กล...ไม่ธรรมดา

กล...ไม่ธรรมดา

ความบกพร่องทางร่างกาย ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับคนกลุ่มนี้ พวกเขาเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ด้วยการร่ายเวทมนตร์ เล่นมายากล

ก้าวแรกที่เท้าย่างเข้าสู่บริเวณบ้านสายรุ้ง มูลนิธิคริสเตียนเพื่อเด็กพิการ นอกจากเสียงดนตรีท่วงทำนองสนุกสนานคละเคล้าไปกับเสียงหัวเราะของเด็กๆ อีกมุมหนึ่งของห้องกำลังแสดงลีลาที่พลิ้วไหว แม้จะไม่มีดนตรีประกอบ แต่ก็น่าแปลกใจที่เด็กๆ เหล่านี้สามารถเสกนกพิราบสีขาวให้บินออกมาจากถุงผ้ากำมะหยี่สีดำ มันบินไปไม่ไกลนัก เพราะห้องที่จัดแสดงมีขนาดเล็ก เจ้านกน้อยจึงโดนจับใส่กรงหลังหมดหน้าที่ ส่วนอีกมุมสาวน้อยหนึ่งเดียวในกลุ่ม เสกคทาจากไม้เล็กจิ๋วสีสันสดใส แค่โยนขึ้นเหนือศีรษะเล็กน้อย ก็กลายเป็นคทาอันใหญ่ นอกจากนี้ยังมีคนเสกดอกไม้ได้ด้วย

ที่น่าแปลกใจ ก็คือ มายากลเหล่านี้ แสดงโดยคนที่บกพร่องทางร่างกาย พวกเขาฝึกฝนจนจัดตั้งเป็นคณะThe Rainbow Magic Show (มายากลบ้านสายรุ้ง) ที่มีความเก่งกาจขนาดหาตัวจับยาก

หากใครได้เห็นได้ชมครั้งแรกก็จะรู้สึกทึ่ง ด้วยท่วงท่าและลีลาที่พลิ้วไหวของคณะมายากลสามารถโชว์กลต่างๆ หลายสิบโชว์กว่า 20 นาที ไม่ว่ากลเสกนก เสกคทา เสกดอกไม้ พวกเขาทำได้เหมือนนักมายากลทั่วไป
เหมือนเช่นที่กล่าวมา แม้ปราศจากเสียงเพลงประกอบ ดูเงียบเหงาไปสักนิด แต่กระนั้นคนดูอย่างเรา ก็รู้สึกสนุกสนานไปกับคณะมายากลที่มีโชว์ดีๆ และไม่ทำให้คนดูผิดหวัง

มายากลกับคนพิเศษ
มายากลในความหมายที่เรารู้จักกันดี เป็นศิลปะการแสดงเพื่อความบันเทิง ที่มีลักษณะการแสดงการลวงตาต่อผู้ชม โดยแสดงเหตุการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้น ราวกับว่า ผู้แสดงมีเวทมนตร์ ซึ่งกลแต่ละชนิดอาจจำแนกได้หลายหมวดหมู่ นักมายากลจะเสกของบางอย่างจากเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะมีอยู่จริง เช่น การดึงกระต่ายจากหมวก, เสกนกพิราบออกมาจากถุงผ้า ,การทำสิ่งของให้หายไป ฯลฯ และเท่าที่เฝ้าสังเกตการแสดงของเด็กๆ ในคณะฝีมือของพวกเขาไม่ธรรมดา

ที่บอกว่า ฝีมือไม่ธรรมดา เพราะคณะมายากลของมูลนิธิฯ แห่งนี้ ก่อตั้งมานานกว่า 5 ปี พวกเขาเรียนรู้มายากลจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของมูลนิธิฯ โดยกิจกรรมนี้ผู้อำนวยการมูลนิธิก็เห็นดีเห็นงามด้วยว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะให้เด็กๆ ได้เรียนรู้มายากล เพราะมายากลสำหรับเด็กพิการไม่เคยมีมาก่อนพวกเขาจึงเป็นนักมายากลรุ่นบุกเบิก

