หนีรักร้างไป Graceland

หนีรักร้างไป Graceland

วันหนึ่งระหว่างพักอยู่ที่บ้านอาตุ๊ นพ.ศิริศักดิ์ สุนทระศานติก ในเมืองอัลตัน ซึ่งห่างจากเมืองเซนหลุยส์ เพียงคนละฝั่งแม่น้ำมิสซูรี

เราตัดสินใจกันว่าจะเดินทางไปเที่ยวเมมฟิสกันแบบ "เช้าไปเย็นกลับ" เป้าหมายหลักๆ คือไปเยือน "เกรซแลนด์" คฤหาสน์ของ เอลวิส เพรสลีย์ ราชาร็อคแอนด์โรลล์ ที่เสียชีวิตมานานกว่า 30 ปีแล้ว ซึ่งในวันนี้ บ้านหลังนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญไปโดยปริยาย

เมื่อพูดถึง "เกรซแลนด์" ผมไม่ได้คิดถึง เอลวิส อย่างเดียว เพราะจำได้ว่า ยังมีเพลง Graceland ที่แต่งและร้องโดย พอล ไซมอน ในอัลบั้มชื่อเดียวกัน เมื่อปี 1986 ซึ่งคว้ารางวัลแกรมมี่ ในสาขาอัลบั้มแห่งปี

พอล ไซมอน แต่งเพลงนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะเดินทางไปยัง "เกรซแลนด์" บ้านของเอลวิสแห่งนี้ ในห้วงอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความขมขื่นจากสภาพรักร้าง เมื่อภรรยา ณ เวลานั้น คือ แคร์รี ฟิชเชอร์ ลาจากไป

เพลงบรรยายฉาก โดยเริ่มต้นจากรัฐหลุยเซียนา พอล ไซมอน ขับรถจากทางใต้มุ่งหน้าขึ้นเหนือ โดยใช้เส้นทางสาย 61

"The Mississippi Delta
Was shining like a National guitar
I am following the river, down the highway
Through the cradle of the Civil War
I'm going to Graceland, Graceland
Memphis, Tennessee
I'm going to Graceland
Poorboys and pilgrims with families
And we are going to Graceland"

ตรงข้ามกับ พอล ไซมอน พวกเรามุ่งหน้าลงใต้ จากเมืองเซนต์หลุยส์ เราใช้ถนนสาย 55 ระยะทาง 284 ไมล์ (ราว 457 กิโลเมตร) โดยออกเดินทางก่อน 7 โมงเช้าเล็กน้อย แวะซื้อกาแฟเพียงครั้งเดียว ราวๆ บ่ายโมง เราก็ไปถึงเมมฟิส จากนั้น แวะกินอาหารเที่ยงแบบง่ายๆ ที่ร้านอาหารจีนในย่านดาวน์ทาวน์ ก่อนจะขับรถออกนอกเมืองไปอีก 9 ไมลส์ ก็มาถึง "เกรซแลนด์" ในที่สุด

ในปี 1977 หลังจาก เอลวิส เสียชีวิตลงที่บ้านหลังนี้ และศพของเขาก็ฝังอยู่ที่นี่ ใกล้ๆ กับสระน้ำ ทางคณะกรรมการที่ดูแลบ้านฯ ใช้เวลาราว 5 ปีหลังจากนั้น ทำให้ "เกรซแลนด์" พร้อมเปิดให้บริการแก่สาธารณะ ทุกวันนี้ ใครๆ ก็สามารถแวะเวียนมารำลึกถึง และสัมผัสมิติชีวิตที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวของผู้สั่นสะเทือนวงการเพลงระดับโลกคนนี้ได้ ทว่า ที่นี่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวธรรมดา เพียงการมาเยือนบ้านคนดังเท่านั้น แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในฐานะสถานที่ทางประวัติศาสตร์ระดับชาติของอเมริกันชนอีกด้วย

เนื่องจากมีผู้คนดาหน้ามาเยือนบ้านเอลวิสเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ฝั่งตรงข้ามของบ้าน จึงแปรสภาพเป็นลานจอดรถขนาดใหญ่ พร้อมกับมีร้านค้าและร้านอาหารเปิดให้บริการ

ภายในบ้านเปิดให้ผู้ชมสัมผัสสภาพความเป็นอยู่ของ เอลวิส ที่แทบจะคงเค้าเดิมไว้ ไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งในห้องนอน ห้องนั่งเล่น บาร์ หรือห้องพักผ่อนส่วนตัวที่ตกแต่งเหมือนอยู่ในป่า โดยที่เครื่องเรือน เครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องประดับต่างๆ นานา พอจะทำให้เราจินตนาการถึงการใช้ชีวิตของราชาร็อคแอนด์โรลล์ในคฤหาสน์หลังนี้ได้เป็นอย่างดี

หากจะมีการจัดวางอยู่บ้าง คงจะเป็นพื้นที่ด้านล่าง ซึ่งประดับด้วยเครื่องแต่งกาย และรางวัลต่างๆ ที่ได้รับ เผยให้เห็นความยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานเพลงในยุคที่เขาทำกับค่าย "ซัน เร็คคอร์ดส" ที่มีส่วนปฏิวัติรสนิยมของคนหนุ่มสาวในห้วงเวลานั้น (ทศวรรษ 1950s)

ไม่ว่าจะเป็นความบังเอิญหรือไม่ก็ตาม ตอนที่ พอล ไซมอน แต่งเพลง Graceland เขามีจังหวะดนตรีของเอลวิส ที่ออกกับค่าย ซัน เร็คคอร์ดส์ อยู่ในหัว เมื่อไปทำงานกับนักดนตรีแอฟริกันที่เล่นแบ็คอัพเพลงนี้ ทุกอย่างจึงคลี่คลายออกมาอย่างไม่รู้ตัว ผนวกกับเสียงร้องประสานจากวง ดิ เอฟเวอรี บราเธอร์ส ซึ่งเป็นเสมือนหนึ่งในไอดอลของ พอล ทำให้ Graceland กลายมาเป็นเพลงสำคัญของหน้าประวัติศาสตร์เพลงป๊อป ถึงขนาดนิตยสารโรลลิงสโตน จัดให้เป็น 1 ใน 500 เพลงดี แม้มันจะไม่ฮิตมากพอสำหรับคนวงกว้างก็ตาม

"She comes back to tell me she's gone
As if I didn't know that
As if I didn't know my own bed
As if I'd never noticed
The way she brushed her hair from her forehead
And she said losing love
Is like a window in your heart
Everybody sees you're blown apart
Everybody sees the wind blow"

บางทีสภาพอดหักและรักร้าง ได้ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ จนกลายมาเป็นบทเพลงชั้นดีในที่สุด.


Song : Graceland
Artist : Paul Simon
Place : Graceland, Elvis Preslery's House
City : Memphis, Tennessee
Country : USA