เจาะเบื้องหลัง "กระเป๋าผ้าขาวม้า" ของที่ระลึกงาน IMF-World Bank 2026 จากผ้าทอชุมชนคูบัว จ.ราชบุรี เตรียมงานกันเกือบปี สู่ถุงผ้าร่วมสมัย ไอเท็มสุดฮิต ที่ใครๆ ก็ถือ
ที่งานประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 งานโอลิมปิกการเงินโลก ซึ่งปีนี้ประเทศไทยรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดงาน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่จัดระหว่างวันที่ 12 - 18 ตุลาคม 2569 หนึ่งในสีสันน่าสนใจก็คือ “กระเป๋าผ้าขาวม้า” ที่กลายเป็นหนึ่งในไอเท็มยอดฮิตที่ใครๆ ก็ถือในงานนี้
สำหรับถุงผ้าขาวม้าที่ถูกพูดถึงกันมากนี้ เรียกว่า เป็นมากกว่าแค่ของที่ระลึกสำหรับผู้เข้าร่วมงาน แต่ยังเป็นการนำผ้าทอไทยมาสร้างสรรค์เป็นของใช้ร่วมสมัย ทั้งทนทาน และออกแบบกระเป๋าให้พับเก็บได้ ตอบโจทย์การใช้งานจริง และสะท้อนอัตลักษณ์ไทยในเวทีนานาชาติ
จากผ้าขาวม้าคูบัว สู่กระเป๋าที่ใช้ได้จริง
จุฑารัตน์ กาญจนอุดมการ ผู้อำนวยการส่วนนโยบายการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ถึงแนวคิดการจัดทำของที่ระลึกครั้งนี้ว่า โจทย์สำคัญคือการออกแบบสิ่งของที่ผู้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง จึงเลือกทำเป็นกระเป๋าผ้าที่มีน้ำหนักเบาและพับเก็บเป็นชิ้นเล็กได้ สะดวกต่อการพกพาและใช้งานในชีวิตประจำวัน
โดยจุดเริ่มต้นที่การค้นหาผ้าทอไทยที่มีเอกลักษณ์ จนมาลงตัวที่ผ้าขาวม้าจากชุมชนคูบัว จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีจุดเด่นด้านเนื้อผ้าที่ไม่บางจนเกินไป มีความนุ่มและสัมผัสที่ดี ก่อนนำมาต่อยอดเป็นกระเป๋าร่วมสมัยที่ยังคงเอกลักษณ์ของผ้าทอไทยไว้
จุฑารัตน์ กาญจนอุดมการ ผู้อำนวยการส่วนนโยบายการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
ข้อมูลเพิ่มเติมจากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ได้เผยว่า จากผ้าทอไทยโดยชุมชนคูบัว จ.ราชบุรี ได้ส่งต่อไปยังทีมผลิตโดยแบรนด์ “พาคาเมี่ยน (Pakamian)” หนึ่งในสมาชิกของ SACIT ที่ได้รับความไว้วางใจให้ผลิตกระเป๋าสำหรับเป็นของที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank 2026 โดยนำผ้าขาวม้ามาออกแบบให้มีความทันสมัย เรียบง่าย และใช้งานได้จริง
เบื้องหลังการผลิตยังเชื่อมโยงกับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สั่งสมมายาวนานกว่า 50 ปี โดยพาคาเมี่ยนมีช่างฝีมือกว่า 80% เป็นคนในชุมชน พร้อมทำงานร่วมกับเครือข่ายช่างตัดเย็บฝีมือดีทั้งในจังหวัดราชบุรีและเชียงใหม่ เพื่อถ่ายทอดทักษะและความชำนาญของช่างฝีมือ ตลอดจนสร้างโอกาสในการทำงานและกระจายรายได้สู่ชุมชน
4 สี 2 สไตล์ ผสมความเป็นไทยกับความร่วมสมัย
จุฑารัตน์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กระเป๋าผ้าขาวม้าชุดนี้มีทั้งหมด 4 สี โดยแบ่งแนวทางการออกแบบออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือลวดลายผ้าขาวม้าแบบดั้งเดิม ซึ่งมีสีสันโดดเด่น โดยเลือกโทนแดงที่สะท้อนภาพจำของผ้าขาวม้าไทย และอีกสีเป็นโทนฟ้าที่ปรับให้สอดคล้องกับสีของกระทรวงการคลัง
อีก 2 สีเป็นลายตารางที่ออกแบบให้ดูร่วมสมัยและมีความเป็นสากลมากขึ้น เพื่อให้ผู้รับจากหลากหลายประเทศสามารถนำไปใช้ได้ง่าย โดยยังคงเอกลักษณ์ของลายผ้าไว้ในรูปแบบที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน
ผู้เข้าร่วมงานสามารถเลือกสีได้ตามความต้องการ โดยใช้วิธีมาก่อนได้เลือกก่อน
ทั้งนี้ ของที่ระลึกที่ผู้ร่วมงานชาวต่างชาติได้รับ ไม่ได้มีแค่กระเป๋า แต่ยังมีเหรียญที่ระลึกการจัดงานครั้งนี้ รวมถึงคูปองส่วนลดต่างๆ สำหรับใช้จ่ายตามห้างร้านต่าง ๆ ในประเทศไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานชาวต่างชาติได้จับจ่ายใช้สอยระหว่างอยู่ในประเทศ ซึ่งเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างประโยชน์จากการจัดงานระดับนานาชาติ
ทั้งนี้ สำหรับแขกบุคคลสำคัญ (VIP) ที่เข้าร่วมงาน ก็จะได้รับของที่ระลึกเป็นกระเป๋าใส่โน้ตบุ๊กจากผ้าขาวม้าชนิดเดียวกัน แต่ปรับรูปแบบการตัดเย็บให้เหมาะกับการใช้งานมากขึ้น ด้วยการบุด้านในด้วยผ้ากำมะหยี่ เพิ่มสัมผัสนุ่มและช่วยปกป้องอุปกรณ์ สามารถใช้เป็นซอฟต์เคสได้ พร้อมเหรียญที่ระลึก 2 เหรียญ
เตรียมงานเกือบปี เร่งผลิตเสร็จใน 5 เดือน
เบื้องหลังของที่ระลึกซึ่งดูเรียบง่ายนี้ ต้องผ่านการเตรียมงานตั้งแต่การประชุมคัดเลือกลวดลาย การค้นหาแหล่งผลิตและผู้ประกอบการ ไปจนถึงการกำหนดรูปแบบกระเป๋า โดยใช้เวลาเตรียมการเกือบ 1 ปี และใช้เวลาตัดเย็บอย่างเต็มกำลังประมาณ 5 เดือน
สำนักงานเศรษฐกิจการคลังเตรียมกระเป๋าไว้ทั้งหมด 12,000 ใบ จากการประเมินจำนวนผู้เข้าร่วมงานในเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ยอดผู้เข้าร่วมงานจริง ณ เวลาที่ให้ข้อมูลอยู่ที่กว่า 19,000 คน สะท้อนให้เห็นถึงขนาดของการประชุมระดับนานาชาติครั้งนี้ที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่าที่คาดการณ์ไว้
ถุงผ้าขาวม้าจึงเป็นมากกว่าของแจกประจำงาน แต่เป็นตัวอย่างของการนำงานหัตถกรรมไทยมาปรับให้เข้ากับการใช้งานร่วมสมัย ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบจากชุมชน การสร้างงานผ่านผู้ประกอบการ ไปจนถึงการออกแบบที่คำนึงถึงผู้รับจากหลากหลายประเทศ โดยไม่ทิ้งรากของผ้าทอไทยที่เป็นจุดตั้งต้นของเรื่องราวทั้งหมด





