วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน 2569

Login
Login

เขียนจดหมายถึงตัวเอง สูตร Manifest ความสำเร็จให้ชีวิตและการงาน

หลายคนคงเคยตั้งเป้าหมายใหญ่ในชีวิตและอาชีพการงานให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนงานใหม่ การเขียนหนังสือ การออกกำลังกาย หรือการสร้างชีวิตในแบบที่ต้องการ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความตั้งใจเหล่านั้นก็มักค่อยๆ ถูกกลืนหายไปกับความวุ่นวายในแต่ละวัน จนหลายคนเริ่มคิดว่าอาจเป็นเพราะตัวเองไม่มีวินัยมากพอ

แต่ในมุมของวิทยาศาสตร์ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ความขี้เกียจเสมอไป หากแต่อยู่ที่สมองของเราไม่ได้รับสัญญาณที่ชัดเจนพอว่า สิ่งที่ต้องการนั้นสำคัญแค่ไหน

เอริน คลาบัฟ (Erin Clabough) นักประสาทวิทยาและศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย (University of Virginia) แนะนำวิธีง่ายๆ ในการสร้างแรงกระตุ้นให้เรามุ่งสู่ความสำเร็จ โดยไม่ต้องใช้แอปพลิเคชันราคาแพง หรือระบบจัดการชีวิตซับซ้อน นั่นคือ "การเขียนจดหมายถึงตัวเอง"

เธอบอกว่า การเขียนเป้าหมายลงบนกระดาษไม่ได้เป็นเพียงการบันทึกความคิด แต่ยังช่วยให้สมองสร้างความเชื่อมั่น และกระตุ้นความรู้สึกที่ว่า ตัวเองสามารถไปถึงสิ่งที่ต้องการได้ ซึ่งความเชื่อดังกล่าวมีอิทธิพลต่อแรงจูงใจและการลงมือทำจริง ไม่ต่างจากปรากฏการณ์ Placebo Effect หรือ ปรากฏการณ์ที่เมื่อคนเรามีความเชื่อต่อสิ่งใดมากๆ ก็จะส่งผลต่อพฤติกรรมของเราได้ 

เมื่อความคิดถูกเขียนลงบนกระดาษ สมองจะจดจำมันต่างออกไป

แนวคิดนี้สอดคล้องกับปรากฏการณ์ทางจิตวิทยา ที่เรียกว่า "Generation Effect" ซึ่งถูกค้นพบตั้งแต่ปี 1978 โดยอธิบายว่า ข้อมูลหรือความคิดที่มนุษย์สร้างขึ้นด้วยตัวเอง มีแนวโน้มถูกเก็บไว้ในความทรงจำระยะยาวมากกว่าสิ่งที่อ่านผ่านตาเพียงชั่วครู่

ด้วยเหตุนี้ คนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง หรือคนที่ประสบความสำเร็จในอาชีพสูงจำนวนไม่น้อย จึงมีนิสัยเขียนเป้าหมายที่ต้องการเอาไว้ให้ตัวเองอ่านซ้ำๆ บ่อยๆ

เขียนจดหมายถึงตัวเอง สูตร Manifest ความสำเร็จให้ชีวิตและการงาน

ยกตัวอย่างเคสของ ออคเตเวีย อี. บัตเลอร์ (Octavia E. Butler) นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ชื่อดัง ในปี 1988 เขาเคยเขียนข้อความถึงตัวเองว่า "ฉันจะเป็นนักเขียนหนังสือขายดี.." ก่อนปิดท้ายด้วยประโยคสั้นๆ ว่า "ขอให้เป็นเช่นนั้น และจงทำให้มันเกิดขึ้น"

ขณะที่ บรูซ ลี (Bruce Lee) นักแสดงและนักศิลปะการต่อสู้ระดับตำนาน ก็เคยเขียนถึงตัวเองในปี 1969 ว่า "ฉันจะใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ และค้นพบความสงบสุขกับความสุขจากภายใน"

แม้จะฟังดูเหมือนคำปลุกใจธรรมดา แต่ศาสตราจารย์คลาบัฟ  มองว่า การกำหนดเจตนาของตัวเองอย่างชัดเจน สามารถผลักดันให้คนค่อยๆ เดินไปในทิศทางที่ต้องการได้มากขึ้น