วิทยา หมื่นสอน แม้จะมีร่างกายพิการ มีนิ้วเท้า นิ้วมือ ไม่กี่นิ้ว แต่ก็อยากเรียนรู้การเล่นมายากล เขาเป็นรุ่นแรกๆ ที่ได้เรียนรู้ จึงกลายเป็นรุ่นบุกเบิก เพื่อให้คนเห็นว่า คนพิการก็เล่นมายากลได้ เขาพยายามฝึกฝน จนปัจจุบันเป็นหัวหน้าทีมคอยคิดค้นวิธีการแสดงโชว์ในแต่ละครั้งเมื่อมีคนจ้าง รวมถึงกลวิธีต่างๆ ที่ใช้แสดง กลชุดใดที่วิทยาฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ ก็จะถ่ายทอดวิชาเหล่านั้นให้สมาชิกในคณะ และเป็นครูผู้สอนมายากลให้น้องๆในบ้านที่สนใจ ส่วนสมาชิกอีกคน น้ำหวาน-สุชาดา ปั้นช้าง บกพร่องทางการได้ยิน เป็นสมาชิกรุ่นเก๋าของคณะ และเป็นหญิงสาวหนึ่งเดียวในคณะ แต่สามารถเล่นกลได้หลากหลายไม่แพ้ผู้ชายในทีม

นอกจากทั้งสองที่แข็งขันฝึกฝนจนเชี่ยวชาญมายากล คณะของพวกเขา ยังมีนักเล่นมายากลอีก 2 คน คือ เล็ก -แสนหนองฮี ดาวน์ซินโดรมที่มีสภาพร่างกายไม่เหมือนคนอื่น แต่ไม่เป็นอุปสรรคใดๆ ในการโชว์ เพราะเวลาแสดง เล็กจะมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการแสดง มีแววตาสดใส จนเห็นได้ชัดว่า เขาชื่้นชอบและสนุกกับมายากล

เล็กใช้เวลาฝึกฝนมายากลจากนักมายากลรุ่นพี่กว่า 2 ปีครึ่ง จนสามารถเล่นโชว์ได้หลากหลาย จึงได้ขึ้นแสดงบนเวทีหลายสิบงานแล้ว ทางด้าน ตั้ม-เจ๊ะมะ แม้สติปัญญาจะเชื่องช้า แต่สามารถเป็นผู้ช่วยคอยหยิบจับสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ ส่งให้เพื่อนสมาชิกในทีม ซึ่งเขาก็ทำได้ดีในแบบของเขา

สมาชิกคณะมายากลทั้ง4 มาจากสถานสงเคราะห์บ้านเฟื่องฟ้า รัฐบาลได้ฝากให้พวกเขาอยู่ในความดูแลของมูลนิธิคริสเตียนเพื่อเด็กพิการ ให้มีการศึกษาและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ส่วนการตั้งคณะมายากลและเปิดโอกาสให้เด็กๆพิการได้แสดงความสามารถ วสันต์ แสนเวียน ผู้อำนวยการบ้านสายรุ้ง มูลนิธิคริสเตียนเพื่อเด็กพิการ บอกว่า อยากให้พวกเขามีเวทีแสดงออก เพราะคนส่วนใหญ่เห็นว่าคนพิการทำอะไรไม่ได้

"อย่างเล็กนี่ เป็นดาวน์ซินโดรม เวลาขึ้นเวทีจะพลิ้วมาก มูฟเม้นท์ดีมาก จะยิ้มตลอด คนดูก็ชื่นชอบและปรบมือให้ตลอด ส่วนตั้มตอนนี้เป็นผู้ช่วยเล็กๆ น้อยๆ อนาคตก็จะสอนให้เล่นกลใหญ่ๆ ขึ้น ด้วยลักษณะความพิการที่แตกต่างกัน การสอนให้พวกเขาเล่นมายากล จึงขึ้นอยู่กับความถนัดของเด็ก อย่างวิทยาจะพริ้วไหวมาก เเรียนรู้ได้เร็ว ด้านเล็กจะช้า จึงต้องใช้เวลานานกว่าเพื่อน น้ำหวานนอกจากปัญหาการได้ยิน อย่างอื่นถือว่าปกติสามารถเรียนรู้ได้เร็ว"

เวลากับความพยายาม
แน่นอนว่า ระยะเวลาในการฝึกของแต่ละคน ย่อมแตกต่างกันตามสภาพร่างกายและความถนัด เพราะพวกเขาหล่านี้ไม่ได้มีสภาพร่างกายครบสามสิบสองเหมือนคนปกติ วิทยา เล่าว่า ช่วงแรกใช้เวลา 1-2 เดือนในการฝึกฝนการหยิบจับอุปกรณ์ให้เคยชิน เพื่อให้เกิดความคล่องแคล้ว จนผู้ชมจับผิดไม่ได้ ซึ่งใช้เวลานาน

"แต่ละกลต้องใช้เวลาและความพยายามแตกต่างกัน บางกลต้องอาศัยความพยายามมาก ต้องหาเวลาว่างเพื่อฝึกฝนบ่อยๆ และความชำนาญที่เล่นมาหลายปี ก็ช่วยทำให้จดจำวิธีเล่นกลต่างๆได้รวดเร็วขึ้น บางอุปกรณ์ที่เล่น มันก็ทำให้เราผิดหวัง แต่เราก็ต้องฝึกฝนต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเก่ง พยายามเล่นกับอุปกรณ์บ่อยๆ ให้คล่องและจับถนัดมือ ตอนนี้เล่นได้หลายโชว์ ส่วนกลที่ชอบที่สุดคือกลเสกนก เพราะคนดูปรบมือให้เยอะ"

