บันทึกแผ่นดิน ศิลป์สุวรรณภูมิ ศุภวัตร ทองละมุล

บันทึกแผ่นดิน ศิลป์สุวรรณภูมิ ศุภวัตร ทองละมุล

ศุภวัตร ทองละมุล ศิลปินร่วมสมัยที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับทั้งจากแวดวงศิลปะร่วมสมัยไทย ไปจนถึงนักสะสมงานศิลปะทั้งในและต่างประเทศ หันมาให้ความสนใจ ออกเดินทางเก็บข้อมูล และบันทึกเรื่องราวของดินแดน "สุวรรณภูมิ" แห่งนี้ ผ่านผลงานศิลปะ

"สุวรรณภูมิ" ดินแดนอันอุดมที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมา เรื่องเล่าและเรื่องราวของผู้คนที่อยู่อาศัยบนผืนแผ่นดินนี้มายาวนาน

ประเพณี วิถีชีวิต การหาอยู่หากิน วิถีความเชื่อ และทุกสิ่งที่ประกอบกันขึ้นเป็นเรื่องราวของผู้คนบนแผ่นดินสุวรรณภูมิ เป็นแรงบันดาลใจให้ ศุภวัตร ทองละมุล ศิลปินร่วมสมัยที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับทั้งจากแวดวงศิลปะร่วมสมัยไทย ไปจนถึงนักสะสมงานศิลปะทั้งในและต่างประเทศ หันมาให้ความสนใจ ออกเดินทางเก็บข้อมูล และบันทึกเรื่องราวของดินแดน "สุวรรณภูมิ" แห่งนี้ ผ่านผลงานศิลปะ

ทำไมจึงสนใจเรื่อง "สุวรรณภูมิ"

"ก่อนนั้นที่บ้านมีหนังสือเก่าๆ เล่มหนึ่งซึ่งตอนเด็กๆ ได้เปิดดูหนังสือเล่มนี้อยู่บ่อยๆ ครับ เป็นหนังสือสะสมของพ่อปัจจุบันนี้ก็ยังเก็บใว้อยู่ครับ ในหนังสือเล่มนั้นมีภาพเกี่ยวกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของคนไทยในอดีต เป็นภาพถ่ายโบราณเก่าแก่ของคนสยาม และประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่รอบๆ ประเทศของเราซึ่งก็ตื่นเต้นมากว่าที่ไหนมีอะไรทำอะไรกันบ้าง แต่หลังจากนั้นมาพอเราโตขึ้นและจากบ้านมาเรียนหนังสือกลับกลายเป็นว่าการศึกษาทำให้เราลืมไปเลยว่า เราเคยชอบความงดงามในวิถีทางของคนบนแผ่นดินของเรา"

"ในปัจจุบันนี้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงกันไปมากโดยเฉพาะเรื่องของภาษา ของกลุ่มคน ลักษณะบ้านเรือน การกินอยู่ หรือแม้กระทั่งความเชื่อของคนไทยหรือรอบๆ ประเทศของเราก็ตามครับ เกิดจากการศึกษาและทัศนคติบางอย่างที่เข้ามาแทนที่ ซึ่งจะดีงาม และเหมาะสมหรือไม่นั้นมันเป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ ฉะนั้นหากจะเป็นไปได้ในวันนี้ก็ขอให้ได้มีส่วนในการเก็บข้อมูลภาพและบันทึกความสำคัญเอาใว้ครับ"

"อันที่จริงหากเราอ่านจากตำราที่มีอยู่แล้วจะเห็นว่าบ้านเมืองที่เราเห็นและตั้งถิ่นฐานกันอยู่ในทุกวันนี้ มีการสืบสายเหล่ากอทางความเชื่อเดียวกันมานานมากผู้คนมีการถ่ายเวียนกันไปมาตามความเป็นอยู่และเศรษฐกิจบ้าง ความรู้ที่เรามีอยู่เป็นสิ่งที่เหมาะสมกับพื้นที่และวัฒนธรรมของเราเอง ผืนแผ่นดินที่เป็นแผ่นดินทองหรือที่รู้จักกันในนาม สุวรรณภูมิ มีความสำคัญทางการค้ามากตั้งแต่โบราณนานมาเป็นแหล่งอันอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติมากที่สุด พ่อค้าวาณิชจากที่ต่างๆจึงมักแวะเวียนและซื้อขายแลกเปลี่ยนบนผืนแผ่นที่เรียกกันว่า สุวรรณภูมิ ครับ"

