วันพุธ ที่ 22 เมษายน 2569

Login
Login

นักประดิษฐ์...ไร้ขีดจำกัด

นักประดิษฐ์...ไร้ขีดจำกัด

จะมีนักประดิษฐ์คนไหนมีความสามารถเช่นเขา นั่นเป็นความใฝ่รู้และลงมือทำ

ต้องบอกก่อนว่า นักประดิษฐ์คนนี้ไม่ธรรมดา ไม่ได้จบปริญญาใดๆ แต่เรียนรู้ด้วยตัวเอง เขาบอกว่าเป็นการเรียนรู้นอกระบบ เพราะในระบบ เขาจบแค่ประถมปีที่ 7 แต่ความรู้นอกระบบคงจะหาใครเทียบเคียงได้ยาก เพราะคนที่เรียนในระบบยอมรับในฝีมือ และฝากตัวเป็นศิษย์หลายต่อหลายคน

อนุสร อดิเรกกิตติคุณ เจ้าของหจก.นเรศ โลหะซัพพลาย นักประดิษฐ์ไม่กี่คนในประเทศนี้ ที่ทำได้แบบนี้ เขาใช้ประสบการณ์ทั้งชีวิต ประดิษฐ์สิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตปะจำวัน ดัดแปลงโน้น นี่ นั่น ก่อนหน้านี้เคยนำจักรยานเก่าๆ มาประดิษฐ์เป็นจักรยานสี่ล้อสามล้อหนีน้ำ เป็นข่าวคราวจนสื่อต่างชาตินำเสนอเรื่องราว รวมถึงประดิษฐ์เครื่องมือแพทย์เพื่อบริจาคเป็นการกุศลให้โรงพยาบาล และประดิษฐ์สิ่งของเพื่อการเรียนรู้ในโรงเรียนเล็กๆ ที่ลูกชายเรียนอยู่ รวมถึงให้คำปรึกษาและคำแนะนำนักศึกษาปริญญาโทประดิษฐ์เตาปฎิกรณ์เพื่อการศึกษา

ส่วนการประดิษฐ์เพื่อการเลี้ยงชีพ เขาทำโรงกลึ่งเพื่อผลิตเครื่องจักร เครื่องมือให้บริษัทญี่ปุ่นและโรงงานโดยใช้ความสามารถส่วนตัว ซึ่งยากจะเลียนแบบ หากใครคิดจะเลียนแบบ เขาบอกว่า สิ่งประดิษฐ์ทั้งหมดของเขาไม่มีลิขสิทธิ์ ใครอยากทำเพื่อการค้า หรือเพื่อใช้งาน ก็ทำได้เลย ไม่หวงความรู้ และช่วยแนะนำได้ด้วย

"ผมชอบประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ ตั้งแต่เด็ก ชอบเลี้ยงปลาทอง ศึกษาการเพาะเลี้ยงพัฒนาสายพันธุ์ จนกลายเป็นคอลัมนิสต์เขียนเรื่องการเพาะเลี้ยงปลาทอง และเป็นกรรมการตัดสินปลาทองในต่างประเทศ อีกส่วนผมช่วยประดิษฐ์เพื่อการศึกษา และทำเครื่องมือแพทย์ ทั้งการผ่าตัดและระบบทางเดินหายใจให้โรงพยาบาลรามาธิบดี"

แม้ไม่ได้เรียนสูง แต่ทำไมเป็นนักประดิษฐ์ที่เก่งกาจและยากที่ใครจะทำได้เช่นเขา อนุสร บอกว่า การศึกษาไม่ได้มีช่องทางเดียว การศึกษานอกระบบใหญ่มาก ไม่ได้มีแค่ในเมืองไทยมีอยู่ทั่วโลก และไม่ใช่ว่าคุณเรียนสิ่งนี้ แล้วต้องทำสิ่งนี้

"ตอนผมทำงานส่งของให้บริษัทญี่ปุ่น อเมริกา ผมอ่านแบบไม่เป็น ผมก็เลยซื้อหนังสือมาเรียนเอง ทั้งตำราการเขียนแบบ ตารางเหล็ก ฯลฯ เริ่มจากใจรัก ผมเรียนจากของจริง ก็เลยเข้าใจ เพราะแกะของออกมาดู แล้วประกอบเอง " อนุสร เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเป็นนักประดิษฐ์ โดยยกตัวอย่างง่ายๆ มอเตอร์พัดลมเล็กๆ ในคอมพิวเตอร์ สามารถนำมาประดิษฐ์ดัดแปลงเป็นพัดลมตั้งโต๊ะ โดยใช้แบตเตอรี่โน้ตบุ๊คที่ไม่ใช้แล้ว

