เปิดโผ 10 บริษัทนายจ้างที่ดีที่สุดในโลก ปี 2026 จัดทำโดย Forbes ผลปรากฏว่า Microsoft ครองอันดับ 1 ตามด้วย Delta Air Lines, Shopify ติดอันดับ 2 และ 3 ส่วน PTT ของไทยติดอันดับ 580
KEY POINTS
- Forbes จัดอันดับให้ Microsoft เป็นนายจ้างที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2026 ซึ่งเป็นการครองอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 3
- การจัดอันดับมาจากการสำรวจความคิดเห็นพนักงานกว่า 300,000 คนในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก
- เกณฑ์การประเมินไม่ได้พิจารณาแค่เงินเดือน แต่ยังรวมถึงโอกาสเติบโต สวัสดิการ สภาพแวดล้อม และความหมายของงาน
- บริษัทอื่นๆ ที่ติดอันดับสูงคือ Delta Air Lines (อันดับ 2) และ Shopify (อันดับ 3) ส่วน ปตท. ของไทยอยู่ในอันดับที่ 580
Forbes เผยการจัดอันดับ World’s Best Employers 2026 หรือ นายจ้างที่ดีที่สุดในโลก ปี 2026 โดยสำรวจข้อมูลจากพนักงานกว่า 300,000 คนในกว่า 50 ประเทศ ผลสำรวจพบว่า Microsoft ครองอันดับ 1 เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ตามด้วย Delta Air Lines และ Shopify ขณะที่ LEGO รั้งอันดับ 10
การทำงานในองค์กรที่ดีไม่ได้วัดกันแค่เรื่องเงินเดือนอีกต่อไป แต่บริษัทที่สามารถสร้างสภาพแวดล้อมให้พนักงานรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า มีโอกาสเติบโต และมีความหมายกับสิ่งที่ทำ กำลังกลายเป็นนิยามสำคัญของการเป็น “นายจ้างที่ดี” ในสายตาคนทำงาน
เรื่องนี้สะท้อนผ่านรายงาน World’s Best Employers 2026 ของ Forbes ซึ่งจัดทำร่วมกับบริษัทวิจัยตลาด Statista เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน โดยสำรวจความคิดเห็นของพนักงานมากกว่า 300,000 คน ในกว่า 50 ประเทศ เพื่อค้นหาบริษัทที่ได้รับการประเมินว่า ให้ความสำคัญกับพนักงานในหลากหลายด้าน ตั้งแต่ค่าตอบแทนและสวัสดิการ ไปจนถึงการพัฒนาทักษะ โอกาสเติบโต และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
ผลการจัดอันดับปีนี้ Microsoft ครองอันดับ 1 เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ตามด้วย Delta Air Lines ในอันดับ 2 ส่วน Shopify ขยับขึ้นมาอย่างโดดเด่นจากอันดับ 14 ในปี 2025 มาอยู่ที่อันดับ 3 ในปีนี้ ขณะที่ Costco อยู่ในอันดับ 4 และ Nvidia อยู่ในอันดับ 5 นอกจากนี้ ยังมีบริษัท LEGO ติดอันดับ 10, Spotify อันดับ 21 และ PTT จากประเทศไทยอยู่ในอันดับ 580
ทำไม “ความสุขและความผูกพันกับงาน” จึงสำคัญ?
