ถ้อยคำของดอกไม้

ถ้อยคำของดอกไม้

สีสันของดอกไม้ คือ ตัวแทนถ้อยคำหวานๆ ในวันวาเลนไทน์ที่ดูโรแมนติก ทำให้หลายคนต้องนึกถึงตัวแทนแห่งรักรูปแบบนี้

ความรักที่ผลิบานอยู่ในหัวใจ ย่อมงดงามเหมือนดอกไม้ที่มีสีสันที่สวยสะพรั่ง ไม่ว่าความรักนั้นๆจะเกิดขึ้นกับคนวัยไหนก็ตาม นอกจากนี้แล้ว สิ่งที่แทนความหมายของความรักที่มอบให้แก่กัน ก็มิได้มีเพียงหัวใจ และถ้อยคำหวานซึ้งเท่านั้น แต่"ดอกไม้"ก็สามารถแทนถ้อยคำต่างๆสำหรับคนที่มีความรักได้

หรือแม้จะอยู่ห่างไกลกันคนละขั้วโลก การมอบ"ดอกไม้"ให้เพียงดอกเดียว...ดอกไม้นั้นก็ราวกับเสียงกระซิบบอก"รัก"ใกล้ชิดอยู่ที่ข้างหู อย่างน่าอัศจรรย์ใจได้

ความรักเป็นสิ่งที่ซ่อนเร้นลึกล้ำอยู่ในความเป็นเป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์ผิวสี เช่นเดียวกับมวลบุปผามาลีในโลกนี้ ซึ่งงดงามและหอมหวลเย้ายวนใจให้ใหลหลง เพราะเหตุนี้"ความรัก"กับ"ดอกไม้"เคียงคู่กันเสมอมาแสนนาน

และ"วันวาเลนไทน์"หรือ"วันแห่งความรัก"ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ดอกไม้จะมีความหมายอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีความรัก เนื่องจากดอกไม้เป็นเหมือนถ้อยคำแทนหัวใจ และเป็นดั่งสะพานที่ทอดความรักจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งนั่นเอง

ความรัก-ธุรกิจ-ร้านดอกไม้

ปัจจุบันสังคมไทยเรายอมรับวัฒนธรรมการมอบดอกไม้ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ หรือ"วันลาเลนไทน์"โดยปริยาย และไร้ความรู้สึกขัดเขินใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้แล้ว การทำธุรกิจการจัดส่งดอกไม้ในวันแห่งความรักก็เติบโตและมีการแข่งขันกันมากขึ้นตามไปด้วย ดังจะเห็นว่าทุกวันนี้ร้านดอกไม้ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นร้านระดับไหนก็ตาม เมื่อใกล้วันแห่งความรักมาถึง จะทำให้ธุรกิจด้านนี้คึกคัก และมีการจัดโปรโมชั่น รวมทั้งมีการออกแบบการจัดดอกไม้ และมีวิธีการจัดส่งให้กับลูกค้าที่ต้องการจะมอบดอกไม้ให้กับคนที่รักอย่างหลากหลายรูปแบบ

ดังนั้นธุรกิจร้านดอกไม้ในวันวาเลนไทน์ จึงเป็นธุรกิจที่ผสมผสานกันระหว่างความสวยงาม อารมณ์ความรู้สึก และความรักที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะเป็นห้วงเวลาหนึ่งที่สำคัญและทำให้ร้านขายดอกไม้ รวมทั้งการเชื่อมโยงกันไปจนถึงคนทำสวนดอกไม้ การขนส่ง ตลาดกลาง ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นได้ในหลายมิติ แม้ว่า"วันวาเลนไทน์"จะมีแค่วันเดียวเท่านั้นก็ตาม

ดังกรณีของ "Fres-Flower "หรือ "ร้านดอกไม้สด"ที่ดำเนินงานโดย"สกาวรัตน์ จาลา" หรือ "จง "บัณฑิตสาขาบัญชี คณะบริหารศาสตร์ ม.รามคำแหง ที่หันมาทำธุรกิจด้านนี้ เพราะชอบความสวยของดอกไม้และชอบการจัดดอกไม้ จนลาออกจากงานบัญชีที่ทำประจำอยู่บริษัทแห่งหนึ่ง แล้วกระโจนเข้ามาเปิดร้านดอกไม้อย่างเต็มตัว

"แรกๆที่เริ่มทำงานด้านนี้เมื่อสี่ห้าปีก่อนก็เจอปัญหาบ้าง เพราะเราเพิ่งเริ่มต้น แต่เพราะเราสนใจเรื่องนี้มานาน พร้อมกับศึกษาการจัดดอกไม้ด้วยตนเองมาพอสมควร จึงทำให้สามารถยืนอยู่ได้มาจนถึงเดี๋ยวนี้ โดยทางร้านจะรับจัดดอกไม้หลายๆรูปแบบ ทั้งจัดช่อ ,กระเช้า,แจกัน,พานพุ่ม,มาลัย,งานใบตอง,ซุ้มดอกไม้,พวงหรีด...นอกจากนี้แล้วก็รับจัดดอกไม้งานแต่ง,งานบวช,งานศพ,งานพิธีการต่างๆ และงานอีเวนท์ที่บรรดาออร์แกไนท์มาว่าจ้างด้วย "

"สกาวรัตน์ จาลา"เปิดเผยว่า องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ธุรกิจร้านดอกไม้เติบโตได้นั้น นอกจากสถานที่แล้ว การออกแบบที่สวยงาม ราคาที่เหมาะสม และการบริการลูกค้าให้พึงพอใจ จะเป็นสิ่งสำคัญ

"ยกตัวอย่างง่ายๆเลย ถ้าร้านจัดดอกไม้อยู่ใกล้วัด จะมีออร์เดอร์จากงานศพเข้าทุกวัน และการดีไซน์พวงหรีดเรา ก็ต้องครีเอทด้วย เช่น การจัดพวงหรีดพัดลม และพวงหรีดนาฬิกา ตอนนี้ลูกค้านิยมสั่งกันมาก เพราะแตกต่างจากพวงหรีดที่เห็นๆกันมากมาย นอกจากนี้แล้ว ยังนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกด้วย ราคาก็ไม่แพง ลูกค้าพึงพอใจ โดยการจัดดอกไม้จะตามใจลูกค้าเป็นอันดับแรก ทางร้านจะให้ลูกค้าเลือกดอกไม้ที่ชอบ หรือคนที่ตายชอบดอกไม้อะไร เราก็จะทำให้"

นั่นเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่เธอบอกเล่า นอกจากนี้แล้ว สิ่งที่เธอนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจด้านนี้ก็คือโซเชียลเน็ทเวิร์ค ซึ่งทุกวันนี้ทำให้ร้านของเธอรู้จักอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์มากขึ้น

"การใช้เครื่องมือเหล่านี้ทำให้การติดต่อกับลูกค้า และการบริการได้ง่ายขึ้น ซึ่งทางเว็บไซด์ของร้านจะมีข้อมูลให้ลูกค้ารับรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้เรายังมีภาพตัวอย่างให้ดูด้วย....อย่างกรณีการสั่งดอกไม้ของลูกค้าเนื่องในงานต่างๆ ลูกค้าสามารถเลือกแบบ และสั่งทางออนไลน์ได้ รวมทั้งข้อความต่างๆที่อยากจะเขียนถึงคนรัก หลังจากนั้นทางร้านเราก็จะส่งภาพไปให้ลูกค้าดูทาง วอทส์แอฟ (whatsApp) ถ้าลูกค้าพอใจก็โอเค. หรือถ้าจะต้องการจะเสริมอะไร เราก็จัดให้"

และในช่วง"วันวาเลนไทน์"ก็เป็นห้วงเวลาหนึ่งที่ร้านดอกไม้มีชีวิตชีวาและยอดจำหน่ายดอกไม้ที่ร้อนแรงยิ่ง

ความรักที่มากับดอกไม้

ดอกไม้ที่แทนหัวใจและความรักในวันวาเลนไทน์ ถือเป็นอีกห้วงเวลาหนึ่งที่สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำให้กับร้านดอกไม้ นอกเหนือจากงานอื่นๆที่มีตลอดทั้งปีตามรูปแบบของงานต่างๆ

