วันอังคาร ที่ 18 สิงหาคม 2569

Login
Login

5 ทักษะที่ AI แทนคนไม่ได้ วัยทำงานยิ่งมีมูลค่าเพิ่มใน 5 ปีข้างหน้า

ท่ามกลางกระแสความกังวลว่า AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกการทำงานอย่างรวดเร็ว หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า ทักษะแบบไหนที่จะยังคงมีคุณค่าในวันที่ปัญญาประดิษฐ์สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้มากขึ้นเรื่อยๆ

เบนจามิน ท็อดด์ (Benjamin Todd) ผู้ก่อตั้ง และประธานองค์กร 80,000 Hours ซึ่งให้คำแนะนำด้านอาชีพแก่ผู้คนมาแล้วมากกว่า 3,000 คน และจบปรัชญาจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด มองว่า แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่ยังมีทักษะบางอย่างที่มีแนวโน้มจะ "ต้านทานความเสี่ยงของ AI" ได้ดีกว่าทักษะประเภทอื่น อีกทั้งยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับหลากหลายอุตสาหกรรม และจะยิ่งมีคุณค่ามากขึ้นในช่วง 5 ปีข้างหน้า

ท็อดด์ เล่าว่า เขาก่อตั้ง 80,000 Hours เมื่อราว 15 ปีก่อน หลังจากสำเร็จการศึกษาในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤติการเงินครั้งใหญ่ หรือ Great Recession โดยตั้งใจสร้างแหล่งข้อมูลด้านอาชีพที่เขา และเพื่อนๆ อยากมีในวันที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตการทำงาน

จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป โลกการทำงานกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่จากการมาถึงของ AI และจากประสบการณ์ที่ได้ทำงานกับผู้คนจำนวนมาก เขาพบว่าทักษะบางประเภทกำลังมีคุณค่ามากขึ้นเรื่อยๆ

"ทักษะการสื่อสาร" ยิ่งสำคัญกว่าเดิม เมื่อ AI สร้างคอนเทนต์ได้มหาศาล

ทุกองค์กรล้วนต้องการคนที่สามารถสื่อสารได้ดี ทั้งเพื่ออธิบายพันธกิจขององค์กร ถ่ายทอดคุณค่าของสินค้า และบริการ หรือสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างคนในทีมและผู้คนภายนอก

ท็อดด์มองว่า เมื่อ AI สามารถสร้างบทความ รูปภาพ หรือคอนเทนต์จำนวนมหาศาลได้อย่างง่ายดาย มูลค่าของการเป็น "ผู้ผลิตคอนเทนต์" อาจลดลง แต่สิ่งที่จะมีความสำคัญมากขึ้นคือ ความสามารถในการตัดสินใจว่า "ควรสร้างอะไร" และการมีวิจารณญาณมากพอที่จะประเมินคุณภาพของสิ่งที่ผลิตออกมา

นอกจากนี้ การสร้างความไว้วางใจ และความสัมพันธ์ที่จริงใจกับผู้ติดตามหรือกลุ่มเป้าหมาย จะยิ่งกลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในยุคที่ทุกคนสามารถผลิตเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว

ในทางปฏิบัติ ทักษะเหล่านี้อาจหมายถึงการเรียนรู้การใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างฐานผู้ติดตามผ่านจดหมายข่าว การมีความรู้ด้านประชาสัมพันธ์ หรือการจัดกิจกรรมแบบพบปะผู้คนจริงๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ได้ลึกซึ้งกว่าโลกออนไลน์

"ทักษะการเข้าสังคม" มนุษย์ยังต้องการมนุษย์ด้วยกัน

แม้แต่ในอาชีพที่ดูเหมือนเป็นงานที่ทำคนเดียวได้ แต่ในจุดหนึ่งก็ยังต้องอาศัยการทำงานร่วมกับผู้อื่นในระดับหนึ่งเสมอ งานวิจัยของ เดวิด เจ.เดมิง (David J. Deming) นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่า อาชีพที่ต้องอาศัยทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ มีแนวโน้มได้รับค่าตอบแทนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา

แม้ AI จะเริ่มมีความสามารถในการโต้ตอบกับมนุษย์มากขึ้น แต่ท็อดด์เชื่อว่า ผู้คนยังคงให้คุณค่ากับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน และยังให้ความสำคัญกับผลงานที่เกิดขึ้นจากมนุษย์จริงๆ

ยิ่งโลกเปลี่ยนแปลงเร็วมากเท่าไร ทักษะ Soft skill อย่างการสร้างความไว้วางใจ การเข้าใจความต้องการของผู้อื่น การรับรู้ และยอมรับอารมณ์ความรู้สึก รวมถึงการจัดการความขัดแย้ง ก็จะยิ่งกลายเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้น

เขาแนะนำว่า ผู้ที่อยากพัฒนาทักษะเหล่านี้อาจเริ่มต้นจากการเข้าร่วมองค์กรอย่าง Toastmasters หรืออ่านหนังสืออย่าง The Social Skills Guidebook และ The Charisma Myth เพื่อฝึกฝนการสื่อสาร และการสร้างความสัมพันธ์กับผู้คน

"ทักษะภาวะผู้นำ" การตัดสินใจ และการมีวิจารณญาณ นายจ้างต้องการสูง!