จุดประสงค์ของการทำงานชุดนี้

"ผมอยากจะเสนองานด้านวัฒนธรรมไท ลาวและสุวรรณภูมิ โดยผ่านผลงานทางด้านศิลปะที่เป็นภาพวาดให้ได้เห็นว่าสิ่งที่ปรากฏขึ้นทางสายตาคืออะไรเป็นภาพอะไร และมีความสำคัญเช่นไร บ้านเมืองชีวิตผู้คนในปัจจุบันเป็นอย่างไรมีความแปลกแยกแตกต่างกันบ้างหรือไม่ ผมวาดภาพสร้างสรรค์ขึ้นมาจากเนื้อเรื่องที่เป็นวัฒนธรรม เพื่อนำเสนอความงดงามของชีวิตและความเป็นอยู่ซึ่งเข้าใจว่าคนในสังคมรับรู้ได้เพราะมีความคุ้นเคยและต้องการที่จะรับรู้อยู่แล้ว"

มีวิธีเก็บข้อมูลอย่างไรบ้าง

"วิธีการเก็บข้อมูลคือการเดินทางเป็นหลักและสำคัญมากที่สุดครับ เพราะการเดินทางไปยังแหล่งข้อมูลเป็นสิ่งที่สามารถเข้าถึงความรู้สึกนั้นได้โดยตรงและดีที่สุดครับ และความเป็นจริงก็จะเป็นอย่างนั้นแม้ว่าในปัจจุบันนี้จะมีวิธีการอื่นๆเข้ามาแทนที่ก็ตาม สำหรับข้อมูลทางอินเตอร์เน็ทนั้นมีความสำคัญมากหรือไม่ก็ตาม ซึ่งการหาข้อมูลทางแหล่งนี้ก็มีความสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะภาพเก่าๆซึ่งผมถือว่าเป็นแรงบันดาลใจได้ไม่น้อยทีเดียวครับ"

"หากนับเนื่องจากการทำหนังสือภาพ "อารยธรรมไท ลาวและสุวรรณภูมิ" แล้ว ผมถือว่าการวาดภาพชุดนี้เป็นการวาดภาพที่เก็บรายละเอียดทางศิลปะและวัฒนธรรมมากชุดหนึ่ง ใช้เวลาทั้งหมดจนถึงวันนี้ก็เข้าปีที่ 3 พอดีครับ ผ่านความลำเค็ญในหน้าหนาวตามริมฝั่งแม่น้ำโขงตอนไปลาว หน้าฝนเดินทางไปดู "ตาแหลว" หรือ "เฉลวนา" ซึ่งจะมีพิธีก็เฉพาะฤดูทำนาปักกล้าเท่านั้น บางครั้งเวลาไปดูก็ต้องถามเจ้าของนาว่าจะทำพิธีเมื่อไหร่ครับ"

สุวรรณภูมิในสายตาของศิลปินเป็นอย่างไร

"ความเป็นคนสุวรรณภูมิในสายตาของผมคือ คนที่มีวัฒนธรรมและมีความเชื่ออันเดียวกันหรือไกล้เคียงกันที่อยู่ใน ไทย ลาว เขมร พม่า และอื่นๆ รอบๆ นั้นครับ เช่นประเพณีสงกรานต์ก็เล่นน้ำกันไปทั่วทั้งภูมิภาค ไทย ลาว ลื้อ เขาก็เล่นน้ำกันครับ แต่ในพิธีสงน้ำพระก็อาจจะแตกต่างกันออกไป คนสยามอาจจะตั้งพระพุทธรูปใว้บนหิ้งและใช้ขันน้ำ ที่เป้นน้ำอบน้ำหอมมาสรงน้ำพระกันได้ แต่ในสายของไทยลาว จะถือว่าไม่เหมาะสมเพราะอาจจะบาปได้ด้วยในขณะที่สรงน้ำพระอาจจะอยู่สูงกว่าท่าน จะแก้ปัญหาด้วยการทำรางน้ำต่อท่อยาวออกมาด้วยการแกะด้วยไม้การแกะก็จะทำเป็นลวดลายสวยงามครับ"

