เสียงเพลงจากอัฟกัน สู่เวทีดังในอเมริกา

เสียงเพลงจากอัฟกัน สู่เวทีดังในอเมริกา

วงออร์เคสตราเยาวชนจากอัฟกานิสถาน เยือนสหรัฐอเมริกา

หลังจากเดินทางไปมากกว่าหมื่นกิโลเมตรในช่วงเวลาสองสัปดาห์ วงออร์เคสตราเยาวชนจากอัฟกานิสถาน (Afghan Youth Orchestra) ก็กลับสู่เมืองคาบูล หลังจากแสดงโชว์ใน วอชิงตัน ดีซี นิวยอร์ก และบอสตัน จนได้รับการเรียกขานให้เป็น ‘ทูตแห่งสันติภาพ’


จอห์น เคอร์รี รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า คนหนุ่มสาวเหล่านี้ใช้ดนตรีเพื่อแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในด้านดีที่เกิดขั้นในอัฟกานิสถานช่วงเวลาสิบปีหลัง


นอกจาก Four Seasons ของ วิวาลดี แล้ว เด็กนักเรียนชาวอัฟกันกลุ่มนี้ยังได้เลือกบรรเลงเพลง Bolero ผลงานประพันธ์สำหรับบรรเลงด้วยวงออร์เคสตรา โดย มอริส ราเวล ซึ่งถูกนำไปบรรเลงครั้งแรกที่โรงอุปรากรปาแลการ์นีเยปี 1928 พวกเขาทำให้เสียงไวโอลินคลาสสิคและทรัมเป็ตคลอไปกับจังหวะและเสียงเครื่องดนตรีของชาวอัฟกันได้อย่างกลมกลืน


วงออร์เคสตราเยาวชนอัฟกันยังได้บรรเลงผลงานอันโด่งดังนี้ที่ เคนเนดี เซนเตอร์ ในวอชิงตัน ดีซี คาร์เนกี้ ฮอลล์ ในนิวยอร์ก และสถาบันดนตรี นิวอิงแลนด์ ในบอสตัน ซึ่งเป็นที่สุดท้ายของการแสดงในอเมริกา ด้วยการสนับสนุนทุนจากกระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตสหรัฐอเมริกาในกรุงคาบูล


“ผมรัก Bolero” มิลาด ยูโซฟี วัย 18 ปีบอก เขาเป็นนักเปียโนจากคาบูล เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ในวง ทั้งยังเข้าร่วมในสถาบันการดนตรีแห่งชาติ ซึ่งได้รับการก่อตั้งเมื่อ 3 ปีก่อน


ยูโซฟี ยังหวังด้วยว่า การที่วงออร์เคสตราได้ไปแสดงที่อเมริกา จะช่วยเปิดทางการศึกษาต่อด้านดนตรีในประเทศแห่งนี้ได้


นอกจากนี้ โฮยัท ฮามีด วัย 21 ปี นักไวโอลินที่เล่นกีตาร์ไฟฟ้าในวงร็อกด้วย กล่าวว่า เขาหันมาสนใจ ดนตรีเมื่อได้ยินเสียงร้องของ เซลีน ดิออน


“เสียงของเธอทำให้ผมอยากเป็นนักดนตรี” เขาบอก


นักดนตรีรุ่นเยาว์เหล่านี้ส่วนใหญ่เคยเป็นเด็กกำพร้าและเด็กเร่ร่อน เกิดและเติบโตมาในเมืองที่กลุ่มตาลีบันสั่งห้ามการแสดงดนตรีอย่างเด็ดขาดในขณะที่เข้าปกครองอัฟกานิสถานในปี 1996


อะห์หมัด ซาร์มาสต์ เป็นคนรับผิดชอบในการพัฒนาด้านดนตรีครั้งนี้ ในปี 2009 เขาก่อตั้งสถาบันดนตรีแห่งชาติในคาบูล รวมถึงวงออร์เคสตราเยาวชนอัฟกันนี้ด้วย