วิทยา เล่าถึงการฝึกฝนมายากล และการสอนนักมายากลรุ่นน้องในช่วงแรกของการฝึกฝน วิทยาจะให้น้องๆ ลองจับดูก่อนว่า เขาเหมาะกับอุปกรณ์ชิ้นนั้นๆ มากน้อยเพียงใด อาศัยการฝึกฝนบ่อยๆ เนื่องจากมายากลต้องอาศัยความรวดเร็วในการเล่น เพราะคนดูจะจับได้ว่าความลับอยู่ตรงไหนบ้าง

"รีบเร็ว รีบเก็บ รีบซ่อน ต้องมีเคล็ดลับในการเก็บของ ซ่อนของ ทุกกลที่มีคนทำขึ้นมาขาย เขาก็จะสอนวิธีการเล่นด้วย เมื่อซื้อกลชุดนั้นมา เขาก็สอนกลวิธีและเคล็ดลับต่างๆให้ สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับเด็กๆทุกคนว่าจะเรียนรู้และพยายามตั้งใจฝึกฝนได้มากน้อยแค่ไหน"

ปัจจุบันทั้งสี่มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบแตกต่างกันไป ปัจจุบันวิทยา เป็นคนขับรถและคอยช่วยงานมูลนิธิฯ ,น้ำหวานกำลังเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) ด้านเล็กและตั้มฝึกอาชีพอยู่ จึงมีความรู้ ความสามารถหลายด้าน อาทิ การร้อยลูกปัด การทำไม้กางเขน ทอเสื่อ แต่ในขณะเดียวกันทุกคนก็ยังให้ความสำคัญกับการแสดงมายากลมาก แบ่งเวลามาฝึกซ้อมก่อนออกแสดงตามงานต่างๆ

เคล็ดลับที่เป็นความลับ
"แน่นอนว่า มายากลก็คือ ความลับสำหรับคนดู แต่ความลับนั้นก็ไม่ใช่ความลับสำหรับนักมายากล อาศัยว่า คณะThe Rainbow Magic showเป็นสมาชิกของชมรมมายากลด้วย เวลาชมรมผลิตกลอะไรออกมา เราก็ไปหามา เราซื้อกลเขา เขาก็เผยเคล็ดลับและวิธีการเล่นให้เรา แต่จะดูว่ากลอะไรที่เหมาะสมกับเด็กๆในทีมและวิธีการแสดงของเรา เราคำนึงถึงงบประมาณที่เรามีด้วยว่า มีเพียงพอหรือเปล่า อย่างที่บอกไปว่า 50% จากการแสดงผมเก็บไว้ และมีทุนจากคนที่ช่วยเหลือบริจาคมาอีกส่วนหนึ่ง เราก็เอาเข้ากองทุน อย่างเสื้อที่ใส่นี่ ก็ต้องสั่งตัด” ผู้อำนวยการ กล่าว

นอกเหนือจากการแสดงแล้ว ทั้งสี่คนยังช่วยเผยแพร่มายากลให้เพื่อนๆ น้องๆ รวมถึงคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกบ้านสายรุ้ง อย่างเช่น หากมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่มีการออกบูธ นอกจากแสดงโชว์และขายกลเล็กๆน้อยๆแล้ว ทุกคนก็จะสอนวิธีการเล่นกลให้คนที่สนใจอยากจะเรียนรู้ด้วย

วสันต์ เล่าว่า หากเด็กคนไหนสนใจมายากล ก็จะให้ลองจับลองเล่นอุปกรณ์ดูก่อนว่าถนัดไหม อย่างเล็กที่เป็นดาวน์ซินโดรม เป็นคนเชื่องช้า จึงใช้ฝึกฝนนานกว่า 2 ปีครึ่ง ทำให้เล็กเริ่มคล่องกับกลที่ต้องเล่นและทำได้ดี แต่กว่าจะเก่งได้ขนาดนี้ ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก จนเกิดความคล่องแคล่ว