ข้อมูลจากรายงาน State of the Global Workplace 2026 ของ Gallup ซึ่งมีการศึกษาอย่างต่อเนื่องทุกปี พบว่า จากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก มีพนักงานเพียง 20% ที่บอกว่าตัวเองมีส่วนร่วมกับงาน สวนทางกับ 40% ของพนักงานกลุ่มตัวอย่างบอกว่า "รู้สึกเครียดในระดับสูงในแต่ละวัน"
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าบริษัททุกแห่งกำลังละเลยเรื่องความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน เพราะการจัดอันดับของ Forbes และ Statista ต้องการค้นหาบริษัทที่มีแนวทางสนับสนุนพนักงานในหลายมิติ
ในการจัดอันดับครั้งนี้ Forbes และ Statista สำรวจพนักงานมากกว่า 300,000 คน ใน 52 ประเทศทั่วโลก โดยการสำรวจดำเนินการผ่านระบบออนไลน์และเป็นอิสระจากบริษัทต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานผู้ตอบแบบสอบถาม สามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยไม่เปิดเผยตัวตน
ไม่ใช่แค่ “เงินเดือน” แต่ต้องประเมิน โอกาสโต-งานมีความหมาย
บริษัทที่จะได้รับการพิจารณา ต้องเป็นองค์กรที่มีพนักงานมากกว่า 1,000 คน และดำเนินธุรกิจในระดับโลก ขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจ จะถูกถามว่า มีแนวโน้มมากน้อยเพียงใดที่จะแนะนำบริษัทของตัวเองให้กับครอบครัวหรือเพื่อน และให้ประเมินบริษัทในหลายด้าน โดยเกณฑ์การประเมิน ได้แก่
- เงินเดือนและค่าตอบแทน
- สวัสดิการ
- โอกาสก้าวหน้าในอาชีพ
- การพัฒนาและฝึกฝนทักษะของบุคลากร
- โอกาสในการฝึกอบรม โดยเฉพาะทักษะและเทคโนโลยีใหม่
- สภาพแวดล้อมในการทำงาน
- สมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน
- ชื่อเสียงของบริษัท
- ความหมายและคุณค่าของงานที่พนักงานทำ
จากนั้น คำตอบทั้งหมดถูกนำมาคำนวณด้วยระบบการให้คะแนนที่รวมข้อมูลจากช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยให้น้ำหนักกับข้อมูลที่ใหม่กว่า และให้น้ำหนักกับความคิดเห็นของพนักงานปัจจุบันมากกว่า ท้ายที่สุด บริษัทที่ได้คะแนนสูงสุด 900 แห่งได้รับการจัดอันดับ โดยบริษัทเหล่านี้มีสำนักงานใหญ่กระจายอยู่ใน 52 ประเทศ
สำหรับ 10 อันดับแรกในลิสต์ บริษัทหรือนายจ้างที่ดีที่สุดในโลก มีดังนี้
อันดับ 1 Microsoft เป็นบริษัทด้านซอฟต์แวร์และบริการด้านไอที มีซีอีโอคือ สัตยา นาเดลลา
อันดับ 2 Delta Air Lines เป็นบริษัทด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ มีซีอีโอคือ เอ็ดเวิร์ด เฮอร์แมน บาสเตียน
อันดับ 3 Shopify เป็นบริษัทด้านซอฟต์แวร์และบริการด้านไอที มีซีอีโอคือ โทเบียส อัลบิน ลุตเค
อันดับ 4 Costco Wholesale เป็นบริษัทด้านการค้าปลีกและการค้าส่ง มีซีอีโอคือ โรแลนด์ เอ็ม. วาคริส
อันดับ 5 NVIDIA เป็นบริษัทด้านเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมไฟฟ้า มีซีอีโอคือ เจนเซ่น หวง
อันดับ 6 Adobe เป็นบริษัทด้านซอฟต์แวร์และบริการด้านไอที มีซีอีโอคือ ชานทานู นารายณ์
อันดับ 7 Apple เป็นบริษัทด้านเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมไฟฟ้า มีซีอีโอคนใหม่คือ จอห์น เทอร์นัส
อันดับ 8 Sony Group เป็นบริษัทด้านสื่อบันเทิง เทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์ มีซีอีโอคือ ฮิโรกิ โทโทกิ
อันดับ 9 Alphabet เป็นบริษัทด้านซอฟต์แวร์และบริการด้านไอที มีซีอีโอคือ ซุนดาร์ พิชัย
อันดับ 10 Lego Group เป็นบริษัทด้านสินค้าอุปโภคบริโภค (ของเล่น) มีซีอีโอคือ นีลส์ บี. คริสเตียนเซน
Microsoft ครองอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
ตามผลสำรวจของ Forbes พบว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ Microsoft ครองอันดับ 1 ในการจัดอันดับปี 2026 และเป็นการครองอันดับสูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ส่วนอันดับ 2 คือ Delta Air Lines ซึ่งยังคงรักษาตำแหน่งเดิมจากการจัดอันดับก่อนหน้า ขณะที่ Shopify ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 3 จากอันดับ 14 ในปี 2025 ถัดมาคือ Costco ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 4 จากอันดับ 12 ในปีก่อน และ Nvidia ติดอันดับ 5 ในรายงานปีนี้