"ถ้าจะจำแนกดอกไม้ในวันวาเลนไทน์แล้ว ก็มีสองแบบ คือดอกไม้สด กับดอกไม้แห้ง....อย่างดอกไม้สดนั้น ที่นิยมมากที่สุดก็คือดอกกุหลาบสีแดง พันธุ์ฮอลแลนด์ ซึ่งจะมีทั้งที่ปลูกในเมืองไทยเรา และสั่งมาจากต่างประเทศ เพราะดอกใหญ่ สีแดงสดสวยงาม ตลาดใหญ่ที่สุดจะอยู่ที่ปากคลองตลาด ส่วนดอกไม้แห้งนั้นตลาดใหญ่จะอยู่ที่ตลาดจัตุจักร " สกาวรัตน์ หรือ "จง" แยกแยะประเภทของดอกไม้ในการนำมาทำดอกไม้ในวันวาเลนไทน์ พร้อมกับบอกว่า...การจัดดอกไม้ในวันแห่งความรักนั้น มีทั้งที่ร้านออกแบบให้สวยงาม อีกอย่างหนึ่งก็ทำตามแบบที่ลูกค้าต้องการ ทางร้านจะจัดให้

สำหรับการสั่งจองดอกไม้นั้น จะเปิดจองล่วงหน้าหนึ่งเดือน โดยมีแบบหรือแคทตาล็อกให้เลือกดูทางเวบไซด์ ทั้งการจัดดอกไม้ และราคา ตลอดจนการจัดโปรโมชั่นต่างๆ แต่จะช่วงเวลาที่สั่งจองเข้ามามากจะเป็น 7 วันก่อนจะถึงวันวาเลนไทน์ ซึ่งลูกค้าสามารถจะสั่งได้ตามความต้องการ ส่วนราคาก็มีหลายระดับ อย่างดอกกุหลาบแห้งก็เริ่มต้นที่ 150 บาท แต่ถ้าดอกไม้สดก็เริ่มที่ช่อละ 200บาท ส่วนจะอัพราคาขึ้นเท่าใดนั้น อยู่ที่ลูกค้าต้องการ หรือถ้าต้องการดอกกุหลาบหลายๆ ดอก ราคาก็จะสูงขึ้น ทั้งนี้ก็รวมทั้งการออกแบบและการทำแพ็กเกจด้วย

"การจัดส่งดอกไม้วันวาเลนไทนนั้น ถ้าเป็นการส่งไปยังต่างจังหวัดจะเน้นส่งเฉพาะดอกไม้แห้งมากกว่าเพราะการส่งดอกไม้สดจะเป็นเรื่องยุ่งยาก มันอาจจะได้รับการกระทบกระเทือนจนช้ำ หรือทำให้ความสดสวยลดลงได้เมื่อถึงปลายทาง"

ส่วนการส่งดอกไม้วันวาเลนไทน์ในเขตกรุงเทพฯและจังหวัดใกล้เคียงนั้น ถ้าสั่งดอกไม้ราคา 1,000บาทขึ้นไป จะจัดส่งให้ฟรี แต่ถ้าสั่งราคาต่ำกว่านี้ การส่งดอกไม้ให้ถึงมือปลายทาง จะคิดค่าส่งตามระยะทาง หรือถ้าจะส่งดอกไม้เพียงดอกเดียว ทางร้านก็บริการให้

เมื่อถามถึงราคาสูงสุดเท่าที่ลูกค้าเคยมาสั่งนั้น เธอบอกว่า...อยู่ในระดับ 5,000 บาทขึ้น ไปจนถึงหลักหมื่น ซึ่งลูกค้าในระดับนี้จะมีฐานะดี และเน้นจำนวนดอกไม้ การดีไซน์ และการจัดแพ็กเกจ และการเลือกดอกไม้ด้วยว่า เป็นดอกไม้ในประเทศ หรือต่างประเทศหรือไม่... แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การจัดระดับราคาของร้านดอกไม้ ก็ขึ้นอยู่กับย่านทำเลของร้านด้วย อย่างร้านในย่านสุขุมวิท หรือในร้านในย่านศูนย์ธุรกิจ ก็จะแตกต่างกับร้านดอกไม้ที่อยู่ย่านรอบๆกรุงเทพฯ

ดอกไม้ของใครที่เธอถือมา?

ถ้าจะประเมินในแง่ของอายุลูกค้าที่นิยมส่งดอกไม้ในวันวาเลนไทน์แล้วจะมีอยู่3 ระดับด้วยกันคือ 1.กลุ่มวัยรุ่น 2.กลุ่มหนุ่มสาววัยทำงาน 3.กลุ่มผู้ใหญ่

"ในกลุ่มขของคนหนุ่มสาววัยทำงานจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มากที่สุด...เพราะเป็นวัยที่มีความรัก มีความหวังในการสร้างอนาคตร่วมกัน มีการสร้างเนื้อสร้างตัว ดังนั้นในวันวาเลนไทน์จะนิยมให้ดอกไม้ พร้อมกับเขียนข้อความเพื่อบอกความในใจให้กันและกัน....สำหรับอีกกลุ่มหนึ่งจะเป็นวัยรุ่น ซึ่งก็มีมากเหมือนกัน แต่ก็รองจากกลุ่มแรก ส่วนกลุ่มคนสูงวัยก็มีเหมือนกัน เป็นการมอบดอกไม้ในวันแห่งความรักให้กันเพื่อความอบอุ่น และการรับผิดชอบวันสำคัญนี้สำหรับครอบครัวมากกว่า"

แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่เริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้น และต้องใช้สีดอกไม้เฉพาะตัวที่แตกต่างจากสีแดงทั่วไป

"แม้จะยังมีจำนวนน้อยในการใช้บริการจัดส่งดอกไม้ในวันวาเลนไทน์ แต่ก็น่าสนใจและมีความแตกต่าง นั่นคือกลุ่มเพศทางเลือก หรือชายรักชาย หญิงรักหญิงอะไรนี่แหละ ซึ่งการจัดดอกไม้วันแห่งความรัก ส่วนมากเขาจะสั่งมาเลยว่าต้องการดอกไม้สีม่วง ซึ่งทางร้านก็จัดบริการให้"

และนั่นก็เป็นอีกแง่มุมหนึ่งของดอกไม้ในวันวาเลนไทน์

หนึ่งวันของปรากฏการณ์แห่งรัก

การจัดทำดอกไม้เนื่องในวันวาเลนไทน์และจัดส่งให้กับลูกที่สั่งจองเข้ามานั้น แน่นอนที่สุดจะต้องทำให้สำเร็จเสร็จสรรพในวันที่ 14 กุมภาพันธ์เพียงวันเดียว โดยระยะเวลาภายในหนึ่งวันนั้น ดอกไม้แห่งความรักจะเริ่มออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่เลยทีเดียว

"จำนวนดอกไม้ที่สั่งทำและต้องจัดส่งตามที่ลูกค้าระบุทั้งหมด โดยเฉพาะดอกไม้สด จะลงมือทำในคืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ให้เสร็จทั้งหมด พอเช้าวันรุ่งขึ้น 14 กุมภาพันธ์ ก็จะเริ่มให้ฝ่ายจัดส่งกระจายไปตามจุดที่ลูกค้าระบุทันที เช่นเดียวกับดอกไม้แห้งที่สั่งไว้ ก็จะส่งในวันนั้นเหมือนกัน คือตั้งแต่เช้ายันค่ำเลยทีเดียว หรือบางครั้งตอนกลางคืน ถ้ามีลูกค้าสั่งด่วนเข้ามา....ก็จะบริการให้ โดยจะจัดส่งให้ถึงมือคนรับในคืนนั้นเลย ไม่ว่าจะดึกดื่นค่อนคืนแค่ไหนก็ตาม...พูดง่ายๆก็คือบริการให้ลูกค้าพึงพอใจมากที่สุดนั่นเอง"

ถูกต้องที่สุดกับคำกล่าวที่ว่า...ความรักเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของมนุษย์ และเป็นสิ่งที่ไม่มีอะไรจะมาขวางกั้นความรักที่เกิดขึ้นได้

รวมทั้ง "วันวาเลนไทน์"แม้จะเป็นเพียงหนึ่งวันเท่านั้น...แต่ก็สามารถทำให้ดอกกุหลาบสีแดงผลิบานอยู่ในหัวใจของคนที่มีความรักได้...อย่างน่าอัศจรรย์จริงๆ!