การใช้ชีวิตคนเดียวกำลังกลายเป็น "ความปกติใหม่" ของคนเมืองไทย จากผลสำรวจ The Single Economy Survey Part 2: การพักอาศัยและไลฟ์สไตล์ของการอยู่คนเดียว โดยวิจัยกรุงศรี ที่สำรวจประชาชนอายุ 24 ปีขึ้นไปในเขตเมืองจำนวน 2,202 คน ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 พบว่า เกือบ 1 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถาม "อาศัยอยู่คนเดียว" และส่วนใหญ่เลือกใช้ชีวิตเช่นนี้ด้วยความสมัครใจ มากกว่าจะเป็นเพราะข้อจำกัดของชีวิต
ข้อมูลยังสะท้อนว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคม "ครัวเรือนเดี่ยว" อย่างชัดเจน โดยรายงาน Euromonitor ระบุว่า ในปี 2568 ประเทศไทยมีสัดส่วนครัวเรือนที่อาศัยอยู่คนเดียวสูงถึง 29.5% สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 21.9% และหากยังขยายตัวเฉลี่ยปีละ 1.8% ภายในปี 2585 ครัวเรือนที่อยู่คนเดียวอาจเพิ่มเป็นกว่า 40% ของทั้งประเทศ ซึ่งหมายความว่า "Single Economy" จะไม่ใช่ตลาดเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่จะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญของไทย
ผลสำรวจยังชี้ว่า คนที่มีแนวโน้มใช้ชีวิตคนเดียวมากที่สุด คือผู้พักอาศัยในคอนโดมิเนียม ซึ่งมีโอกาสอยู่คนเดียวมากกว่าผู้ที่ไม่ได้อยู่คอนโดถึง 6.5 เท่า ขณะที่คนไม่มีบุตรมีสัดส่วนอยู่คนเดียว 31% เทียบกับคนมีบุตรเพียง 5% ส่วนกลุ่ม LGBTQ+ มีสัดส่วนอยู่คนเดียวสูงถึง 39% มากกว่าผู้หญิง (23%) และผู้ชาย (19%) อย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อถามถึงข้อดีที่สุดของการเป็นโสด คำตอบอันดับหนึ่งไม่ใช่เรื่องเงิน แต่คือ "อิสระ" โดย 58% ระบุว่า ชอบการใช้ชีวิตที่อยากกิน อยากเที่ยว หรืออยากช้อปก็ทำได้ทันที ไม่ต้องรอใคร ขณะที่ 57% มองว่าการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ง่ายขึ้น และ 54% ชอบความยืดหยุ่นในการจัดสรรเวลาให้ตัวเอง มีเพียง 1% เท่านั้นที่มองว่าการเป็นโสดไม่มีข้อดีเลย
อย่างไรก็ตาม การอยู่คนเดียวไม่ได้หมายถึงการใช้ชีวิตแบบไร้แผน ตรงกันข้าม คนกลุ่มนี้กลับให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองมากเป็นพิเศษ โดยผู้ที่อาศัยอยู่คนเดียว 30% ออกกำลังกายหรือเข้าฟิตเนสเป็นประจำทุกสัปดาห์ สูงกว่ากลุ่มที่อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าการมีอิสระในการจัดการเวลาช่วยให้สามารถรักษาวินัยด้านสุขภาพได้ดีกว่า
เมื่อถามถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตเพียงลำพังในอนาคต ผู้ตอบแบบสอบถามถึง 62% ระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลสุขภาพกายและใจ รองลงมาคือการเตรียมที่อยู่อาศัย 19% การเพิ่มพูนความรู้ 14% และการสร้างเครือข่ายทางสังคม 5% สะท้อนว่าคนโสดยุคใหม่มอง "สุขภาพ" เป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดของชีวิต
ที่น่าสนใจคือ แม้วันนี้จะอยู่กับครอบครัวหรืออยู่คนเดียว แต่ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 73% เชื่อว่า วันหนึ่งทุกคนจะต้องใช้ชีวิตและพึ่งพาตัวเอง โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มวางแผนดูแลตัวเองมากกว่าพึ่งพาญาติหรือคนใกล้ชิด ในกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่คนเดียว มีถึง 61% ที่ระบุว่าจะดูแลตัวเองหรือจ้างผู้ดูแลมืออาชีพ หากเจ็บป่วยร้ายแรง มากกว่าการรอให้คนในครอบครัวมาดูแล
ผลการศึกษาจึงสะท้อนว่า "คนโสด" ในวันนี้ไม่ใช่เพียงผู้บริโภคที่ใช้จ่ายเพื่อความสุขระยะสั้น แต่เป็นกลุ่มที่พร้อมลงทุนกับคุณภาพชีวิต ทั้งสุขภาพ การเงิน ที่อยู่อาศัย การเรียนรู้ และบริการที่ช่วยให้ใช้ชีวิตคนเดียวได้สะดวกขึ้น ส่งผลให้ความต้องการสินค้าและบริการเฉพาะบุคคล ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน แพ็กเกจดูแลสุขภาพ บริการผู้ช่วยดูแลผู้สูงอายุ ไปจนถึงแพ็กเกจท่องเที่ยวสำหรับนักเดินทางเดี่ยว มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
วิจัยกรุงศรีมองว่า ภาคธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวรับ "เศรษฐกิจ 3S" หรือ Single-Solo-Silver ด้วยการออกแบบสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ทั้งคนโสด ผู้ที่อาศัยอยู่คนเดียว และสังคมผู้สูงวัย เพราะในอนาคต "Single Economy" จะกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศ ไม่ใช่เพียงเทรนด์การใช้ชีวิต แต่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคมไทย


