หลง 'เพลงรัก' วันวาน

หลง 'เพลงรัก' วันวาน

เพลงจากวันวาน ยังคงเป็นเพลงนิยมของวันนี้ จะเป็นด้วยเนื้อหา ท่วงทำนอง(เมโลดี้) หรือ ว่าประสบการณ์แห่งยุคสมัย ?

นับตั้งแต่เพลงไทยมีเพลงชื่อ "รัก" แต่งคำร้องโดย คำร้องโดยสุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ ทำนองโดย สมาน กาญจนะผลิน ในยุคเพลงลูกกรุง (ช่วง พ.ศ.2500) ที่ดัดแปลงจากทำนองเพลงไทยเดิม (โสมส่องแสง 3 ชั้น) เพลงรักก็เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมมาทุกยุคทุกสมัย และหลายเพลงที่กลายเป็นเพลงนิยมข้ามกาลเวลา แม้มันจะกลายเป็นเพลงของวันวานไปแล้วก็ตาม

เสน่ห์ของเพลงรักหวนอดีตเหล่านี้ คงไม่ใช่เพียงความรู้สึกโหยหาบรรยากาศเก่าๆ หรือประสบการณ์เดิมๆ ของชีวิต แต่มีเนื้อแท้ที่เปรียบเป็นรสชาติที่ติดใจของนักฟัง ทำให้เพลงจากวันวาน ยังคงเป็นเพลงนิยมของวันนี้จะเป็นด้วยเนื้อหา ท่วงทำนอง(เมโลดี้) หรือ ว่าประสบการณ์แห่งยุคสมัย ?

(ฟังเพลง "รัก" ร้องโดย พิทยา บุณยรัตนพันธ์ และม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์

http://www.youtube.com/watch?v=G5rstfqflXo )

เนื้อหาเพลงรักโดย นิรันดร์ศักดิ์ บุญจันทร์ นักเขียนชื่อดังและบรรณาธิการจุดประกายวรรณกรรม ผู้เป็น "นักฟังเพลง" ตัวยง ตั้งแต่ยุควัย(ร่วม)รุ่น กับการก่อเกิด วงดนตรีสตริงของไทย ร้องเพลงไทยสากล สตริงยุคแรก เมื่อช่วงกลางพุทธทศวรรษ 2510 เป็นต้นมา

นิรันดร์ศักดิ์ แฟนตัวยงของ ดิ อิมพอสสิเบิ้ล ที่ยังคงติดตามงานแสดงสดของสมาชิกวงนี้ทุกครั้งที่มีโอกาส ได้ประมวลเสน่ห์ของเพลงไทยสากลในเชิงวรรณกรรม ว่า

เสน่ห์อยู่ที่ 4 ข้อได้แก่

ข้อแรก เนื้อเพลงเรียงร้อยภาษางดงาม

ข้อสอง คำประพันธ์เป็นคำเปรียบเปรยลึกซึ้ง

อสาม พูดถึงความรัก ที่ทั้งความงดงามและลึกซึ้งกินใจ

และข้อสุดท้าย (เนื้อหา) ค่อนข้างอ่อนโยนต่อผู้หญิง

"เพลงที่มาจากครูเพลงสมัยไทยลูกกรุง (ยุคสุนทราภรณ์ จนถึงรุ่นๆ สุเทพ วงศ์กำแหงและสวลี ผกาพันธ์) เพลงจะมีลักษณะที่เป็นเสน่ห์อย่างที่ว่าอยู่ สังเกตจากเพลงของครูเพลงอย่าง ชาลี อินทรวิจิตรที่แต่งเนื้อร้องให้กับทำนองของครูสมาน กาญจนาผลิน หรือครูเพลง สง่า อารัมภีร์ เป็นต้น จนถึงยุค มีวงโฟล์คซอง และวงดนตรีสตริง ที่เพลงเป็นเพลงไทยสากล ด้วยมาตรฐานของเพลงในรูปแบบเพลงสแตนดาร์ดป๊อปของตะวันตก ของวงดนตรีอย่าง ดิ อิมพอสสิเบิ้ล จนถึงวง ชาตรี และแกรนด์เอ็กซ์ ดอน สอนระเบียบ พีเอ็มไฟว์ ต่อเนื่องมาถึงรุ่น ก่อนเกิดค่ายแกรมมี่และการตลาดเพลงไทยสากล เป็นยุคของวง อิสซึ่น ที่มีนักดนตรีเก่งๆ มาก สองพี่น้องอัสนี-วสันต์ ที่จะมีเพลงรักให้ความหมายลึกซึ้ง ซ่อนนัยยะและใช้ถ้อยคำอ่อนโยน อย่าง เพลง "หนึ่งมิตรชิดใกล้" จะยังมีลักษณะเหล่านี้อยู่" นิรันดร์ศักดิ์ ให้ข้อสังเกต ถึงเนื้อหาเพลง ซึ่งเขาคิดว่าเป็นคำตอบที่ทำให้เพลงเหล่านั้นยังคงได้รับความนิยมท้ากาลเวลา แม้จะผ่านช่วงพีคไปกว่า 30-40 ปีแล้ว

(ฟังเพลง หนึ่งมิตรชิดใกล้ คลิก

หลักฐานพ้องทฤษฎีส่วนตัวของ บก.หน้าวรรณกรรม กรุงเทพธุรกิจ อาจจะเห็นได้จาก "คอนเสิร์ตเพลงย้อนอดีต" ที่มีให้ผู้ชมได้เลือกชมกันอย่างสม่ำเสมอ ตลอดช่วงสองสามปีที่ผ่านมา รวมไปถึง คอนเสิร์ตของ สุเทพ-สวลี ที่แม้ฝ่ายชายจะผ่านหลัก และคอนเสิร์ตของ เศรษฐา ศิระฉายา นักร้องวงดิ อิมพอสสิเบิ้ล ที่ยังคงเป็นทั้งเจ้าภาพและแขกรับเชิญในงานคอนเสิร์ตสม่ำเสมอ ล่าสุด เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา กับคอนเสิร์ตหนังไทยในเสียงเพลง ที่รวมเพลงฮิต (ส่วนใหญ่เป็นเพลงรัก) จากภาพยนตร์ไทยตั้งแต่ยุค ชั่วฟ้าดินสลาย เป็นต้นมา และวงดนตรีในยุคเริ่มแรกของเพลงไทยสากลอย่าง ดิ อินโนเซนต์ วงชาตรี แม็คอินทอช จนถึงรุ่นคีรีบูน ก็ได้กลับมาสู่เวทีแสดงสดอีกครั้งในช่วงปีสองปีนี้ หลังจากห่างหายไปนานนับยี่สิบปี ขณะที่เพลงของพวกเขาหลายเพลง ได้ถูกศิลปินรุ่นใหม่ คัฟเวอร์ มาเรื่อยๆ เช่นกัน

โดย ผู้ถูกพาดพิง อย่าง เศรษฐา ศิระฉายา อดีตนักร้องนำวงดิ อิมพอสสิเบิ้ล และศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ดนตรีไทยสากล ขับร้อง ปี 2555 ได้เคยบอกเหตุผลที่เศรษฐาคิดว่าเสน่ห์ท้ากาลเวลาของเพลงดิ อิมฯ นั้นน่าจะเป็นอะไร "คงต้องยกประโยชน์ให้กับ ครูเพลง ที่เขียนเพลงให้เรา ทำให้เพลงของดิอิมพอสซิเบิ้ลมันยังอยู่ถึงปัจจุบัน และคุณค่าอีกอย่างคือ เพลงมันทำ ให้เราคิดถึงความหลังได้ เช่นตอนที่เอามาเล่นใหม่ มีแฟนมาบอกว่า ดีจังคิดถึงสมัยอยู่ไนท์คลับ หรืออะไรทำนองนี้ และต้องบอกว่า การเรียบ เรียงเสียงประสานดีมาก อันนี้ต้องยกให้ ปราจีณ ทรงเผ่า ผมยกให้เขาเป็นครูใหญ่ และเพลงที่เขาทำ ไม่เชย นักดนตรีรุ่นใหม่ก็ได้สัมผัสคุณ ค่าดนตรีเมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว บอกได้ว่าเพลงมันเพราะๆ จริงๆ ทั้งทำนองและคำร้อง อามีส่วนแค่ส่วนเล็กๆ ในฐานะคนร้อง" (จากบทสัมภาษณ์ ใน นสพ.กรุงเทพธุรกิจ-จุดประกาย "เส้นทางบันเทิง "ศิลปิน" แห่งชาติ" ฉบับวันที่ 9 มีนาคม 2555)

