วันพุธ ที่ 23 กันยายน 2569

Login
Login

นาฬิกาหรู เรือนเวลาชั้นสูง ทำไมยังยืนหยัดอยู่ได้ในโลกดิจิทัล?

ชวนหาคำตอบว่า อะไรทำให้นาฬิกาหรู เรือนเวลาชั้นสูง ยังยืนหยัดและก้าวข้ามผ่านทุกยุคสมัยมาได้โดยไม่ถูกกลืนหาย ท่ามกลางโลกดิจิทัล ผ่านงาน Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026

KEY POINTS

  • นาฬิกาหรูไม่ได้แข่งขันด้านความแม่นยำหรือฟังก์ชันกับสมาร์ทวอช แต่สร้างคุณค่าในฐานะ "งานศิลปะ" ที่สะท้อนงานฝีมือ ประวัติศาสตร์ และความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเทคโนโลยีทดแทนไม่ได้
  • คุณค่าของเรือนเวลาชั้นสูงอยู่ที่ความผูกพันทางอารมณ์และเรื่องราวระหว่างมนุษย์กับวัตถุ ทำให้เป็นของสะสมที่สามารถส่งต่อเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่นได้
  • ความหลงใหลในนาฬิกากลไกชั้นสูง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การครอบครอง แต่ยังรวมถึงการสะสมความรู้ และเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่เชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกที่มีความสนใจเดียวกัน

ทุกวันนี้เราแทบไม่จำเป็นต้องใส่นาฬิกาแบบเข็มเพื่อดูเวลาอีกต่อไป เพราะเทคโนโลยีในสมาร์ทโฟนและสมาร์ทวอช สามารถบอกเวลาได้แม่นยำ พร้อมแจ้งเตือนข้อความ วัดผลการนอน การออกกำลังกาย และทำอะไรได้อีกสารพัด อย่างไรก็ตาม แม้เทคโนโลยีการบอกเวลาจะก้าวล้ำหน้าแค่ไหน แต่นาฬิกาเข็มอีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่า “นาฬิกากลไกชั้นสูง” (Haute Horlogerie) กลับยังคงมีผู้คนตามหา สะสม และทำให้ผู้คนหลงใหลมาทุกยุคทุกสมัย 

ภาพความหรูหรา คุณค่า และการเดินทางสุดน่าทึ่งของนาฬิกากลไกชั้นสูงเหล่านั้น ถูกถ่ายทอดให้เห็นได้ชัดเจนในงาน Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 ที่ "กรุงเทพธุรกิจ" มีโอกาสได้ไปร่วมงาน และได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของเรือนเวลาชั้นสูงเหล่านี้มากขึ้น ซึ่งภายในงานได้จัดแสดงนาฬิกากลไกชั้นสูงหลากหลายแบรนด์ดังระดับโลก ที่ "เมซง" หลายแห่ง (สำนักผลิตนาฬิกากลไกโบราณที่ถูกยกย่องให้เป็นงานศิลปะชั้นสูงในปัจจุบัน) ตั้งใจถ่ายทอดฝีมือช่างอันเป็นเอกลักษณ์ให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จัก

แต่ท่ามกลางโลกดิจิทัลที่เทคโนโลยีพัฒนาก้าวกระโดดรวดเร็ว ผู้คนหันไปสวมใส่นาฬิกาดิจิทัลที่บอกเวลาแม่นยำยิ่งกว่านาฬิกาเข็มยุคก่อน หลายคนมองว่านาฬิกาเข็มไม่จำเป็นแล้ว และคงเกิดคำถามในใจตามมาว่า ทำไม “เรือนเวลาชั้นสูง” (Haute Horlogerie) จากแบรนด์ดั้งเดิมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับร้อยปี จึงยังคงยืนหยัด ฉายแสงโดดเด่น และก้าวข้ามผ่านทุกยุคสมัยมาได้ โดยไม่ถูกกลืนหายไปตามกาลเวลา?

นาฬิกาหรู เรือนเวลาชั้นสูง ทำไมยังยืนหยัดอยู่ได้ในโลกดิจิทัล?

คำตอบของคำถามนี้ไม่ได้อยู่แค่เรื่องของกลไกที่ซับซ้อน ความแม่นยำ หรือป้ายราคาที่สูงลิบลิ่วเท่านั้น แต่มันถูกถ่ายทอดไว้อย่างคมคายบนเวทีเสวนาบนเวที The Opening Symposium ภายใต้หัวข้อ "Global Moments: Where Time, Culture, and Community Converge" โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงเรือนเวลาชั้นสูงระดับโลก มาร่วมแชร์ประวัติศาสตร์การเดินทางแต่ละยุคของนาฬิกากลไกชั้นสูง รวมถึงองค์ความรู้ในการผลิตนาฬิกาเหล่านี้

นาฬิกาหรู เรือนเวลาชั้นสูง ทำไมยังยืนหยัดอยู่ได้ในโลกดิจิทัล?

หนึ่งในผู้ทรงคุณวุฒิที่โลดแล่นในวงการเรือนเวลาชั้นสูงมายาวนานก็คือ Wei Koh เขาเป็นทั้งผู้ก่อตั้ง Revolution สื่อชั้นนำด้านนาฬิกาหรูระดับโลก และประธานคณะกรรมการตัดสิน Grand Prix d’Horlogerie de Genève ได้เริ่มบรรยายถึงความน่าสนใจของเรือนเวลายุคปัจจุบันว่า แม้โลกจะถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล แต่น่าสนใจว่า ผู้นำของบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านั้นอย่าง แซม อัลต์แมน (Sam Altman) และ มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ต่างก็เป็นนักสะสมตัวยงของนาฬิกากลไกชั้นสูง

Wei Koh มองว่าเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้นำวงการเทคฯ ระดับโลก หันมาสะสมนาฬิกาหรูเหล่านี้ก็เพราะว่า คุณค่าของนาฬิกากลไกชั้นสูง ไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการบอกเวลาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับวัตถุที่มีเรื่องราว อารมณ์ และความรู้สึกที่อยู่ภายใน 

นาฬิกาหรู เรือนเวลาชั้นสูง ทำไมยังยืนหยัดอยู่ได้ในโลกดิจิทัล? Aurélie Streit (คนที่ 2 จากซ้ายมือ), Wei Koh (คนที่ 3 จากซ้ายมือ), ธณพร ตันติยานนท์ (คนที่ 4 จากซ้ายมือ)

นี่จึงเป็นความน่าสนใจของโลกแห่ง “เรือนเวลาชั้นสูง” ในยุคที่เทคโนโลยีทำให้อุปกรณ์บอกเวลามีความสามารถมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะนาฬิกากลไกไม่ได้พยายามเอาชนะสมาร์ทวอชในเรื่องความแม่นยำหรือฟังก์ชันการใช้งาน แต่กำลังรักษาคุณค่าอีกแบบหนึ่งเอาไว้ นั่นคือ ประวัติศาสตร์ งานฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับสิ่งของ ที่สามารถอยู่กับพวกเขาไปได้ยาวนานกว่าหนึ่งช่วงชีวิต

การที่เราจะซาบซึ้งในเรือนเวลาอย่างแท้จริง มันต้องเกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าใด สังคมจะเปลี่ยนแปลง หรือสื่อดิจิทัลจะก้าวหน้าไปเพียงใด แก่นแท้ของนาฬิกาข้อมือ ก็ยังคงเป็นเรื่องของมนุษย์ที่มีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุอันเปี่ยมด้วยอารมณ์และความรู้สึก  Wei Koh บอกเล่าบนเวที

นาฬิกาหรู เรือนเวลาชั้นสูง ทำไมยังยืนหยัดอยู่ได้ในโลกดิจิทัล?

จากเครื่องบอกเวลา สู่ “งานศิลปะ” ที่มีเรื่องราวอยู่ภายใน

หากย้อนกลับไปมองประวัติศาสตร์ของนาฬิกาโบราณ ก็จะพบว่า นาฬิกาในยุคนั้นมีภารกิจที่ชัดเจนมากนั่นคือ "การบอกเวลาให้แม่นยำที่สุด" เท่าที่มนุษย์จะทำได้ แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปเรื่อย ๆ ความแม่นยำก็ไม่ใช่สิ่งที่นาฬิกากลไกสามารถใช้แข่งขันได้อีกต่อไป

จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1970-1980 เมื่ออุตสาหกรรมนาฬิกาต้องเผชิญกับ “วิกฤตการณ์ควอตซ์ (Quartz Crisis)” ซึ่งก็คือ การเกิดขึ้นของนาฬิกาควอตซ์ที่เป็นแบบใส่ถ่าน ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ มีความเที่ยงตรงสูงกว่านาฬิกาเข็ม และมีราคาที่ถูกกว่านาฬิกากลไกแบบดั้งเดิม จนส่งผลให้แบรนด์นาฬิกาโบราณในสวิตเซอร์แลนด์และยุโรปล้มละลายหรือปิดตัวลงไปเป็นจำนวนมาก

นาฬิกาหรู เรือนเวลาชั้นสูง ทำไมยังยืนหยัดอยู่ได้ในโลกดิจิทัล?

แต่ในวิกฤติครั้งนั้นเอง อุตสาหกรรมนาฬิกากลไกกลับค้นพบเส้นทางใหม่ Wei Koh เล่าย้อนภาพอดีตให้เห็นว่า ในช่วงทศวรรษ 1980-1990 มีผู้คนในวงการนาฬิกากลไกจำนวนหนึ่ง เข้ามาช่วยฟื้นฟูนาฬิกาเหล่านี้และนิยามคุณค่าของมันขึ้นมาใหม่ในฐานะ “งานศิลปะ” ที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ ความประณีต และอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์

เมื่อหน้าที่ในการ “บอกเวลา” สามารถถูกทำได้ด้วยอุปกรณ์ที่มีราคาถูกและแม่นยำกว่า นาฬิกากลไกจึงไม่ได้จำเป็นต้องแข่งขันในสนามเดิมอีกต่อไป แต่เลือกสร้างคุณค่าจากสิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้ง่าย ๆ ทั้งเรื่องราวเบื้องหลัง กลไกที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนขนาดเล็ก งานฝีมือของช่าง และความรู้ที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น 

นาฬิกาหรู เรือนเวลาชั้นสูง ทำไมยังยืนหยัดอยู่ได้ในโลกดิจิทัล?

ความหลงใหลในเรือนเวลาชั้นสูง ไม่จำเป็นต้องครอบครอง แต่เริ่มต้นจาก “ความอยากรู้”

อย่างไรก็ตาม โลกของ Haute Horlogerie อาจดูเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก เพราะนาฬิกาบางเรือนมีราคาสูงมากและผลิตในจำนวนจำกัด แต่สำหรับ Aurélie Streit รองประธาน FHH (Fondation Haute Horlogerie) องค์กรชั้นนำระดับโลกด้านศาสตร์แห่งเรือนเวลา มองว่า การเปิดประตูสู่โลกแห่งนาฬิกาหรูชั้นสูง ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการเป็นเจ้าของนาฬิกาสักเรือน ...สิ่งที่สำคัญกว่าคือ “ความรู้”

เธออธิบายว่า ความซาบซึ้งในนาฬิกาชั้นสูงมักเริ่มต้นจากความเข้าใจ เพราะแม้บางคนจะหลงเสน่ห์นาฬิกาเรือนหนึ่งตั้งแต่แรกเห็น แต่เมื่อได้เรียนรู้ว่าเบื้องหลังหน้าปัดนั้นมีกลไกอะไรอยู่ งานหัตถศิลป์ต้องใช้ทักษะมากเพียงใด หรือฟังก์ชันที่ซับซ้อนของนาฬิกาชั้นสูงถูกสร้างขึ้นอย่างไร มุมมองที่มีต่อนาฬิกาเรือนนั้นก็สามารถเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

นาฬิกาหรู เรือนเวลาชั้นสูง ทำไมยังยืนหยัดอยู่ได้ในโลกดิจิทัล?

นี่คือเหตุผลที่ FHH ให้ความสำคัญกับการศึกษา และก่อตั้ง FHH Academy ขึ้นเมื่อกว่า 10 ปีก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ศาสตร์แห่งเรือนเวลา จากเดิมที่มุ่งเน้นบุคลากรในอุตสาหกรรม ปัจจุบันองค์ความรู้ดังกล่าวเปิดกว้างมากขึ้นสำหรับบุคคลทั่วไป ที่ต้องการเรียนรู้และพัฒนาความเข้าใจอย่างเป็นระบบ

เส้นทางจึงไม่ได้เริ่มจาก “อยากได้นาฬิกา” แล้วจบลงที่การซื้อ แต่สามารถเริ่มจาก “ความอยากรู้” ก่อน แล้วค่อย ๆ พัฒนาไปสู่ความรู้ ความเข้าใจ และสุดท้ายกลายเป็นความผูกพันทางอารมณ์กับเรือนเวลา

สำหรับคนที่กำลังเริ่มต้นเข้าสู่วงการ การสะสมก็ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรือนเวลาระดับสูงสุดเสมอไป Wei Koh มองว่า นาฬิกาวินเทจหรือแบรนด์อิสระที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นก็สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางได้ เพราะสิ่งที่นักสะสมกำลังสะสมไปพร้อมกับนาฬิกา คือ “องค์ความรู้” และนั่นทำให้นาฬิกากลไกมีคุณค่าในอีกมิติหนึ่ง เพราะมันเป็นสิ่งของที่สามารถดูแลและส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งได้

"เรือนเวลาชั้นสูง" เชื่อมผู้คนที่มีภูมิหลังหลากหลาย สู่คอมมูนิตี้ทั่วโลก

หลายคนอาจคิดว่าผู้ที่จะมีโอกาสเข้าถึงและเข้ามาอยู่ในโลกของนาฬิกากลไกชั้นสูงได้ ก็คงมีเฉพาะเหล่าบรรดาเศรษฐีพันล้าน ผู้นำเทคฯ เซเลบริตี้ หรือผู้นำระดับโลกเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วแวดวงนี้เปิดกว้างต้อนรับผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลนาฬิกาข้อมือจากหลากหลายพื้นที่และหลากหลายภูมิหลังทั่วโลก ให้ได้มาพบกันผ่านความสนใจเดียวกัน

สำหรับ Ms. Aurélie Streit มองว่า Global Moment หรือช่วงเวลาสำคัญของวงการเรือนเวลา ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะตอนที่มีการสร้างนาฬิกาเรือนใหม่ แต่เกิดขึ้นเมื่อคนที่มีความรู้แตกต่างกันได้มาพบกัน ตั้งแต่ช่างทำนาฬิกา นักออกแบบ ไปจนถึงนักสะสมที่อยู่ในวงการมานานหลายสิบปี

ขณะที่ ธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน มองว่า Global Moment ของเธอเกิดขึ้นจาก Bangkok Watch Week ครั้งแรกในปี 2025 เมื่อได้เห็นว่าตัวนาฬิกาสามารถทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม อายุ และภูมิหลังเข้าด้วยกันได้

นี่จึงทำให้ Bangkok Watch Week ไม่ได้วางตัวเป็นเพียงพื้นที่ที่นำแบรนด์นาฬิกามาจัดแสดง แต่ต้องการสร้างพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างแบรนด์ นักสะสม ผู้เชี่ยวชาญ สื่อ และคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มสนใจโลกของเรือนเวลา เพราะท้ายที่สุดแล้ว วัฒนธรรมของนาฬิกาไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวนาฬิกาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “ผู้คน” ที่เข้ามาสร้างเรื่องราวให้กับมัน

นาฬิกาหรู เรือนเวลาชั้นสูง ทำไมยังยืนหยัดอยู่ได้ในโลกดิจิทัล?

