เห็นความเก่งและหล่อกันมาตั้งแต่ยังเป็น บอยแบนด์ในนามของวงไนซ์ ทู มีท ยู สำหรับ 'เชน' ธนา ลิมปยารยะ ค่ายอาร์เอส
เจ้าของซิงเกิ้ลล่าสุด “เพราะเธอเหงา หรือเขาใช่” ที่บินไปถ่ายทำมิวสิควีดีโอกันถึงเซี่ยงไฮ้ จนเข้าตา KMA (The Korea Model Association Corporation) ประเทศเกาหลี หนุ่มเชนจึงเป็นตัวแทนศิลปินประเทศไทย รับรางวัล “Asia Star Awards 2013” (เอเชีย สตาร์ อวอร์ด 2013) ในงาน “Asia Model Festival Awards 2013” (เอเชีย โมเดล เฟลติวัล อวอร์ด 2013) ที่จัดขึ้น ณ โอลิมปิค กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้
รางวัลนี้ถือเป็นกำลังใจในการทำงานให้กับหนุ่มเชนไม่น้อย แต่ถ้าถามถึงกิจกรรมที่เติมพลังให้เขาได้ไม่มีวันหมด คงจะเป็นการท่องเที่ยวไปตามเมืองสงบแสนสบายในต่างแดน เพราะช่วยเพิ่มสมดุลในชีวิตได้เป็นอย่างดี
ล่าสุดเดินทางไปรับรางวัล เอเชีย สตาร์ อวอร์ด 2013 ที่เกาหลี เป็นอย่างไรบ้าง
ดีใจครับ เพราะผมทำงานมาตลอด 6 ปี ตั้งแต่สมัยเป็นวง ไม่ได้พักยาวๆ เลย พอมีรางวัลนี้ รู้สึกว่าหันหลังไปแล้วหายเหนื่อย ซึ่งเบื้องต้นที่ทางเกาหลีแจ้งมาว่าเขาเห็นผลงานของผมจากเอ็มวี “เพราะเธอเหงา หรือเขาใช่” ซึ่งไปถ่ายที่เซี่ยงไฮ้ เป็นโซนเอเชีย ทำให้ภาพคำว่า เอเชีย ชัดเจนขึ้นมา ซึ่งคอนเซ็ปต์รางวัลนี้คือ เอเชียเฟสติวัล บังเอิญเอ็มวีตัวนี้ตอบโจทย์ได้พอดี เขาเลยขอให้เราส่งโพรไฟล์ผลงาน และติดต่อมาทางค่ายอาร์เอส
วันที่ไปรับรางวัลผมเกร็งมาก รู้สึกว่ามันเร็วกว่าตัวผม เพราะทุกครั้งที่ผมทำงาน ผมจะประเมินตัวเองตลอดว่าได้แค่ไหน ผมรู้สึกว่ารางวัลนี้ใหญ่เกินไปสำหรับผม ค่อนข้างก้าวกระโดด ซึ่งในงานคนดังจากหลายประเทศมากันเยอะมาก ขยับตัวทีแฟนๆ เขาก็กรี๊ด และในงานก็มีผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงของวงการบันเทิงเกาหลีเยอะ เราไปในฐานะของศิลปินไทย เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด
เทรนด์เกาหลีมาแรงแบบนี้ เชนเคยไปเที่ยวเกาหลีกับเขาบ้างไหม
โอ้โห ผมน่าจะไปมา 13-14 ครั้งแล้วละครับ ผมว่าประเทศเกาหลีนี่พัฒนาเร็วมาก คนเขามีความคิด มีแรงบันดาลใจในการเดินไปข้างหน้า ทุกคนไม่หยุดอยู่กับที่ อะไรที่ไม่ดีเขาแก้ไข ซึ่งเมื่อ 10 กว่าปีก่อน เขาเคยบินมาดูโรงงานบ้านผม ในเรื่องของอุตสาหกรรมเหมือนเขายังตามเราอยู่ แต่ตอนนี้เขาเป็นที่ 1 ไปแล้ว เป็นอะไรที่น่าชื่นชม เพราะเขาสู้ ผมก็เอาจุดตรงนี้มาใช้ในชีวิตด้วย ผมว่าการท่องเที่ยวเกาหลีเขาตีโจทย์แตก เอานักร้อง เอาความบันเทิงเปิด แล้วดึงคนเข้ามา ถือว่าประสบความสำเร็จประมาณหนึ่ง และเกาหลีมีอีกหลายเมืองที่ยังเปิดเรื่องท่องเที่ยวได้ อย่าง ปูซาน เป็นเมืองที่สงบ สวย เพราะเป็นเมืองที่มีทะเล แตกต่างกับทะเลบ้านเรา ทะเลของเขาจะรู้สึกเย็น สงบ มีโขดหินสูงๆ ทะเลเขาจะให้อีกอารมณ์หนึ่งที่ผมชอบมาก
แล้วเอ็มวีล่าสุดที่ไปถ่ายทำที่เซี่ยงไฮ้เป็นอย่างไรบ้างคะ
ก็ค่อนข้างตื่นเต้นครับ ไปเจอจีนมุงมาด้วย หนักกว่าไทยมุงอีก และผมก็จะเกร็งในเรื่องของตำรวจ ซึ่งทางอาร์เอสทำเอกสารขอสถานทูตเรียบร้อย แต่เขามีกฎว่าห้ามเจอกันมากกว่า 8 คน ห้ามสุงสิงรวมกัน เขากังวลเรื่องคอมมิวนิสต์ แต่ทีมงานเรามี 16 คน ซึ่งตำรวจเขาก็มาคอยดูตลอด ส่วนคนจีนที่นั่นเขาให้ความสนใจดี จะมีแฟนคลับ 2 ประเภท คือสนับสนุนนักแสดง มีเยอะมาก กับสนับสนุนนักร้องไทย แต่ยังมีน้อย เพราะบ้านเขาเปิดยูทูบไม่ได้ ก็เลยจะรู้จักน้อยกว่าการดูภาพยนตร์ ละคร ที่ฉายทางทีวี
ประทับใจอะไรในเซี่ยงไฮ้บ้าง
คนที่ไม่เคยไปเซี่ยงไฮ้จะเข้าใจว่า คือเมืองจีน เป็นตึกสูงๆ ที่พัฒนาแล้วของจีน แต่ผมว่าคือปารีสตะวันออก ฝรั่งเศส โปรตุเกต ซึ่งในอดีตเคยมีประเทศเหล่านี้เข้ามา ก็จะมีสิ่งก่อสร้าง สถาปัตยกรรมที่เป็นฝรั่งเศส โปรตุเกต เพราะยังมีต้นไม้ที่เป็นต้นเมเปิ้ลจากฝรั่งเศส เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานเข้าที่พอดี ซึ่งมี 2 เมือง เป็นฝั่งเมืองใหม่ กับเมืองเก่า วาไรตี้มาก แต่มีสตอรี่และความสวยงามอยู่
เที่ยวแบบไหนที่เรียกว่าเป็นสไตล์เชน
แบบไฮเอนด์ครับ ตอบแทนชีวิต ให้รางวัลตัวเอง คือผมไม่ใช่คนลุยๆ เราทำงานหนัก เราก็พักดีๆ เลย ไปบิสิเนสคลาส นอนโรงแรมดีๆ กินดีอยู่ดี ให้ร่างกายพักผ่อน ชาร์ตพลัง เพื่อที่จะกลับมาลุยงานเต็มที่
ที่เคยไปมาประทับใจประเทศไหนบ้าง
ผมชอบอเมริกา มันผูกพัน ตอนเด็กไปบ่อยมาก เพราะคุณพ่อจบมาจากที่โน่น มีโฮสแฟมิลี่อยู่ แต่โซนเอเชียก็ชอบ เพราะมีความเป็นโซนบ้านเราอยู่ ความต่างอยู่ที่เวลาไปโซนยุโรป ผมรู้สึกว่ามีความห่างอยู่ในตัว
แล้วประเทศในฝันที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปให้ได้ล่ะมีไหม
ผมอยากไป ภูฏาน ผมทำงานหนัก ต้องการความเงียบ สงบ ประเทศนี้ตอบโจทย์ได้ จากที่ผมอ่านในหนังสือ คนที่นั่นใช้ชีวิตเดินช้ากว่าคนอื่น แต่ช้าแบบมีคุณภาพ ใช้ชีวิตแบบพอเพียงเหมือนพระราชดำรัสของในหลวง ที่ผมอ่านเจอภูฏานมีออกซิเจนน้อย อยู่บนที่สูง ทำให้ใช้ชีวิตเร่งรีบไม่ได้ ซึ่งทุกวันนี้เราทำงานแข่งกับเวลา ใช้ชีวิตเร่งรีบตลอด ทำงานเป็นนาที ผมเลยอยากรู้ว่าที่ ออกซิเจนน้อยๆ ต้องเดินช้าคือยังไง ผมอยากลองชีวิตแบบนั้นดูบ้าง ฃ
มีวิธีสร้างสมดุลชีวิตระหว่างการทำงานกับการพักผ่อนอย่างไร
ความสมดุลในชีวิตของผมถือว่าน้อยมากๆ ครับ เพราะส่วนใหญ่จะหนักไปทางทำงานมากกว่า ปัจจุบันเนเจอร์ของนักร้องเปลี่ยนไปเยอะ ถ้าเรายึดแบบเก่า ทำงานไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นยังไง ไม่ได้แล้ว ผมมองว่าช่วงก่อนอายุ 30 ผมต้องทำให้ดีที่สุด อะไรที่ดีที่สุดสำหรับเรา ผมจัดเต็มตลอด ส่วนเรื่องพักก็หลังจากนั้น ผมวางเป้าหมายว่าอาจจะทำงานถึงอายุ 30 ปี แล้ว 30-35 อาจจะไปเบื้องหลัง อย่างทำรายการทีวี เรียกว่าทำเต็มอิ่มในเรื่องของวงการ แล้วเกษียณตัวเอง ถ้าเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งก็อาจจะพักเลย หรือไปเป็นครูสอนตามโรงเรียนต่างจังหวัด
ทำไมถึงอยากเป็นครู ดูห่างไกลจากแวดวงบันเทิง?