"สำหรับอาหารการกินจะเห็นว่า คนเขมรกินข้าวเจ้า คนลาวกินข้าวเหนียว อันนี้ก็สำคัญไม่น้อยครับ ความเป็นลาว ความเป็นไทย อยู่ตรงไหน ส่วนผมเห็นว่าผู้คนบนผืนแผ่นดินนี้ล้วนแล้วแต่สืบสายมาจากคนบนแผ่นดินเดียวกัน วัฒนธรรมความเชื่อแทบจะไม่ต่างกันที่ว่าต่างคงจะเป็นแต่ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้นครับ"

ทำไมจึงเลือกใช้ศิลปะ "การวาดภาพลายเส้น" เป็นสื่อในการบันทึก

"สำหรับการถ่ายทอดออกมาเป็นลายเส้นนั้น ภาพที่สร้างสรรค์ออกมาในชุดแรกคือ อารยธรรมไท ลาวและสุวรรณภูมิ เป็นภาพที่พิมพ์ในหนังสือภาพเพื่อเผยแพร่ความงดงามของคนบนผืนแผ่นดินนี้ผมจึงวาดภาพออกมาให้เป็นชุด ขาว ดำ ผมคิดและวาดจนสำเร็จออกมาหลายภาพ หลังจากนั้นจึงคิดว่า ความเป็นอารยธรรมของเราควรจะมีการเผยแพร่ให้กว้างออกไปโดยใช้ภาพวาดเป็นสื่อ แม้ว่าภาพวาดจะเป็นการสร้างสรรค์ส่วนบุคคลก็ตามแต่เนื้อที่วาดเป็นสิ่งที่มีและก่อกำเนิดขึ้นมาในอารยธรรมของเราครับ และทำเพื่ออารยธรรมของคนในแผ่นดินของเราจริงๆ ครับ"

"ผมคิดว่าเรารับรู้วัฒนธรรมของเราน้อยมากและน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ซึ่งผมหมายถึงผลงานทางภาพวาดครับ งานศิลปะภาพวาดไม่เคยให้ความสนใจในวัฒนธรรมไท ลาวและสุวรรณภูมิเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าเคยเสนอภาพชุดนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อของบประมาณอันน้อยนิดมาเพื่อพิมพ์ออกไปเป็นการเผยแพร่ แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากหน่วยงานใด จากนั้นผมจึงพิมพ์เองเพื่อเผยแพร่ก่อนที่อาเซียนจะเปิด และที่น่าดีใจที่สุดคือหลังสือภาพอารยธรรมไท ลาวและสุวรรณภูมิ ได้เผยแพร่ไปยังโรงเรียนห้องสมุดมหาวิทยาลัย และยังไปไกลถึง ลาว เวียดนามบางส่วนโดยมีผู้เห็นความสำคัญของหนังสือภาพเล่มนี้ครับ"

ทราบว่าเร็วๆ นี้จะมีการนำผลงานชุดนี้ออกจัดแสดงด้วย

"การจัดแสดงผลงานในครั้งนี้เป็นการแสดงผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นมาหลายร้อยชิ้นเพราะใช้เวลาวาดต่อเนื่องและเน้นภาพ ขาว ดำ จะคัดเลือกภาพที่เหมาะสมบางส่วนไปแสดงเท่านั้นครับ ซึ่งอาจจะมีภาพ สีน้ำ สีน้ำมัน ร่วมแสดงครั้งนี้ด้วย จะจัดแสดงที่หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ครับ"

...

นับเป็นการทำงานที่ผสมผสานทั้งความงามในเชิงศิลปะและคุณค่าทางวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน ติดตามผลงานศิลปะบันทึกเรื่องราวแผ่นดินสุวรรณภูมิ โดย ศุภวัตร ทองละมุล ได้ในคอลัมน์ "ศิลป์สุวรณภูมิ" จุดประกายวัฒนธรรม เร็วๆ นี้