Bangkok Watch Week นำพากรุงเทพฯ สู่หมุดหมายวัฒนธรรมนาฬิกาโลก

แนวคิดดังกล่าวกลายเป็นหัวใจสำคัญของ Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ระหว่างวันที่ 22-27 กันยายน 2569 ณ สยามพารากอน โดยปีนี้รวบรวมแบรนด์นาฬิกาชั้นนำกว่า 45 แบรนด์ พร้อมเรือนเวลาใหม่หรือ Novelties กว่า 200 เรือน มูลค่ารวมหลายร้อยล้านบาทมาจัดแสดงในประเทศไทย

ธณพรอธิบายว่า เป้าหมายของงานนี้ ไม่ได้มีเพียงการนำผลงานจากแบรนด์ระดับโลกมาให้คนไทยได้ชม แต่ยังต้องการยกระดับกรุงเทพฯ ให้เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของวัฒนธรรมนาฬิกา และสร้างพื้นที่ที่ผู้คนจากทั่วโลกสามารถเดินทางมาพบกันได้

ขณะที่ Wei Koh มองว่าหนึ่งในจุดแข็งของกรุงเทพฯ คือวัฒนธรรมการต้อนรับและความเป็นมิตร ซึ่งสามารถกลายเป็นส่วนสำคัญในการดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้เข้ามาสัมผัสวัฒนธรรมนาฬิกาในเมืองหลวงของประเทศไทยแห่งนี้

เปิดไฮไลต์เรือนเวลาชั้นสูงในงาน Bangkok Watch Week 2026 

สำหรับปีนี้ มีไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัวเรือนเวลาและคอลเลกชันสำคัญจากแบรนด์ระดับโลกมากมาย เริ่มจาก

1. Roger Dubuis เปิดตัวคอลเลกชัน “Knights of the Round Table”

โดยเฉพาะแบรนด์ Roger Dubuis ที่เปิดตัวคอลเลกชัน “Knights of the Round Table” เป็นครั้งแรกในโลกภายในงานนี้ นำเสนอโลกแห่งความกล้า กลไกอันซับซ้อน และงานสร้างสรรค์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมซง

นาฬิกาหรู เรือนเวลาชั้นสูง ทำไมยังยืนหยัดอยู่ได้ในโลกดิจิทัล? Roger Dubuis เปิดตัวคอลเลกชัน “Knights of the Round Table”

นาฬิกาหรู เรือนเวลาชั้นสูง ทำไมยังยืนหยัดอยู่ได้ในโลกดิจิทัล? Roger Dubuis เปิดตัวคอลเลกชัน “Knights of the Round Table”

2. Oris เปิดตัวคอลเลกชัน “Bangkok Limited Edition”

ด้าน Oris แบรนด์นาฬิกาสวิสอิสระจาก Hölstein ซึ่งมีประสบการณ์ในโลกนาฬิกากลไกมากกว่า 120 ปี เปิดตัว “Bangkok Limited Edition” นาฬิกา Aquis รุ่นพิเศษที่สร้างขึ้นเพื่อประเทศไทยโดยเฉพาะ ได้แรงบันดาลใจจากแสงสีทองของกรุงเทพฯ ยามพระอาทิตย์ตกและสถาปัตยกรรมของเมือง ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือน

นาฬิกาหรู เรือนเวลาชั้นสูง ทำไมยังยืนหยัดอยู่ได้ในโลกดิจิทัล?   Oris “Bangkok Limited Edition”