“แน่นอนว่าเล็กมีไหวพริบ ความคิดจะเร็วขึ้น เวลาออกข้างนอกไปเจอสังคม เขาจะตอบโต้ได้เก่ง เวลาที่ไม่ได้ทำอะไร เขาก็จะนั่งนิ่งๆ แต่เขามีพัฒนาการเร็วมาก เวลาได้ขึ้นเวทีหรือพบสังคมภายนอกเขาก็จะไม่เกร็ง ไม่ตื่นเต้นนะ ”
อย่างไรก็ตาม เด็กทุกคนมีสภาพความบกพร่องของร่างกายไม่เหมือนกัน บางคนเป็นออทิสติกจะอยู่นิ่งๆ ไม่ได้ ถ้าเขาได้ทำในสิ่งที่เขาชอบ ก็จะนิ่งขึ้น เด็กบางคนขี้เกียจออกกำลังกาย เวลาอยู่บนเวทีได้เคลื่อนไหวร่างกายก็จะดีต่อเขา ถือว่ามายากลมีส่วนช่วยในการพัฒนาเด็กๆ ทำให้พวกเขามีความสุขและภูมิใจในตัวเอง นอกจากนี้การปรบมือให้พวกเขา ยังกระตุ้นให้พวกเขามีกำลังใจและทำดีต่อไป

โชว์ดีๆ เพื่อรอยยิ้ม
สำหรับโชว์แต่ละครั้ง ทางคณะจะใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ก่อนแสดงพวกเขาจะเตรียมความพร้อม เพื่อโชว์ที่สนุกและเหมาะสมกับงาน และเน้นให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับนักแสดงด้วย

วิทยาเล่าว่า บางครั้งเรามีอุปกรณ์อยู่แล้ว แต่เราต้องดูด้วยว่า มันเพียงพอไหม ถ้าไม่เพียงพอ ก็คิดว่าเราเคยเล่นอะไรไปบ้าง ก็นำสิ่งเก่ามาดัดแปลงและพัฒนาเล่นต่อไป ต้องดูผู้เล่นด้วยว่ามีกี่คน จะแบ่งอุปกรณ์อะไรให้พวกเขาเล่น และถ้าน้องคนอื่นๆในบ้านอยากร่วมแสดงด้วย ก็จะดูความสามารถและพัฒนาการของเขาว่าพร้อมไหม หากพร้อมก็ให้เขามีส่วนร่วม

คณะของพวกเขาเคยออกโชว์ตามงานใหญ่ๆ หลายงาน อาทิ งานเฉลิมพระชนม์พรรษา 5 ธันวา ณ ท้องสนามหลวง งานประชุมเพื่อคนพิการ ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ฯลฯ

“สิ่งที่ดีคือ องค์กรต่างๆจ้างเด็กไปโชว์ และเด็กๆก็มีรายได้ ครึ่งหนึ่งหักไว้ซื้ออุปกรณ์ อีกครึ่งหนึ่งแบ่งให้พวกเราทั้งสี่คน ไม่ต้องแบเงินขอใคร พวกเขาก็ภูมิใจกับสิ่งที่เขาทำด้วยน้ำพักน้ำแรง ในฐานะที่เราเป็นคนดูแลเขาเราก็รู้สึกภูมิใจที่เขาทำได้ ก็เป็นสิ่งที่ดี ตรงนี้เป็นโอกาสดีในการที่จะเปลี่ยนทัศนคติของคนภายนอก เพราะส่วนมากก็เห็นแค่เด็กพิการขอทาน นอนอยู่โรงพยาบาลตามข่าวต่างๆ แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่เคยเห็นเด็กอยู่บนเวที หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ” ผู้อำนวยการกล่าว

"สิ่งที่ได้จากการเล่นมายากลอย่างแรกเลยคือ สนุก มีเสียงปรบมือจากคนที่ดูพวกเรา คนได้เห็นความสามารถของพวกเราบนเวที ก็ภูมิใจมาก" วิทยา กล่าวทิ้งท้าย

ปัจจุบันมูลนิธิฯมีเด็กในความดูแลอยู่กว่า 500 คน นอกจากกิจกรรมมายากล เด็กๆ ยังมีโอกาสทำกิจกรรมอื่นๆ อีก อาทิ การเต้นและการรำไทย เพื่อช่วยพัฒนาการจิตใจและร่างกาย ซึ่งความผิดปกติทางร่างกายไม่ได้เป็นปัญหากับเด็กแต่อย่างใด ทุกคนสามารถฝึกฝนและขึ้นแสดงโชว์ได้ดี เพียงแค่ต้องอาศัยเวลาในการฝึกนานกว่าคนปกติเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตาม การแบ่งปันพื้นที่ในสังคมให้พวกเขาเหล่านี้ได้แสดงความสามารถที่มีอยู่ ถือเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ช่วยให้พวกเขามีพัฒนาการที่ดี

........................
หมายเหตุ : หากผู้ใดสนใจติดต่อโดยตรงได้ที่บ้านสายรุ้ง มูลนิธิคริสเตียนเพื่อเด็กพิการ เบอร์ 02-5846966