ตัวเลขการเปลี่ยนแปลงของ Shopify และ Costco สะท้อนให้เห็นว่าตำแหน่งในรายชื่อไม่ได้หยุดนิ่ง แต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามผลการประเมินของพนักงานและข้อมูลที่นำมาคำนวณในแต่ละปี
ทั้งนี้ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงในกลุ่มบริษัทที่ติดอันดับปีนี้ คือ การนำ AI มาใช้ในสถานที่ทำงาน ข้อมูลจากการสำรวจของ Boston Consulting Group (BCG) ซึ่งสอบถามคนทำงาน 12,000 คนเกี่ยวกับการใช้ AI และงานของพวกเขา พบว่า
ประมาณ 67% ของผู้ตอบแบบสำรวจ บอกว่า AI สามารถเข้ามารับช่วงงานง่าย ๆ ได้สำเร็จ ทำให้พวกเขามีเวลาไปทำงานที่ซับซ้อนมากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง ประมาณ 66% บอกว่า พวกเขาไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้บริหารระดับสูงว่า เมื่อใช้ AI ทำงานเสร็จเร็วขึ้น เวลาที่ได้คืนมาจะเอาไปใช้ประโยชน์อย่างไร
รายงานของ BCG จึงชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการที่บริษัทต้องมีทิศทางที่ชัดเจน และทำให้พนักงานเข้าใจวิสัยทัศน์ขององค์กร เพราะเมื่อ AI ช่วยลดเวลาที่ใช้กับงานบางประเภทลง พนักงานก็จำเป็นต้องรู้ว่าเวลาที่เพิ่มขึ้นควรถูกนำไปใช้กับอะไร และคุณค่าที่มนุษย์ยังสามารถสร้างให้กับงานคืออะไร
บริษัทที่รักษาคนเก่งไว้ได้ ต้องทำให้พนักงานเห็นอนาคตของตัวเอง
มาร์ค เคเตอร์ (Mark Khater) หัวหน้าศูนย์ Centre for Strategy and Performance แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ให้ความเห็นว่า นายจ้างจำเป็นต้องทำให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายร่วมกันของบริษัท พร้อมจัดหาทรัพยากรที่จำเป็นให้แก่พนักงาน รวมถึงต้องได้รับความไว้วางใจจากพนักงาน
เขามองว่า บริษัทควรมีหลักการร่วมกันเป็นแนวทางในการทำงาน แต่ในขณะเดียวกัน ก็ควรเปิดโอกาสให้พนักงานมีอิสระในการตัดสินใจว่าจะจัดการและสร้างผลงานของตัวเองอย่างไร
การรักษาพนักงานที่มีความสามารถไว้กับองค์กร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการที่พนักงานมองเห็นว่าตัวเองสามารถพัฒนาความสามารถ ได้รับความไว้วางใจมากขึ้น และมีบทบาทที่สร้างผลกระทบต่อองค์กรได้มากขึ้น
LEGO: วัฒนธรรมที่เปิดพื้นที่ให้คนได้เติบโต
หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือ LEGO ซึ่งอยู่ในอันดับ 10 ของการจัดอันดับปีนี้ บริษัทจากเดนมาร์กแห่งนี้ เชื่อว่า พนักงานจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อสามารถทำงานอย่างสนุก และมีส่วนร่วมกับงานในเชิงบวก จึงจัดหลักสูตรออนไลน์ให้พนักงานเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และจัดทำแผนพัฒนารายบุคคลสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเส้นทางอาชีพในอนาคต
LEGO ยังให้ความสำคัญกับการดูแลครอบครัว โดยให้สิทธิ์ลาเพื่อดูแลบุตรโดยได้รับค่าจ้าง 26 สัปดาห์สำหรับผู้ดูแลหลัก และ 8 สัปดาห์สำหรับผู้ดูแลรอง นอกจากนี้ยังมีสวัสดิการด้านสุขภาพ รูปแบบการทำงานแบบไฮบริด และกิจกรรมอย่างวันเล่นสนุกประจำปีสำหรับพนักงานทั่วทั้งบริษัท
ดาเนียล ออตติงก์-ฟาน เดน บรูก (Danielle Ottink-van den Broek) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคลากรของ LEGO บอกว่า วัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและใส่ใจผู้คนคือรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยพนักงานของที่นี่ ทำงานโดยยึดหลักว่า ต้องมีเป้าหมายร่วมกัน งานที่ทำต้องสร้างความเปลี่ยนแปลง และสามารถส่งต่อความสนุกจากการเล่นให้กับเด็กๆ และแฟนๆ ของ LEGO ทั่วโลก
Spotify: ให้ความสำคัญกับ “งานที่มีความหมาย”