ย้อนกลับไปในปี 2017 ทีมงานของ 80,000 Hours เคยวิเคราะห์ทักษะที่ถูกระบุบ่อยที่สุดในตำแหน่งงานที่เป็นที่ต้องการสูง และพบว่า "การใช้วิจารณญาณ และการตัดสินใจ" คือ ทักษะที่ถูกพูดถึงมากที่สุด

ท็อดด์มองว่า เมื่อ AI เข้ามารับหน้าที่งานที่เป็นกิจวัตรมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดตารางงานหรือการรวบรวมข้อมูล สิ่งที่มีคุณค่ามากขึ้นกลับไม่ใช่คำถามว่า "จะทำอย่างไร" แต่เป็นคำถามว่า "อะไรคือ สิ่งที่ควรทำตั้งแต่แรก"

เพราะต่อให้มีข้อมูลมากมายเพียงใด สุดท้ายแล้วการตัดสินใจเลือกทิศทางที่เหมาะสม ยังคงเป็นหน้าที่ของมนุษย์

เขาแนะนำให้ลองสังเกตคนรอบตัวที่มีความเด็ดขาด และได้รับความไว้วางใจจากคนอื่นเสมอ คนที่เรามักขอคำแนะนำเมื่อมีปัญหา หรือคนที่สามารถพาทีมเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง แล้วลองพูดคุยกับพวกเขาว่า วิธีคิด และประสบการณ์อะไรที่หล่อหลอมให้พวกเขากลายเป็นคนแบบนั้น

"ทักษะการบริหารคน-บริหารระบบ" มาแรง!  ช่วยองค์กรเดินหน้าได้ราบรื่น

ทุกองค์กรต้องมีคนที่คอยทำให้ทุกอย่างดำเนินไปได้จริง ตั้งแต่การสรรหาพนักงาน การวางระบบการเงิน ไปจนถึงงานธุรการ และการบริหารสำนักงาน แม้ AI จะเริ่มเข้ามาช่วยทำงานบางส่วนที่เป็นงานประจำซ้ำๆ ได้แล้ว แต่ในงานที่ซับซ้อน และเกี่ยวข้องกับผู้คน ยังต้องอาศัยวิจารณญาณของมนุษย์อยู่มาก เช่น การจัดการปัญหาภายในทีม หรือการรับมือกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

ท็อดด์ บอกว่า หลายองค์กรที่เขาได้พูดคุยด้วยต่างยืนยันตรงกันว่า พวกเขากำลังมองหาคนที่มีทักษะด้านการบริหารจัดการระบบงานอยู่เสมอ เพราะเมื่อองค์กรเติบโตเร็วขึ้น ก็ยิ่งต้องการคนที่สามารถทำให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างมีระเบียบ และไม่สะดุด

เขาแนะนำให้ลองเรียนรู้จากคนในองค์กรที่รู้เรื่องงานบริหารมากที่สุด เข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการสำคัญ ขอคำแนะนำและรับฟังข้อเสนอแนะ หรืออาจทดลองบริหารสิ่งเล็กๆ ด้วยตัวเอง เช่น การจัดอีเวนต์ หรือการทำธุรกิจออนไลน์ควบคู่ไปด้วย

"ทักษะการใช้ AI" ในงานจริง จะกลายเป็นทักษะสำคัญที่สุด

หากต้องเลือกคำแนะนำเพียงข้อเดียว ท็อดด์ บอกว่า เขาอยากให้ทุกคนเรียนรู้การใช้ AI เพื่อทำงานจริง

ในปัจจุบัน AI ทำงานที่มีขอบเขตชัดเจนได้ดี เช่น การเขียนโคดต่อเนื่องเป็นเวลาสองชั่วโมง แต่ยังรับมือกับงานที่ซับซ้อน และมีความไม่แน่นอนได้ไม่ดีนัก ไม่ว่าจะเป็นการประสานงานคนจำนวนมาก หรือโครงการที่กินเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

นั่นทำให้บทบาทของมนุษย์ในฐานะ "ผู้ควบคุมวงจรการทำงาน" ยังคงมีความสำคัญ เพราะมนุษย์สามารถเข้ามาเติมเต็มช่องว่าง ตรวจสอบความถูกต้อง และตัดสินใจในจุดสำคัญได้

การพัฒนาทักษะด้านนี้อาจเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจข้อดี และข้อจำกัดของโมเดล AI ในปัจจุบัน เรียนรู้การเขียนคำสั่ง (Prompt) การกำหนดรายละเอียดงานที่ชัดเจน สร้างระบบตรวจสอบความผิดพลาด รวมถึงรู้ว่าปัญหาใดควรใช้ AI เข้ามาช่วยแก้

ท็อดด์ย้ำว่า แม้ทักษะด้านการเขียนโปรแกรมจะเป็นประโยชน์ แต่ไม่ใช่สิ่งจำเป็นเสมอไป วิธีที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นคือ การนำ AI มาใช้กับงานในสาขาที่เราคุ้นเคยและสนใจ เพราะยิ่งใช้งานจริงมากเท่าไร ก็จะยิ่งมองเห็นว่าควรใช้ AI อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สำหรับท็อดด์ เขาเชื่อว่า ในยุคที่ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกการทำงานอย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การพยายามแข่งขันกับเทคโนโลยี แต่คือ การพัฒนาทักษะที่ทำให้มนุษย์สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้ดีขึ้น และยังคงมีคุณค่าในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง

 

 

อ้างอิง: CNBC, 80000hours, skills employable, NBER Report

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์