(ฟังเพลง โอ้รัก คลิก

นอกจากนี้ สมัยที่วงดนตรี ดิ อิมพอสสิเบิ้ล โด่งดัง อาจจะถือว่าเป็นยุคเปลี่ยนผ่านจากเพลงสากลคัฟเวอร์มาสู่เพลงไทยสากล (เพลงสตริงเนื้อร้องภาษาไทย)

"มีหลายเพลงของ ดิ อิมฯ ที่สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนั้น เพลงรัก อย่างที่ร้องว่า หากฉันมีสิบหน้าอย่างทศกัณฐ์ หรืออย่าง เพลง ทะเลไม่เคยหลับ เป็นการใช้สัญลักษณ์แทนความรักในเนื้อเพลง อย่างเปรียบเปรย คลื่นทะเลกับอารมณ์รัก เทียบกับเพลงยุคปัจจุบัน การเปรียบเปรยจะเป็นการพูดตรงๆ มากกว่า อย่าง เพลง "ตุ๊กตาหน้ารถ" (ของ ลุลา) ที่พูดสื่อสารความรู้สึก และเล่าตรงๆ ไม่ใช้ถ้อยคำเปรียบเปรย ถ้อยคำรำพึงรำพัน จะมีสำเนียงห้วนกว่า เมื่อเทียบกับเพลงอย่าง หนึ่งมิตรชิดใกล้ ที่มีเกริ่นอารัมภบทก่อนเข้าถึงเนื้อหา แบบนี้เป็นต้น" บก.วรรณกรรม ชี้ความต่าง

(ฟังเพลง http://youtu.be/XgIumvqVzlc)

ยุคปัจจุบัน สองสามปีนี้ เนื้อเพลงจะพูดถึงเฉพาะตัวตน เป็นความปัจเจก และเฉพาะตัว และพูดถึงแค่ห้วงเวลาใดเวลาหนึ่ง (โมเมนต์เดียว) เช่น คำบางคำ สามเดือนก็หมดเวลาของมันแล้ว เรียกว่าเป็นคำที่ "โบฯ" (โบราณ) ไปแล้ว ขณะเพลงที่ยุคก่อน จะยังไม่เชย มันข้ามกาลเวลามากกว่า

ภาษาเพลงที่ตรงไปตรงมา แต่ละมุนละม่อม แบบ "รักคุณเข้าแล้ว" แต่งในยุคของเพลงไทยลูกกรุง โดยครูสมาน กาญจนผลิน เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ของการท้ากาลเวลา และเมื่อ ป็อด ธนชัย อุชชิน นำกลับมาร้องใหม่ทั้งในสมัยกับวงโมเดิร์นด็อก และเมื่อทำอัลบั้มพิเศษร่วมกับบอย โกสิยพงษ์ เพลงนี้ก็ได้รับความนิยมเสมอ

(ฟังเพลง รักคุณเข้าแล้ว โดย สุเทพ วงศ์กำแหง http://youtu.be/xJmliqeR5AQ)

(รักคุณเข้าแล้ว ป็อด ธนชัย http://youtu.be/qVD5Qv8T_4Y)

ข้อสังเกตที่น่าสนใจ สำหรับเสน่ห์ เพลงรักข้ามเวลา องค์ประกอบที่ทำให้เพลงเป็นอมตะ จาก หัทยา วงศ์กระจ่าง หรือดีเจเปิ้ล ที่อยู่ในวงการวิทยุมากว่ายี่สิบปี จนกระทั่งปัจจุบันเป็นผู้บริหารคลื่นวิทยุ และยังจัดรายการเพลงสากล ทางคลื่นเลิฟเอฟเอ็ม ในปัจจุบัน ได้ให้ความเห็น ต่อเพลงรักที่มัก จับใจ คนฟังว่า“เพลงรักที่ฟังได้ตลอดเวลาเลย ฟังเมื่อไรก็ไพเราะ คือ เนื้อหาและเมโลดี้จับใจ"

และดีเจเปิ้ล ยกตัวอย่างเพลงไทย ที่เธอประทับใจส่วนตัวว่า "เอาเพลงแบบที่ไม่เก่ามาก เช่นเพลง วิมานดิน ของนันทิดา แก้วบัวสาย (ช่วงพุทธทศวรรษ 2530) ก็ไม่ได้เจาะจงเรื่องรักสองต่อสอง แต่เนื้อเพลงที่บอกว่า 'ฝากรักเอาไว้ ฝากไปในแสงดวงดาว...' ฟังแล้วมันเคลิ้ม มันได้ความรู้สึก สำหรับพี่ มันไม่จำเป็นต้อง เพลงรักที่ประทับใจไม่จำเป็นต้องพร่ำพูดคำว่ารัก มันมีอย่างอื่นก็ได้ที่สื่อคำว่ารักในตัวเพลงอยู่แล้ว”

อีกหนึ่งตัวอย่างคือเพลงของ บอย โกสิพงศ์ นักร้องนักแต่งเพลงที่ทำให้วงการเพลงไทยในช่วง พ.ศ.2540 มีสีสันใหม่ และอารมณ์รักเป็นความละมุนละไมแทรกจังหวะอาร์แอนด์บี กับค่ายเบเกอรี่ มิวสิค ที่กลายเป็นทรัพย์สินทางปัญญา ให้เจ้าของลิขสิทธิ์เพลงค่ายนี้ในปัจจุบัน สามารถออกอัลบั้มรวมเพลงรัก ออกมาได้ทุกๆ โอกาสตลอดปี เพราะมีเพลงขายได้เสมอ รวมถึงเพลงที่ ดีเจเปิ้ล หัทยา แสดงความปลาบปลื้มเป็นการส่วนตัวอย่าง เพลง “ห่างไกลเหลือเกิน” "เพลงนี้ก็ไม่ได้พูดคำว่า ”รัก” ตรงๆ แต่มันบอกความรู้สึกคิดถึง มันห่างไกล ยังเห็นภาพเธอลอยมา เมโลดี้จับใจ จะฟังเป็นอคูสติก หรือเปียโน หรือ แบบเล่นเป็นวงก็ไพเราะ อีกเพลงที่เป็นเพลงแบบโรแมนติกแต่ไม่มีคำว่ารักคือเพลง เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม ของวง ทีโบน และเพลง คิดถึงเหลือเกิน ของ มาลีวัลย์ เป็นต้น" หัทยา บอก

(ฟังเพลง คิดถึงเหลือเกิน โดย มาลีวัลย์ เจมีน่า http://youtu.be/zthIiTXue4Q)

เมื่อย้อนกลับไปฟังเพลงสตริงรุ่นแรกๆ ยุคที่ “เพลงไทยสากล” เริ่มมีตัวตน และแตกตัวจาก “เพลงไทยลูกกรุง” จากอิทธิพลของเพลงโฟล์คซองและดนตรีป๊อปจากตะวันตก วงดนตรีขวัญใจวัยรุ่นที่เพลงรักภาษาง่ายตรงไปตรงมา อย่างเพลง ภาษารัก และเพลง แฟนฉัน ของวงชาตรี ที่จะมาขึ้นคอนเสิร์ตสุดสัปดาห์รับวาเลนไทน์ปีนี้

สำหรับเปิ้ล หัทยา บอกว่า “เพลงรุ่นชาตรี เมโลดี้ง่ายๆ ฟังเพราะแต่ส่วนตัวพี่ฟังยังไม่อินเท่าเพลงของ ดิ อิมพอสสิเบิ้ล นะ เพราะเพลงของดิ อิมฯ มันมีถ้อยคำที่บอกรักแบบน่ารัก และรักทะเล้น อย่างเพลงที่ร้องว่า “ หากฉันมีสิบหน้าอย่างทศกัณฑ์ สิบหน้านั้น ฉันจะหันมายิ้มให้เธอ.. คือเพลงแบบรักทะเล้นและรักโรแมนติกไปเลย จะอยู่ได้นาน"

"เพลงรุ่นใหม่ ก็ชอบนะพูดกันตรงๆ แต่ส่อแววให้ท่า จะออกฉาบฉวย ก็ไม่ไหวนะ หรือเพราะเราอาจจะแก่แล้ว (หัวเราะ) แต่มันก็มีเพลงที่ฟังแล้วโรแมนติกในแบบที่ชอบอยู่ แนวๆ อย่าง เพลงของบูโดกัน เพลงของ ดา เอนโดรฟิน (ที่โฆษณาโตโยต้า) หรือเพลงของ บอย พีซเมคเกอร์ ซึ่งเนื้อหามันจะมี 'ไว้ลาย' นิดๆ น่ะ" ดีเจ เปิ้ลเอ่ยถึงเพลงรักยุคใหม่

ภาษาเพลงยุคใหม่ขณะที่เพลงชื่อเพลง "รัก" อมตะนิรันดร์กาลจากยุคแรกเริ่มของเพลงไทยลูกกรุงนั้น มีเนื้อเพลงที่ร้องว่า “(ญ) คำก็รัก สองคำก็รัก น้องใคร่ทราบนักรักมากเท่าไร/(ช) รักเจ้านั้น รักจนหมดใจ มิมีสิ่งใดมาเทียมพี่รัก” (คำร้องโดย สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ และมีนักร้องคู่ที่นำมาร้อง ได้แก่ สุเทพ วงศ์กำแหง ร้องคู่สวลี ผกาพันธ์ เพ็ญศรี พุ่มชูศรี ร้องคู่ ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา จินตนา สุขสถิตย์ ร้องคู่ ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา ยอดรัก สลักใจ ร้องคู่สุนารี ราชสีมา มานิตย์ พาชิยานุกูล (นิด วงเชอรี่พิ้งค์) ร้องคู่กับ อัจฉรพรรณี หาญณรงค์ (โอ ปุยฝ้าย) ---ข้อมูลจาก เว็บไซต์ gotoknow.com)

เนื้อเพลงมีลีลายั่วล้อเล่นสัมผัสนอกใน และยังเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาหลายยุค ก่อนจะเข้าสู่ยุคที่ บก.วรรณกรรม-จุดประกายชี้ว่า เป็นเพลงยุคภาษาพูดและเป็น "คำดิบ"

เนื้อเพลงสมัยปัจจุบันจึงมักจะเป็น "ภาษาพูด" มากกว่า ภาษาในเพลงหรือภาษากวี "มันคล้ายภาษาทางดิจิทัลที่ใช้ในสังคมออนไลน์ บางคำเป็นคำดิบ หมายถึง คำที่ไม่ถูกขัดเกลาให้งดงามในเชิงวรรณศิลป์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเคลื่อนไหวทางการใช้ภาษาไทย แล้ว ในเชิงวิถีชีวิต เพลงรักยังสะท้อนให้เห็นว่า สังคมเป็นการสื่อสารแบบ ชั่วขณะ และ เป็นการพูดแบบตัวต่อตัว มากกว่าสมัยก่อน"

"สมัยใหม่ เนื้อเพลงจะเป็นการแสดงความรู้สึกส่วนตัวระหว่างสองต่อสอง (สองคนที่เป็นคู่กรณี) จึงเป็นเพลงที่ฟังได้เฉพาะช่วงวัยหนึ่งเท่านั้น เช่นเพลงที่วัยรุ่นชอบแต่เมื่อโตขึ้นเขาก็ไม่ชอบฟังแล้ว ในขณะที่เพลงอย่างยุควง ชาตรี อย่างเพลง แฟนฉัน ยังย้อนกลับมาฟังได้อีก เล่นได้อีก คนก็ยังฟังและชอบอยู่ สะท้อนความละมุนละไมของเนื้อหา เพลงสมัยก่อนมันเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ และเนื้อหาลึกซึ้ง อย่างเพลง โอ้ย...โอ้ย...ของแจ้ ดนุพล คนรุ่นใหม่ก็ยังเอามาร้องกันอยู่ใช่ไหมล่ะ" นิรันดร์ศักดิ์ ตั้งข้อสังเกต

ความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ยังรวมถึง "การใช้เพลง" ที่คนรุ่นเก่าบอกว่า มีการใช้เพลงบอกรัก ตั้งแต่เล่นกีตาร์โฟล์คซองจีบ ทำ mixed tape รวมเพลงรักในม้วนคาสเซ็ทส่งให้คนที่รัก จนถึงการสื่อสาร การขอเพลงผ่านดีเจวิทยุ เพื่อส่งให้คนที่รัก ที่หมายปอง หรือตามคอลัมน์หนังสือเพลง เช่น I.S.Song Hits มีคอลัมน์หามิตร รับจดหมายจากแฟนเพลง เนื่องจากสมัยก่อนไม่มีเครื่องมือสื่อสารมาก แต่สมัยนี้ยุคดิจิทัล การส่งเพลงผ่าน "เสียงรอสาย" โทรศัพท์ กลายเป็นวิถีปกติ และเป็นช่องทางการขายของค่ายเพลงด้วย

ยังไม่รวมถึงการส่งเพลงทางวิทยุออนไลน์ ที่จะขอผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ซึ่งผู้จัดรายการวิทยุหลายคลื่นได้รับเอาธรรมเนียมมาใช้กันหลายรายหลายคลื่นแล้ว ซึ่งจะเป็นเรื่องราวเล่าสู่กันฟังในครั้งต่อไป.