วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปัดฝุ่น "โคชิเซ" สู่เมืองสร้างสรรค์

จากที่เป็นเมืองด้านอุตสาหกรรมเหล็กมายาวนาน "โคชิเซ" กำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างมโหฬาร ไปสู่การเป็นเมืองศูนย์กลางการสร้างสรรค์และศิลปะ

โดยในปี ค.ศ. 2013 นี้ "โคชิเซ" (Kosice ; Ko-shi-tse) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศสโลวาเกีย หรือสาธารณรัฐสโลวัก ได้รับการยกย่องให้เป็น "เมืองวัฒนธรรมของยุโรป" และเมื่อไม่นานมานี้ ก็ได้จัดให้มีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งจุดพลุ จัดงานคอนเสิร์ตจากศิลปินท้องถิ่นเองและต่างชาติ เพื่อประกาศให้ปีนี้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนโฉมหน้าอย่างสมบูรณ์

"เราต้องการแปลงโฉมเมืองคอซิตเซแห่งนี้ จากการเป็นเมืองอุตสาหกรรมหนักไปสู่อุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์" เจน ซูดซินา ผู้อำนวยการโครงการเมืองวัฒนธรรม กล่าว

โดยรางวัลจากสหภาพยุโรปที่เรียกว่า "เมืองวัฒนธรรมของยุโรป" สำหรับปี 2013 ยังมาพร้อมกับเงินสนับสนุนอีก 60 ล้านยูโร (80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ทำให้ขณะนี้ใจกลางเมืองโคชิเซ เต็มไปด้วยเสียงตอกตะปู เจาะสว่าน ท่ามกลางการเตรียมความพร้อมจัดงานแสดงต่างๆ ที่จะทยอยจัดขึ้นมาตลอดทั้งปี

หากไปเที่ยวยังสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองคือ มหาวิหารเซนต์เอลิซาเบธ ก็จะได้ยินเสียงลอดออกมาจากภายในโบสถ์ เพราะอยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมจัดนิทรรศการงานศิลปะของ "เอลิส โมแรง" ศิลปินชาวฝรั่งเศส ที่จะมีขึ้นในเร็วๆนี้

โดยมหาวิหารเซนต์เอลิซาเบธ คือโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสโลวาเกีย และเป็นโบสถ์แบบโกธิคที่อยู่สุดทางตะวันออกของยุโรป สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14

โทมัส ซิซมาริก โฆษกโครงการเมืองวัฒนธรรมของโคชิเซ กล่าวว่า ยังมีการวางแผนที่จะฟื้นฟูงานศิลปะขึ้นมาอีกครั้ง โดยจะปรับโฉมสถานที่เก่าๆ เช่น ค่ายทหารเก่า จะเปลี่ยนการใช้งานใหม่ให้เป็นสถานที่จัดงานแสดงคอนเสิร์ต หรือแสดงงานศิลปะ เป็นต้น โดยโครงการที่ท้าทายที่สุด คือการปรับปรุงสระว่ายน้ำที่ถูกปิดตายมานานถึง 30 ปีแล้ว ให้เป็นศูนย์ศิลปะร่วมสมัย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในฤดูใบไม้ผลิปีนี้

ทั้งนี้ นอกจากเงินสนับสนุนโครงการจากสหภาพยุโรปแล้ว ทางเมืองโคชิเซ ยังได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลสโลวัคอีก 10 ล้านยูโร สำหรับโครงการที่จะมีขึ้นในปีนี้ ในช่วงปลายปีจะยกย่องนักเขียนที่มีชื่อเสียงผู้มีถิ่นกำเนิดจากเมืองโคชิเซ "แซนดอร์ มารัย" โดยจะตีพิมพ์ผลงานของเขาขึ้นมาใหม่ ส่วนระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน จะจัดเทศกาลฉายภาพยนตร์แบบมาราธอน โดยผู้กำกับชาวสโลวัก "จูราจ จากูบิสโก" และเดือนพฤษภาคม เป็นการจัดงานเทศกาล "ยูส เดอะ ซิตี้" ที่จะนำผลงานด้านศิลปะอันหลากหลายมาแสดงบนถนน

สำหรับงานนิทรรศการศิลปะสมัยใหม่คาดว่าจะมีขึ้นในเดือนมิถุนายน-กันยายน ตามด้วยช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะเป็นงานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติที่จะมีนักประพันธ์ดนตรีคลาสสิคสมัยใหม่จากทั่วโลกเข้าร่วมงาน

ทั้งนี้ จากความพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองของเมืองโคชิเซเริ่มจะเห็นผล โดย ซูดซินา บอกว่า อุตสาหกรรมไอทีเชิงสร้างสรรค์ได้เริ่มวางรากฐานที่นี่แล้ว ซึ่งจะมีการจ้างงานถึง 6,000 คน หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับการพัฒนาจะดำเนินการได้เร็วแค่ไหน

ในอดีต โคชิเซเคยเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรมของอาณาจักรออสโตร-ฮังกาเรียน และมาข้องเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหล็กอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดย "อิสเทิร์น สโลวัค สตีล เวิร์ก" โรงงานเหล็กขนาดใหญ่ของรัฐบาลคอมมิวนิสต์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1960 นั้น ถูกซื้อโดย ยูไนเต็ด สเตทส์ สตีล คอร์ปอเรชั่น ในปี 2000 บริษัทดังกล่าวมีการจ้างงานถึง 11,000 คน และเป็นการจ้างงานจำนวนมากสุดในประเทศที่มีประชากร 5.4 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม โคชิเซกำลังดิ้นรนออกจากปัญหาอัตราว่างงานที่สูงถึง 10 เปอร์เซ็นต์ และมีแนวโน้มจะพุ่งขึ้นเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากบริษัทเหล็กที่ว่า ได้ประกาศเมื่อปลายปีที่แล้วว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาถอนตัวออกจากสโลวาเกียและกำลังมองหาผู้ซื้อโรงงานผลิตเหล็กรายใหม่

"เราหวังว่าโครงการเมืองวัฒนธรรมจะกระตุ้นกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และช่วยเอาชนะการต้องพึ่งพาบริษัทเดียว" ซูดซินา อดีตผู้จัดการโรงผลิตเหล็กของสหรัฐ ซึ่งลาออกมาเพื่อเปิดค่ายเพลงอิสระเมื่อ 10 ปีก่อน กล่าว และว่า เมืองแห่งนี้จะไม่ใช่แค่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเท่านั้น แต่จะให้แรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่แก่ชุมชนอีกด้วย

โดยแนวคิดนี้ดูจะได้รับการสนับสนุนจากชาวเมือง นิโคลา เนวิโดวา นักศึกษาวัย 25 ปี ให้ความเห็นว่า เมืองโคชิเซ น่าจะได้รับประโยชน์จากรางวัลที่ได้รับมา ซึ่งเธอกล่าวขณะเงยหน้ามองไปยังยอดแหลมของมหาวิหารเซนต์เอลิซาเบธ และยังกล่าวว่า ตนไม่เคยมองเห็นเลยว่ามันมหัศจรรย์อย่างไร นั่นอาจเป็นเพราะเราได้เห็นทุกวันจนมองข้ามความสวยงามนั้นไป

[ที่มา : เอเอฟพี]