"การเรียนรู้เรื่องสิ่งประดิษฐ์ ทุกคนมีอยู่ในตัวเอง ตอนผมอายุ 7-8 ปีก็ประดิษฐ์สิ่งของได้แล้ว ทำพวงมาลัยรถพลาสติกโดยใช้ลวดบังคับให้เลี้ยวซ้ายและขวาได้ เหมือนม้าก้านกล้วย เอากะลาเจาะรูผูกเชือก ใช้เล่นได้ "
จากสิ่งประดิษฐ์หนึ่งชิ้น สอง... สิบ...ร้อย...พัน... ทำเล่นๆ จนเป็นอาชีพที่มั่นคง เขาย้อนความว่า ตอนนั้นคนญี่ปุ่นพยายามหานักประดิษฐ์ในเมืองไทย เพื่อสร้างเครื่องจักร แต่หาไม่ได้

"ผมเรียนรู้นอกระบบ เมื่อรู้วิธีการอ่านแบบและเข้าใจภาษาญี่ปุ่น ตอนนั้นบริษัทญี่ปุ่นให้ผมไปญี่ปุ่นเพื่อดูเครื่องจักร ทำให้ผมเข้าใจสายการผลิต จากที่เราเคยจ้างโรงกลึงสามสี่แห่ง กลายเป็นตั้งโรงกลึ่ง จ้างช่างทำเองและผมก็ทำด้วย ตอนนั้นทำเครื่องเคลือบพลาสติก เครื่องบรรจุกาวให้คนญี่ปุ่น"

นอกจากเครื่องจักรที่เขาประดิษฐ์ขึ้นเพื่อเลี้ยงชีพ เขายังช่วยลูกสาวที่ตอนนั้นเรียนคณะสถาปัตยกรรม จุฬาฯ ทำเครื่องทอผ้าเพื่อการเรียนรู้ และประดิษฐ์โมเดลบ้าน เพื่อให้เด็กๆ เรียนรู้การทำงานของโซล่าเซลล์ในห้องเรียนของลูกชายชั้นอนุบาลปีที่สาม

สิ่งประดิษฐ์กว่าพันชิ้นของเขา ไม่เว้นแม้กระทั่งไม้ไล่สุนัข เขาบอกว่า ไม่ได้ทำเพื่อการค้า อย่างการเพาะปลาเงินปลาทอง เมื่อทำสำเร็จแล้ว ก็แจกจ่ายพันธุ์ปลาให้เกษตรกร เพื่อให้พวกเขามีสายพันธุ์ปลาเงินปลาทองที่ดี เพราะราคาขายสูงมาก

"ต้องถามต่อว่า ชีวิตคนเราต้องการเงินอย่างเดียวหรือเปล่า ผมเชื่อว่า ไม่ได้เป็นแบบนั้นทุกคน วิธีการทำบุญของผม ไม่ได้เดินไปวัดทำบุญ เดินไปโรงเรียนเอาเงินไปบริจาค ผมเอาความรู้และประสบการณ์ ประดิษฐ์สิ่งของสื่อการสอนและเครื่องมือแพทย์ ผมเคยทำเครื่องมือช่วยในการผ่าตัดมดลูก ทำงานวิจัยร่วมกับอาจารย์ งานชิ้นนั้นได้รางวัล ผมก็เอาไปทำบุญช่วยโรงพยาบาล คณบดีมหาวิทยาลัยเคยถามผมว่า ผมทำแบบนี้ต้องการอะไร....ผมไม่ได้ต้องการปริญญาอะไร ในระบบผมจบแค่ประถมปีที่ 7 นอกระบบผมไปไกลกว่านั้น ปริญญาพวกนี้ ผมไม่รู้ว่าจะเอาไปทำไม ทั่วโลกยอมรับผม เชิญผมไปเป็นกรรมการตัดสินปลาเงินปลาทอง ผมเคยเขียนเป็นตำรา จนมหาวิทยาเกษตรศาสตร์เก็บไว้ในหอสมุด ตั้งแต่วิธีการเลี้ยงปลาทอง การซื้อปลาทอง การจัดระบบน้ำ และการเพาะเลี้ยงปลา"

นักประดิษฐ์อย่างเขา ไม่ใช่คนที่ทุ่มสุดตัว เพื่อหาวัสดุในการประดิษฐ์สิ่งของ แต่เขาใช้วัสดุเหลือใช้ ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด นำมาดัดแปลงใช้ได้อีก ยกตัวอย่างนำแปรงสีฟันไฟฟ้าที่ใช้แล้ว มาถอดดูกลไก เพื่อเรียนรู้ระบบเครื่องจักร จากนั้นดัดแปลงทำเป็นเครื่องมือผ่าตัด