“กลุ่มตาลีบันได้กีดกันเด็กๆ ออกจากดนตรี” เขาบอก “ราวกับเป็นการกวาดล้างดนตรีเลยทีเดียว ตอนนี้ นี่คือหนทางที่จะแสดงให้เห็นความภาคภูมิใจในผู้คนของเรา เด็กๆ โรงเรียน และประเทศของเรา”


“สำหรับผมแล้ว ถือเป็นความยินดีอย่างมากที่กลุ่มเยาวชนชาวอัฟกัน ทั้งเด็กชายและเด็กหญิง จะได้สัมผัสกับความสำเร็จด้านดนตรีในระยะเวลาไม่นานนัก และวันนี้พวกเขาได้ยืนอยู่ที่อเมริกาในฐานะทูตทางวัฒนธรรมของอัฟกานิสถาน ดนตรีของพวกเขาจะฉายภาพให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในอัฟกานิสถานที่ดีขึ้น”


วิลเลียม ฮาร์วี คอนดักเตอร์และผู้เรียบเรียงเสียงประสานของวงยังกล่าวว่า การกลับมาของดนตรีในอัฟกานิสถานถือเป็นชัยชนะของมนุษย์


เนจีน เด็กสาวจากจังหวัดคูนาร์ จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นจุดที่ความรุนแรงปะทุได้บ่อยครั้งเล่าว่า เธอเคยมีประสบการณ์ตรงกับกลุ่มตาลีบัน


“พี่ชายพาฉันกลับไปที่ คูนาร์ สองสามวัน กลุ่มตาลีบันบังคับให้เขาขึ้นรสบัสออกไปแล้วถามเขาว่า ‘นายโกนหนวดทำไม เป็นมุสลิมแบบไหนกัน’ แล้วก็เฆี่ยนเขาอย่างหนักจนที่หลังและมือของเขามีเลือดออก นี่เป็นหนึ่งในความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตฉันเลย”


วันนี้เด็กๆ ไม่ใช่คนเร่ร่อนอีกต่อไป การเล่นดนตรีเกิดขึ้นได้อย่างเสรีในประเทศของพวกเขา และวงออร์เคสตราเยาวชนก็ได้สิ้นสุดการออกทัวร์การแสดงในสถานที่จัดงานดนตรีสำคัญๆ ในอเมริกา เนจีน รวมถึงคนอื่นๆ คงมีความทรงจำที่ดีจากการเดินทางครั้งนี้เก็บไว้


“เรามองเห็นตึกสูงมากมายที่ นิวยอร์ก เราพยายามเพ่งมองยอดของตึกเหล่านั้นแต่ก็ดูเหมือนความสูงของมันไม่มีที่สิ้นสุด มันสูงมากจริงๆ นิวยอร์กเป็นสถานที่สวยงาม อันที่จริงเมืองทั้งสามแห่งที่เราไปล้วนสวยงาม แต่ฉันชอบ นิวยอร์ก ที่สุด” เนจีน บอก


เด็กนักเรียนคนอื่นอย่าง กูลาไล ก็รู้สึกขอบคุณสิ่งที่ได้จากวงออร์เคสตราที่เปลี่ยนชีวิตเธอ


“ฉันมองกลับไปในอดีตและหันกลับมามองปัจจุบัน บอกได้เลยว่าชีวิตของฉันเปลี่ยนไปมาก เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เยี่ยมยอด ดนตรีได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตฉันมากจริงๆ”


หลังจากการออกทัวร์ครั้งนี้จบลง เด็กๆ ก็ต้องกลับไปยังโรงเรียนของพวกเขาในคาบูล กลับไปยังชีวิตที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยหากเป็นช่วงเวลาเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ ด้วยความทรงจำอัดแน่นเกี่ยวกับการเดินทางที่พวกเขาไม่เคยแม้จะฝันถึงเมื่อครั้งอยู่ใต้การปกครองของกลุ่มตาลีบัน.