Spotify เป็นองค์กรที่ติดอันดับ 21 ในลิสต์รายงานฉบับนี้ ถือเป็นอีกบริษัทที่สะท้อนแนวคิดเรื่องความหมายของงาน แอนนา ลุนด์สตรอม (Anna Lundström) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของ Spotify บอกว่า บริษัทจะสื่อสารกับพนักงานเสมอว่า ทุกคนกำลังทำงานที่มีความหมายต่อตัวเอง และงานนั้นก็ต้องสอดคล้องกับค่านิยมหลักของบริษัท
แนวคิดของ Spotify คือ เมื่องานมีความหมาย ก็จะช่วยสร้างเป้าหมายในการทำงาน และเป้าหมายดังกล่าวจะนำไปสู่ความมุ่งมั่น วัฒนธรรมองค์กรที่ดี และธุรกิจที่แข็งแกร่ง
Adobe: ให้โอกาสเติบโต-สวัสดิการที่เหมาะกับแต่ละคน
บริษัท Adobe ติดอันดับ 6 ในลิสต์รายงานนี้ โดยพนักงานของที่นี่ทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้านการออกแบบที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลก นอกจากบริษัทจะให้โอกาสพนักงานได้ทำงานกับโครงการที่น่าสนใจแล้ว Adobe ยังมีสวัสดิการที่ออกแบบให้เหมาะกับพนักงานแต่ละประเทศ
ในสหรัฐอเมริกา พนักงานสามารถได้รับรางวัลเป็นหุ้น ประกันชีวิตที่บริษัทจ่ายให้ รวมถึงประกันกรณีเสียชีวิตและสูญเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ ให้วันลาเพื่อดูแลบุตรโดยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน 16 สัปดาห์ ได้เงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูบุตร และเงินสนับสนุนสูงสุด 10,000 ดอลลาร์สำหรับค่าเล่าเรียนและการรับรองทักษะวิชาชีพ
โรสแมรี อาร์ริอาดา-ไคเปอร์ (Rosemary Arriada-Keiper) รองประธานฝ่าย Global Awards Program ของ Adobe บอกว่า พันธกิจของบริษัทในการทำให้ทุกคนสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ เป็นแรงผลักดันให้ Adobe สร้างวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้พนักงานรับมือกับเทคโนโลยีที่ซับซ้อน สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ พัฒนาเส้นทางอาชีพ และทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ
PTT: ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน พัฒนาคุณภาพชีวิต
สำหรับประเทศไทย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ติดอันดับ 580 ในลิสต์รายงาน World’s Best Employers 2026 จุดเด่นคือ PTT ให้ความสำคัญกับพนักงานในฐานะกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร มีระบบบริหารสายอาชีพ การฝึกอบรมและพัฒนา ไปจนถึงค่าตอบแทนและสวัสดิการ พร้อมเน้นการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม
ในด้านการพัฒนาความรู้ PTT เน้นการอบรมในรูปแบบห้องเรียนและระบบ e-learning ในหลักสูตรด้าน Stakeholder Management มีการจัดตั้ง Stakeholder Management Community of Practice เพื่อเป็นพื้นที่ให้พนักงานทุกระดับแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีร่วมกัน
อีกด้านที่ PTT ให้ความสำคัญคือ สุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตในการทำงาน บริษัทมีการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการทำงาน ตรวจสุขภาพเป็นประจำ ฝึกอบรมเรื่องการดูแลสุขภาพและความปลอดภัย มีโครงการส่งเสริมสุขภาพอย่าง Fight Fat Fun และ Anti-Office Syndrome
ท้ายที่สุด การเป็นนายจ้างที่คนอยากทำงานด้วย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงโอกาสในการเติบโต การได้พัฒนาทักษะ สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน สมดุลระหว่างชีวิตกับงาน ตลอดจนการทำให้พนักงานรู้สึกว่างานที่ตัวเองทำมีความหมาย
การจัดอันดับ World’s Best Employers 2026 จึงสะท้อนให้เห็นว่า ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัทที่ให้ความสำคัญกับทั้งศักยภาพและคุณภาพชีวิตของคนทำงาน กำลังมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างองค์กรที่พนักงานต้องการเติบโตและทำงานร่วมกันในระยะยาว