3. เปิดตัว Universal Genève ครั้งแรกในอาเซียน

อีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญคือการเปิดตัว Universal Genève ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วนในการจัดงานครั้งนี้ ซึ่งเปิดโอกาสให้คนรักนาฬิกาในภูมิภาคอาเซียน ได้ทำความรู้จัก "เมซง" ที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์นาฬิกาสวิส ผ่านมุมมองที่เชื่อมโยงมรดกในอดีตเข้ากับอนาคตของศาสตร์แห่งเรือนเวลา

4. Breguet ฉลองครบรอบ 225 ปีแห่งกลไกประดิษฐ์ Tourbillon

ในโซน “The Exhibition” ยังรวบรวมเรือนเวลารุ่นใหม่ ลิมิเต็ดเอดิชัน มาสเตอร์พีซ เรือนเวลาที่มีกลไกซับซ้อน รวมถึงชิ้นงานหายากจากแบรนด์ระดับโลกมาจัดแสดงให้ชมอย่างใกล้ชิด โดยหนึ่งในไฮไลต์คือ เรือนเวลาจากแบรนด์ Breguet ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 225 ปีของการประดิษฐ์กลไก Tourbillon (ตูร์บิยอง)

Tourbillon เป็นกลไกที่ช่วยลดความคลาดเคลื่อนของเวลาที่เกิดจากแรงโน้มถ่วงของโลก (Gravity) เมื่อนาฬิกาพกถูกวางอยู่ในตำแหน่งเดิมเป็นเวลานาน สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญด้านกลไกอันซับซ้อนและองค์ความรู้ที่ได้รับการสั่งสมและสืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง

นาฬิกาหรู เรือนเวลาชั้นสูง ทำไมยังยืนหยัดอยู่ได้ในโลกดิจิทัล? Breguet และกลไกประดิษฐ์ Tourbillon

นาฬิกาหรู เรือนเวลาชั้นสูง ทำไมยังยืนหยัดอยู่ได้ในโลกดิจิทัล?

5. เปิดตัว FHH Academy Lounge

อีกหนึ่งพื้นที่ที่น่าสนใจของงานปีนี้ คือ การเปิดตัว “FHH Academy Lounge” โดย Fondation Haute Horlogerie อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ทั้งนักสะสม ผู้บริหารแบรนด์ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และผู้ที่สนใจทั่วไป เข้ามารับคำแนะนำและเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์แห่งเรือนเวลาจากผู้เชี่ยวชาญของ FHH

นาฬิกาหรู เรือนเวลาชั้นสูง ทำไมยังยืนหยัดอยู่ได้ในโลกดิจิทัล?

รวมถึงเตรียมความพร้อมสำหรับการทดสอบเพื่อรับ FHH Certification ซึ่งเป็นการรับรองมาตรฐานด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับ Haute Horlogerie สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่า ในโลกของนาฬิกาชั้นสูง “การสะสม” อาจไม่ได้หมายถึงการมีนาฬิกาจำนวนมากเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการสะสมความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นตามเส้นทางของแต่ละคน

ทั้งหมดนี้ทำให้ Bangkok Watch Week เป็นมากกว่างานแสดงนาฬิกา เพราะสิ่งที่ถูกนำมาจัดแสดงไม่ใช่เพียงเรือนเวลาที่อยู่บนข้อมือ แต่คือองค์ความรู้ ประวัติศาสตร์ งานฝีมือ และผู้คนที่อยู่เบื้องหลังอุตสาหกรรมนี้ 

ส่วนในมุมของผู้สวมใส่เรือนเวลาชั้นสูง พวกเขาอาจไม่ได้ใส่นาฬิกาแบรนด์ดังเหล่านั้นเพียงเพื่อรู้ว่า “ตอนนี้กี่โมง” แต่ใส่เพื่อพกพาเรื่องราวบางอย่างไว้กับตัวเอง ทั้งเรื่องของงานฝีมือ ประวัติศาสตร์ ความหลงใหล และช่วงเวลาในความทรงจำ แล้วส่งต่อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง ผ่านเรือนเวลาที่สามารถบอกเวลาต่อเนื่องได้ยาวนาน ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ปีก็ตาม