : ชายชราผู้ปลูกปัญญาให้สังคมไทย จากปู่สู่หลาน”
20.50 - 21.00 น.ปฏิบัติการ flashmob Sulak Sivaraksa พื้นที่ปฏิบัติการทางด้านศิลปะหน้ากาก