"ผมมีสิ่งประดิษฐ์กว่าพันรายการ ถ้าผมต้องเสียเงินค่าลิขสิทธิ์ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผมต้องเสียเงินอีกเท่าไหร่ ดังนั้นทุกคนสามารถต่อยอดจากสิ่งประดิษฐ์ของผม เพื่อธุรกิจการค้าหรือสร้างอาชีพได้ คุณใช้ได้เลยครับ ผมยินดีให้คำปรึกษาผมไม่หวงความรู้ ตายไปความรู้ก็หายไป อย่างโรงงานปั๊มกระดาษเงินกระดาษทอง มีปัญหาปั๊มแล้วไปโดนนิ้วคนงาน ผมก็ช่วยทำเครื่องเพิ่มปริมาณการผลิตมากขึ้น หรือมีดผ่าตัดไฟฟ้า ทำให้สามารถลดขนาดความใหญ่ใส่ในช่องท้องได้ มีดมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการทำผ่าตัด ราคาก็ถูกลง ถ้านำเข้าจากต่างประเทศราคาสูงมาก "
แล้วสิ่งใดชักจูงให้เขาเข้ามาเกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์เครื่องมือแพทย์ อนุสร บอกว่า ตอนที่ลูกชายเป็นภูมิแพ้ไปหาหมอที่โรงพยาบาล ตอนนั้นอาจารย์หมอบอกว่าต้องมีเครื่องมือชิ้นนั้นชิ้นนี้ ซึ่งไม่มี

"ผมก็บอกว่า ผมช่วยได้ ผมจึงผลิตจุกล้างจมูกเชื่อมต่อกับหลอดฉีดยา เพื่อใส่น้ำเกลือล้างจมูก ลดอาการภูมิแพ้ ตอนนี้มีขายราคาถูกที่โรงพยาบาล ตอนที่ทำก็ทดลองกับเด็กจนลงตัว เครื่องมือแพทย์บางชิ้นเวลาผ่าตัดใช้เวลาสามชั่วโมง แต่ผมประดิษฐ์เครื่องมือให้ใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง คนไข้ไม่ต้องสลบนาน แผลเหลือไม่กี่รู เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ในวงกว้าง

แต่ต้องบอกก่อนว่า ถ้าเป้าหมายของคุณคือ เงิน คุณทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าคุณถามตัวเองว่า ทำแล้วได้เงินไหม ทำแล้วได้อะไร อีกอย่างการประดิษฐ์สิ่งของ การละทิ้งกลางคันเป็นเรื่องธรรมดา แต่เวลาทิ้่งให้เป็นการทิ้งชั่วคราว เพื่อหาโอกาสกลับมาปะติดปะต่อใหม่ เรียกว่า บูรณาการ อย่างผมประดิษฐ์จักรยานขี่ได้สองคน สามารถถอดส่วนหลัง ขี่คนเดียวก็ได้ ผมออกแบบการเลี้ยวไม่ให้ฝืน ถ้าถามว่า จดลิขสิทธิ์ได้ไหม...ก็ได้ แต่เลียนแบบได้ยาก"
นั่นเป็นความพยายามของอนุสรกับสิ่งประดิษฐ์ เขาบอกว่า บางอย่างต้องทำเป็นสิบๆ ครั้ง ทำไม่สำเร็จก็ปล่อยไว้ นักประดิษฐ์จะประสบความสำเร็จไม่ได้หรอก ถ้าไม่เคยล้มเหลว บางครั้งคิดไม่ออกก็หยุด บางชิ้นประดิษฐ์กว่าจะสำเร็จก็เป็นปี

"สิ่งที่ผมทำเป็นการเรียนรู้จากชีวิตจริง ไม่มีข้อสอบว่า ถูกหรือผิด มีอย่างเดียวคือ สำเร็จหรือไม่สำเร็จ ผมจบแค่ประถม 7 แต่ผมเอาความรู้นอกระบบมาสอนคนในระบบที่จบปริญญาโท ปริญญาเอก ถ้าสิ่งที่เราทำช่วยให้เขาเรียนจบ คุณภูมิใจไหม....แล้วผมจบอะไรมา เพราะสังคมเรามีดีกรีนิยมเกินไป ตัวผมเองเป็นคนไม่อยากตั้งความหวังหรือความฝัน แต่เจออะไรทำได้...ผมก็ทำ ผมอยากบอกว่า คำตอบไม่ใช่คุณมีเงิน คุณต้องก้าวข้ามตรงนั้น"