หากไม่รู้จะเริ่มเขียนอะไร ลองตอบคำถาม 5 ข้อนี้กับตัวเองก่อน

ศาสตราจารย์คลาบัฟแนะนำว่า การเขียนจดหมายถึงตัวเองไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ แต่สามารถเริ่มต้นด้วยคำถามง่ายๆ 5 ข้อ ได้แก่ 

1. อะไรคือสิ่งที่กำลังไปได้ดีในชีวิตของฉัน
2. อะไรคือสิ่งที่กำลังมีปัญหา
3. มีอะไรที่ไม่สอดคล้องกับชีวิตในแบบที่ฉันอยากเป็น
4. ฉันกำลังใช้เวลา พลังงาน และทรัพยากรไปกับเรื่องอะไร
5. อะไรคือสิ่งสำคัญและคุณค่าที่ฉันยึดถือ

คำถามเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อตัดสินตัวเอง แต่เป็นเหมือนเข็มทิศที่ช่วยให้เราสำรวจว่าชีวิตกำลังเดินไปในทิศทางที่ต้องการหรือไม่

หากคำตอบที่ได้ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ให้คุณค่า ศาสตราจารย์คลาบัฟบอกว่า นั่นไม่ใช่เรื่องผิด แต่เป็นโอกาสให้เรากลับมาปรับเส้นทาง เพื่อให้ชีวิตค่อยๆ ขยับเข้าใกล้สิ่งที่สำคัญกับตัวเองมากขึ้น

จดหมายถึงตัวเอง ไม่ใช่ทำนายอนาคต แต่มีไว้เตือนว่าเราอยากเป็นใคร

ศาสตราจารย์คลาบัฟบอกว่า เธอมักเขียนจดหมายถึงตัวเองในช่วงเวลาที่ยากลำบาก บางครั้งเธอจะเปิดหน้าสมุดบันทึกล่วงหน้าไปหลายสิบหน้า แล้วเขียนข้อความถึงตัวเองในอนาคต เพื่อรอวันที่ตัวเองเขียนบึกทึกไปเรื่อยๆ จนถึงหน้านั้นจริงๆ เธอก็จะได้อ่านความตั้งใจของตนเองอีกครั้ง

เขียนจดหมายถึงตัวเอง สูตร Manifest ความสำเร็จให้ชีวิตและการงาน

เธอเชื่อว่า การทำเช่นนี้จะช่วยให้มองเห็นพัฒนาการเล็กๆ ที่อาจไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน เพราะความก้าวหน้าในชีวิตไม่ได้เกิดขึ้นในรูปแบบที่เราคาดหวังเสมอไป

"ทำสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่คุณทำได้ในแต่ละวัน เพื่อเดินไปสู่สิ่งที่ตั้งใจไว้ คุณจะค่อยๆ ขยับเข้าใกล้เป้าหมายนั้น แม้บางครั้งมันอาจไม่ได้เกิดขึ้นในแบบที่คุณคิดเอาไว้"

นักประสาทวิทยารายนี้มองว่า การเขียนจดหมายถึงตัวเองปีละหนึ่งครั้ง และกลับมาอ่านมันอีกครั้งในอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนต่อมา เป็นเครื่องมือที่ใช้ได้กับคนทุกอาชีพ ทุกช่วงวัย และทุกสถานการณ์ชีวิต จริงๆ แล้ว สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตคนเราได้ อาจไม่ใช่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่เป็นการกล้าบอกตัวเองอย่างชัดเจนว่า เราอยากเดินไปทางไหน และยังไม่ลืมที่จะพาตัวเองไปในทิศทางนั้น

"การรู้ว่าตัวเองอยากเดินไปทางไหน สร้างความแตกต่างได้จริง และฉันคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ทุกคนควรลอง ไม่ว่าจะมีเส้นทางชีวิตแบบไหนก็ตาม" เอริน คลาบัฟ บอกทิ้งท้ายถึงวัยทำงานทุกคน

 

 

อ้างอิง: CNBC Make it, TheparisReview, NessLabs, Psychology Erin Clabough, GoodReads