ผ่อนคลายสไตล์กรีนไลฟ์ ที่ 'Bangkok Tree House'

ผ่อนคลายสไตล์กรีนไลฟ์ ที่ 'Bangkok Tree House'

ลมเย็นจากริมแม่น้ำเจ้าพระยาพัดเข้าหาระเบียงไม้ที่มีร่มเงาของต้นลำพูต้นใหญ่โอบล้อม วิวจากมุมนี้สามารถมองเห็นผืนน้ำได้กว้างไกลสุดสายตา

ยามที่มีเรือแล่นผ่านระลอกคลื่นลูกเล็กๆ วิ่งเข้ากระทบฝั่งอยู่ไม่ขาด ฟังเสียงคลื่นประสานกับเสียงลมพร้อมกับชมสีเขียวๆ ของป่าโกงกาง ทำให้จิตใจสงบและผ่อนคลายได้ไม่ยาก

ณ ที่แห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงามและความสดชื่นจากธรรมชาติที่รายล้อมอยู่เท่านั้น แต่ยังมีมนต์เสน่ห์ของความเป็น 'กรีนรีสอร์ท' อยู่เต็มเปี่ยม เพียงก้าวแรกที่เดินเข้าสู่บริเวณของ Bangkok Tree House ก็จะเห็นสถาปัตกรรมของอาคารรูปทรงแปลกตาที่ยกพื้นสูงตั้งเรียงรายกันไปตลอดแนวถนน พอเดินเข้าไปด้านในก็สะดุดใจกับจักรายาน 2 -3 คัน ไม่บอกก็รู้ว่าที่นี่มีบริการให้ปั่นจักรยานได้ด้วย

ยิ่งได้เดินชมตามมุมต่างๆ ยิ่งเห็นถึงความกรีนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น กังหันลมที่นำมาผลิตพลังงานทดแทน เมนูอาหารที่มีเพียงมังสวิรัตและเนื้อปลา กำจัดแมลงด้วยน้ำส้มควันไม้ มี green movie ให้เลือกชมกว่าร้อยเรื่อง (ไม่มีฟรีทีวี) และรวมไปถึงกิมมิคสุดเก๋ที่ว่า "ทุกเช็คอินของแขกที่มาเข้าพัก ทางโรงแรมจะลงไปเก็บขยะให้กับชุมชนหนึ่งกิโลกรัม"

จิรายุ ตุลยานนท์ Chief Greening Officer ของบางกอก ทรี เฮ้าส์ เล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งโรงแรมแห่งนี้ว่า ก่อนหน้านี้ที่บ้านเคยทำธุรกิจโรงแรมมาก่อนและเห็นว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมโรงแรมค่อนข้างจะสิ้นเปลืองพลังงาน ยกตัวอย่างเช่น ล็อบบี้ก็ต้องเปิดแอร์ไว้ 24 ชั่วโมง ห้องนอนต้องมีอ่างอาบน้ำ การออกแบบที่บางจุดทำให้แอร์ไหลไปทางเดิน ไปห้องน้ำ ไประเบียง เป็นต้น ส่วนหนึ่งอาจด้วยความเคยชิน แต่อีกส่วนมาจากความรับผิดชอบของผู้ประกอบการเอง ซึ่งเขาเห็นว่าอย่างหลังนั้นน่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ประกอบการโรงแรมควรหันมาเอาใจใส่สิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น

"พอดีเราอยากจะทำที่ใหม่ แต่เราจะทำอย่างไรเพื่อจะได้มีโรงแรมที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง ในฐานะที่เราทำอันแรกแล้วเรารู้ว่ามันค่อนข้างสิ้นเปลืองนะ ก็เลยมาทำโรงแรมนี้กัน คราวนี้จะมาทำโรงแรมกรีนใจกลางกรุงเทพฯ มันดูเหมือนเสแสร้ง ก็เลยต้องมาหาที่ที่สภาพแวดล้อมมันเอื้ออำนวย อย่างแลนด์สเคปของที่นี่เราไม่ต้องสร้างอะไรเพิ่มเติมเลย ลมจากแม่น้ำเจ้าพระยาก็พัดเข้ามาทั้งวัน ไม่ต้องใช้แอร์หรือพัดลม เหมือนกับว่าถ้าคุณอยากจะทำอะไรให้มันได้คอนเซ็ปท์ของกรีนจริงๆ คุณก็ไม่ควรที่จะเนรมิตมันแต่คุณควรจะหาสถานที่ใดที่มันเหมาะแล้วเอาสิ่งนี้ไปตั้ง" จิรายุ บอก

ไม่เพียงเท่านั้น การมาพบที่ดินตรงนี้ยังเป็นความตั้งใจอย่างยิ่งยวดของจิรายุ เขาเล่าว่าต้องใช้เวลาถึง 2 ปี ในการเสาะหาพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุด

"เราอ่านเจอในนิตยสารไทม์ ถึงเจอที่ดินตรงนี้ นิตยสารฉบับเดือนพฤษภาคม 2549 เขาลงว่า พื้นที่กระเพาะหมูตรงนี้เป็นพื้นที่สีเขียวในเมืองใหญ่ที่น่าค้นพบที่สุดในเอเชีย ซึ่งมันยิ่งใหญ่มาก เราก็เฮ้ย ไม่เคยรู้เลยว่ากรุงเทพฯ ยังมีพื้นที่ตรงนี้อยู่ ตอนนั้นผมยังไม่เคยมาบางน้ำผึ้งเลยด้วยซ้ำ ผมยังไม่เคยมาฝั่งนี้ของแม่น้ำเจ้าพระยา พอมาเจอตรงนี้ก็รู้ว่ามันเหมาะมาก"

ส่วนการออกแบบของที่นี่เขาเล่าว่า ด้วยความที่ตั้งใจที่อยากจะให้มีบ้านบนต้นไม้จริงๆ ตรงตามชื่อของโรงแรม จึงสร้างขึ้นมาหลังหนึ่ง แต่ต่อมาต้นไม้ที่รองรับบ้านหลังนั้นล้มไปจึงต้องปรับใหม่จนกลายเป็นห้องกลางแจ้งหรือ view with a room ขึ้นมาแทน ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้คอนเซ็ปท์ของที่นี่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ส่วนตัวอาคารหลักใช้รูปแบบของสถาปัตยกรรมแข็งๆ เน้นเส้นตรง ดูทื่อๆ แต่ว่าตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติคือไม้และไม้ไผ่ ซึ่งไม้ที่ว่านั้นเป็นไม้ที่ซัดเข้ามาจากแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกว่าลดขยะในแม่น้ำได้อีกทาง นอกจากจะกลมกลืนไปกับธรรมชาติแล้วยังดูโดดเด่นสะดุดตาไปพร้อมกัน ที่สำคัญคือตัวห้องพักถูกออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้พลังงาน ต้องดูทิศทางของลม หน้าต่างห้องสามารถเปิดทะลุถึงกันได้ทุกห้อง เพื่อให้ลมถ่ายเทเข้ามาได้สะดวก ทุกห้องมีดาดฟ้าและช่องลมระหว่างดาดฟ้ากับห้อง เพื่อป้องกันความร้อนจากแสงแดด

"อีกคอนเซ็ปท์คือเราอยากจะทำให้การเดินทางมาที่นี่โดยรถยนต์ค่อนข้างลำบาก เราก็เลยหาที่ที่รถเข้าไม่ถึง อยากจะให้เขามาทางเรือเพื่อจะได้ใช้บริการของขนส่งมวลชน หรือมาเรือเล็กจะได้สนับสนุนชาวบ้านที่เขามีอาชีพอยู่แถบนี้ หรือขี่จักรายนมาก็ได้ อยากจะเปลี่ยนทัศนคติในการใช้รถของคนเมือง"

แม้จะเปิดตัวมาได้เพียง 1 ปี แต่ลูกค้ากลับให้ความสนใจและเดินทางเข้ามาพักผ่อนที่นี่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะลูกค้าชาวต่างชาติที่มีความชื่นชอบเรื่องกรีนไลฟ์เป็นพิเศษ จิรายุบอกว่า กลุ่มเป้าหมายหลักของที่นี่ไม่ใช่เพียงคนที่รักษ์ธรรมชาติเพียงกลุ่มเดียว แต่ยังขยายไปถึงกลุ่มคนทั่วไปที่อยากลองดูว่าการพักที่นี่จะให้ความรู้สึกอย่างไร ซึ่งห้องพักของบางกอก ทรี เฮ้าส์ ก็มีบริการหลากหลายรูปแบบรวม 11 ห้อง ได้แก่ Family Nest, The View with a Room, Bee Hive, Tree-Top Nest และ River Nest

"สำหรับคนที่เขาไม่ได้อินกับเรื่องกรีนขนาดนั้นก็อยากให้เขาได้เข้ามาสัมผัสดูว่า การที่คุณอาบน้ำร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์และใช้ไฟฟ้าจากพลังงานลม มันก็เหมือนกับการใช้ชีวิตทั่วไป ไม่ได้แตกต่างอะไรกันเลย และมันไม่ได้ยากกับการใช้ชีวิตครับ"

หากใครเริ่มติดใจที่นี่เข้าให้แล้ว สุดสัปดาห์นี้ลองแวะมาพักผ่อนในสถานที่อันเต็มเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งกรีนไลฟ์กันดูบ้าง เพื่อให้การพักผ่อนครั้งต่อไปของคุณพิเศษกว่าที่เคย

--------------------------------------
ราคา : ต่างชาติเริ่มต้น 4,590 บาท, คนไทยเริ่มต้น 3,900 บาท
จุดเด่น : ห้องพักตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติริมแม่น้ำเจ้าพระยา เสิร์ฟอาหารมังสวิรัต ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์
ที่ตั้ง : 60 หมู่1ถนนเพชรหึงส์ ซอย 26 บางน้ำผึ้ง สมุทรปราการ 10130
โทรศัพท์ : 08 1453 1100
เวบไซต์ : www.bangkoktreehouse.com