คือ...ผมเป็นคนเก่งเลขมาก ทุกวันนี้ให้นั่งอธิบายก็ยังอธิบายได้ ตรรกศาสตร์ก็ยังบอกได้ ผมเป็นเด็กเรียนมาก่อน ผมมองว่าเลขคือตัวทำลายความฝันของเด็กไทยหลายคน เพราะว่าอาจจะไม่เข้าใจ ทำให้เงื่อนไขในการเลือกมหาวิทยาลัยจำกัด ถ้าเราช่วยเด็กๆ ได้ ให้ชีวิตเขาดีขึ้น เป็นเรื่องที่ดี สมัยเรียนผมคือกระดาษคำตอบของเพื่อน เพื่อนจะถามตลอดว่าข้อนี้ตอบอะไร สมัยก่อนที่ได้สอนเพื่อนไปจนเขามีชีวิต มีอาชีพที่ดี ก็ดีใจครับ
แล้วบทบาทพิธีกรล่ะป็นมาอย่างไร
ผมรับหน้าที่พิธีกรรายการ อินไซด์ ลาลีกา ทุกวันศุกร์ เวลา 19.00 น. ทางช่องอาร์เอส สปอร์ต ลาลีกา และ ทุกวันเสาร์ เวลา 10.30 ทางช่อง 8 ตอนนี้ผมรู้สึกคุ้นเคยขึ้นเรื่อยๆ แต่เหมือนจังหวะของนักร้องและพิธีกร เป็นหนังสือคนละเล่มเลย มีจังหวะการหายใจที่ต่างกัน ซึ่งผมเคยเป็นพิธีกรก่อนหน้านี้ เมื่อ 5-6 ปี มาแล้ว เหมือนมารื้อฟื้นวิชาเก่ามากกว่า ตอนนี้ถือว่าเริ่มคุ้นเคยดีขึ้น
ถือว่าเป็นกูรูเรื่องฟุตบอล?
ผมชอบดูบอลครับ พอได้มาทำ มีความสุขมากขึ้น เรารู้ความเคลื่อนไหวในเรื่องที่เราชอบมากขึ้น เพราะมีข้อมูลมาอัพเดททุกอาทิตย์ ปกติเราต้องวิ่งหาข้อมูล แต่พอมาทำตรงนี้ ข้อมูลทุกอย่างวิ่งเข้าหาเรา ถือว่าลงตัวหมด จริงๆ นักร้องถือว่าหนักกว่า เพราะผมเล่นคอนเสิร์ตคนเดียว จะเอนเตอร์เทนก็ต้องใช้พลังเยอะ ส่วนพิธีกรแค่เข้าใจจังหวะ รู้ข้อมูล ก็สามารถจัดรายการได้
ได้ทำงานค่อนข้างหลากหลาย คิดว่าตอนนี้ชีวิตตัวเองประสบความสำเร็จหรือยัง
ผมมองว่ายังไม่ถึงไหน เพราะวงการนักร้องเปลี่ยนไปเยอะ ผมไม่รู้ว่าความสำเร็จของนักร้องในยุคปัจจุบันคือแค่ไหน มันยากมาก เพราะต่างคนต่างมีค่ายของตัวเอง มีแฟนคลับของตัวเอง ไม่มีเบอร์ใหญ่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ก็เลยไม่รู้ว่าคำจำกัดความของความสำเร็จคืออะไร ผมก็ได้แต่ฝันเล็กๆ ว่า อยากมีคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเองสักครั้งหนึ่ง ถ้าเกิดมีปุ๊บ ผมพร้อมวางมือเลย เพราะผมมองว่าคนจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ๆ เป็นของตัวเองในยุคนี้นั้นยากมาก
แต่ถ้าทำได้ก็ดี แต่ประเมินตัวเองแล้วก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น ก็ต้องมีอะไรที่พัฒนาอีกหลายอย่าง





