เจ้าสัวคีรี กาญจนพาสน์ เปิดใจ เล่าชีวิตหลังได้รับการปลูกถ่ายไตเมื่อ 12 ปีก่อน สู่ปณิธานทำความดีตอบแทนสังคม พร้อมส่งต่อเงินบริจาคงานวันเกิดปีนี้ถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วม ผ่านมูลนิธิเนชั่น
วันที่ 9 ตุลาคม 2569 ในงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 76 ปีของ “คีรี กาญจนพาสน์” ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทบีทีเอส เจ้าตัวขึ้นกล่าวถึงที่มาของงาน “OKTOBERFEST 2026 Charity Night” ซึ่งแตกต่างจากงานฉลองวันเกิดทั่วไป ด้วยการเปิดรับบริจาคจากแขกที่มาร่วมงาน เพื่อนำเงินไปสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม
คีรีกล่าวว่า เดิมทีตั้งใจจะงดจัดงานวันเกิดในปีนี้ เนื่องจากสถานการณ์โลกและความยากลำบากที่ผู้คนกำลังเผชิญ
“วันคล้ายวันเกิดผม วันที่ 18 ปีนี้ ผมบอกกวิน (กวิน กาญจนพาสน์ - ลูกชาย) แล้วว่า ด้วยสถานการณ์ ด้วยความไม่มีความสุขของชาวโลก ของใครก็แล้วแต่ เราควรจะสำรวม เราควรจะทำอะไรที่คิดถึงคนอื่นบ้าง คิดถึงสถานการณ์ต่าง ๆ นานา
ปีนี้ ตั้งใจจริง ๆ ว่า ไม่ควรจัด กวินก็เห็นด้วย แต่ว่าสิ่งที่ไม่ทำไม่ได้คือ การเรี่ยไรจากท่าน ที่อยากจะทำบุญ” ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทบีทีเอส เอ่ยถึงที่มาของงาน “OKTOBERFEST 2026 Charity Night” ซึ่งจัดขึ้นพร้อมเปิดรับบริจาคจากผู้ร่วมงาน แทนการเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดแบบปกติ
12 ปีหลังได้รับไตใหม่ ‘ชีวิตใหม่’ ตั้งใจตอบแทนสังคม
นอกจากการช่วยเหลือโรงเรียนคนตาบอด ซึ่งเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมที่หลายคนรับทราบอยู่แล้ว คีรียังเปิดเผยถึงอีกหนึ่งภารกิจที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ค่อยได้เปิดเผยต่อสาธารณะ นั่นคือการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคไตผ่าน “มูลนิธิฟ้าสั่ง” ซึ่งดำเนินงานมาแล้ว 11 ปี
คีรีเล่าว่า ตนเองมีปัญหาเรื่องไตมานานกว่าสิบปี และเมื่อ 12 ปีก่อน ได้รับการปลูกถ่ายไต ซึ่งช่วยให้กลับมามีสุขภาพแข็งแรงและสามารถทำงานได้จนถึงปัจจุบัน
ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้ตระหนักถึงคุณค่าของโอกาสในชีวิต และตั้งใจใช้เวลาที่ได้รับกลับมาทำประโยชน์ให้สังคม
“ผมเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องไตมากว่าสิบปี แล้วเมื่อ 12 ปีก่อน โชคดีที่มีไตที่จะหมุนเปลี่ยน ก็ได้เปลี่ยนแล้ว จนดูเหมือนแข็งแรงถึงวันนี้ ที่ได้ทำงานทุกอย่าง โดยตั้งจิตว่า ทำอะไรดีให้กับสังคม ผมไม่ใช่พูด แต่ผมปฏิบัติเท่าที่ผมจะทำได้”
สำหรับการช่วยเหลือผู้ป่วยฟอกไต คีรีระบุว่า ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิได้ช่วยเหลือผู้ป่วยมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000 คน โดยผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องฟอกไตสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการฟอกไตแต่ละครั้งอาจสูงถึงหลักพันบาท ทำให้การเข้าถึงบริการเป็นภาระสำคัญสำหรับผู้ป่วยจำนวนหนึ่ง
ก่อนจะย้ำว่า ที่มาเล่าในครั้งนี้ ไม่ใช่จะโอ้อวดใดๆ เพียงแต่ต้องการจะสื่อสารเรื่องการตอบแทนสังคม
“เรื่องพวกนี้ ผมไม่ใช่จะมาอธิบาย ผมจะบอกว่า ทุกคนควรจะทำอะไรให้สังคมบ้าง เท่าที่ท่านจะทำได้ ปีที่แล้ว เราทำเฉพาะให้โรงเรียนคนตาบอด เรามีโรงพยาบาล เรามีอะไร ไม่เป็นไร แต่ว่า ทำแล้วไม่ต้องมาอวด แต่ทำแล้วถ้าเป็นประโยชน์ต่อสังคม เป็นประโยชน์กับคนที่ต้องการความช่วยเหลือ เราสบายใจ”
เปลี่ยนเงินบริจาควันเกิด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
สำหรับงานวันเกิดปีนี้ ในงานมีการตั้งกล่องรับบริจาค 2 กล่อง ได้แก่ กล่องเพื่อสนับสนุนโรงเรียนคนตาบอด และกล่องเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ศูนย์ฟอกไตฟ้าสั่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์น้ำท่วมและผลกระทบที่ประชาชนกำลังเผชิญ คีรีจึงตัดสินใจนำเงินบริจาคที่ได้รับจากทั้งสองกล่องไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแทน โดยจะสมทบเงินส่วนตัวเพิ่มอีกเท่าตัว หรืออย่างน้อยกล่องละ 500,000 บาท
โดยเผยว่า แม้ภาครัฐจะมีมาตรการช่วยเหลือ แต่ผู้ประสบภัยบางส่วนยังต้องเผชิญกับความยากลำบาก โดยเฉพาะภาระหลังน้ำลด ทั้งการซ่อมแซมบ้านเรือนและการจัดหาเงินทุนเพื่อฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่
“ถ้าเรามาคิดดูว่า บ้านท่านน้ำท่วม จะพึ่งพากับทางรัฐ ก็ต้องพึ่ง แต่ว่าบางท่านยังพึ่งไม่ได้ จิตใจคนหดหู่มาก เพราะว่าบ้านคุณ เฟอร์นิเจอร์คุณ แล้วหลังจากหายท่วมแล้วทำยังไง เอาเงินที่ไหนมาซ่อมมาแซม”
จึงเป็นที่มาของการตัดสินใจเปลี่ยนวัตถุประสงค์การนำเงินบริจาคไปเพื่อช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมแทน โดยเงินครึ่งหนึ่งที่ได้รับในงาน จะมอบให้เนชั่น กรุ๊ป เพื่อสนับสนุนโครงการ “เนชั่นปันน้ำใจ” ผ่านมูลนิธิเนชั่น ในการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม





