วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน 2569

Login
Login

‘พระที่นั่งพิมานรัตยา’ สถานที่ประดิษฐานพระศพเจ้านายครั้งแรกในแผ่นดิน

ตามที่สำนักพระราชวังมีแถลงการณ์เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา นำมาซึ่งความโศกเศร้าอาลัยอย่างสุดซึ้งแก่พสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ ในการนี้ สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ประชาชนทั่วไปสามารถเดินทางเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 น. - 21.00 น. โดยจะเริ่มเปิดให้เข้าถวายสักการะ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน คือตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นหมุดหมายครั้งสำคัญ ที่จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของราชสำนักไทย เมื่อ “พระที่นั่งพิมานรัตยา” พระที่นั่งองค์สำคัญที่มีอายุเก่าแก่คู่กรุงรัตนโกสินทร์ ได้เปลี่ยนสถานะจากสถานที่สำหรับประกอบพระราชพิธีสรงน้ำพระศพ มาเป็นสถานที่สำหรับ “ประดิษฐานพระศพ” เจ้านายชั้นสูงเป็นครั้งแรกในแผ่นดินไทย 

ย้อนรอยพระที่นั่งองค์สำคัญ: จากพระวิมานที่บรรทมสู่สถานพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์

"พระที่นั่งพิมานรัตยา" ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 สืบเนื่องจากเหตุการณ์ใน พ.ศ.2332 ที่เกิดเหตุฟ้าผ่า และเพลิงไหม้พระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาทองค์เดิม จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยารัตนาพิพิธ (สน) สมุหนายก เป็นแม่กองรื้อซาก และสร้างพระมหาปราสาทองค์ใหม่ขึ้นแทน

โดยมีการปรับเปลี่ยนผังอาคารยกออกมาตั้งด้านหน้า และสร้างพระที่นั่งต่อมุขหลังเข้าไปอีกหลังหนึ่ง เพื่อสอดรับกับพื้นที่เดิม พร้อมพระราชทานนามว่า "พระที่นั่งพิมานรัตยา" ดาดหลังคาด้วยดีบุก พร้อมกันนี้ก็ได้พระราชทานนามปราสาทองค์หน้าว่า "พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท"

‘พระที่นั่งพิมานรัตยา’ สถานที่ประดิษฐานพระศพเจ้านายครั้งแรกในแผ่นดิน                       ที่มาภาพ: wikipedia

ในอดีต พระที่นั่งพิมานรัตยาเคยเป็นพระวิมานที่บรรทมของพระมหากษัตริย์ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินมาประทับที่หมู่พระมหาปราสาท เช่น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ที่เสด็จมาประทับเป็นเวลา 1 ปี ในคราวบูรณะหมู่พระมหามณเฑียร

อีกทั้ง ในบางครั้งยังเคยถูกใช้เป็นที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายในชั้นสูง รวมถึงใช้เป็นที่ชุมนุมมหาสมาคมสำหรับฝ่ายในเพื่อเข้ารับพระราชทานอิสริยยศและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 6 อีกด้วย

ต่อมาในระยะหลัง พระที่นั่งองค์นี้ได้ปรับบทบาทครั้งสำคัญมาเป็นสถานที่สำหรับประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ และพระศพ ของพระมหากษัตริย์ พระมเหสี และพระราชเทวีมาหลายรัชกาล อาทิ:

  • พระบรมศพสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (พ.ศ.2462)
  • พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (พ.ศ.2489)
  • การถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา

‘พระที่นั่งพิมานรัตยา’ สถานที่ประดิษฐานพระศพเจ้านายครั้งแรกในแผ่นดิน ภาพจาก: นิทรรศน์รัตนโกสินทร์

พระที่นั่งพิมานรัตยา โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมไทยชั้นสูงแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ในแง่ของงานวิศวกรรม และศิลปกรรม พระที่นั่งพิมานรัตยาเป็นสถาปัตยกรรมไทยดั้งเดิมที่มีความงดงาม และสมบูรณ์แบบ ตัวอาคารเป็นตึกก่ออิฐถือปูนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทาสีขาว ยกพื้นสูง มีระเบียงทอดยาวเชื่อมต่อกับมุขหลังของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทด้วยห้องโถงที่เรียกว่า "มุขกระสัน"

รอบระเบียงทั้ง 3 ด้าน (ทิศตะวันออก ตะวันตก และทิศใต้) มีเสารายลอยตัวขึ้นไปสอดรับกับโครงสร้างหลังคาที่เป็นชั้นลด 3 ชั้น มุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีอย่างวิจิตร ประดับด้วยเครื่องยอดตามหลักฐานฐานันดรศักดิ์อย่างครบครัน ทั้งช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และนาคสะดุ้ง

จุดเด่นสำคัญอยู่ที่ "หน้าบันจำหลักไม้รูปพระพรหมทรงหงส์" ล้อมรอบด้วยลายกระหนกเครือเถาอย่างประณีต ขณะที่ซุ้มพระทวารทำเป็นซุ้มเรือนแก้วลายดอกพุดตาน และซุ้มพระบัญชร (หน้าต่าง) เป็นซุ้มทรงบันแถลงปิดทองประดับกระจก สะท้อนความวิจิตรบรรจงของช่างหลวงในอดีต

‘พระที่นั่งพิมานรัตยา’ สถานที่ประดิษฐานพระศพเจ้านายครั้งแรกในแผ่นดิน ภาพจาก: นิทรรศน์รัตนโกสินทร์

เปิดธรรมเนียมการสรงน้ำพระบรมศพ-พระศพ เจ้านายชั้นสูง

ข้อมูลจากนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ระบุว่า ตามโบราณราชประเพณี และธรรมเนียมการสรงน้ำพระบรมศพ และพระศพนั้น มีหลักฐานสืบทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า เป็นขั้นตอนที่จำลองมาจากการอาบน้ำชำระร่างกายของบุคคลทั่วไปในวิถีชีวิตประจำวัน

โดยเมื่อเสร็จสิ้นการสรงน้ำชำระพระศพแล้ว จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการถวายพระสุคนธ์ (เครื่องหอม) การสวมภูษาอาภรณ์ เครื่องถนิมพิมพาภรณ์ (เครื่องประดับ) และทรงพระชฎา ก่อนที่จะเชิญขึ้นประดิษฐานบนพระแท่น ซึ่งการจัดสถานที่สำหรับการนี้ในราชสำนัก จะพิจารณาจากความสะดวกในการคมนาคม และพระเกียรติยศของเจ้านายพระองค์นั้นๆ เป็นสำคัญ

แม้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระที่นั่งพิมานรัตยาจะมีบทบาทหน้าที่หลักในการเป็นพื้นที่รองรับพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์อย่างการ "สรงน้ำพระศพ" มาโดยตลอด แต่ไม่เคยมีประวัติศาสตร์ครั้งใดที่ใช้เป็นสถานที่สำหรับประดิษฐานพระโกศศพยาวนานตลอดการบำเพ็ญพระราชกุศล

‘พระที่นั่งพิมานรัตยา’ สถานที่ประดิษฐานพระศพเจ้านายครั้งแรกในแผ่นดิน ภาพจาก: นิทรรศน์รัตนโกสินทร์

การอัญเชิญพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มาประดิษฐาน ณ พระที่นั่งองค์นี้ ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีสรงน้ำพระศพ จึงนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ราชสำนักไทยในรอบร้อยกว่าปี (หากนับจากพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถฯ พ.ศ.2462) ที่เกิดการเปลี่ยนผ่านสถานะทางสถาปัตยกรรมของพระที่นั่งพิมานรัตยาให้กลายเป็นที่ประดิษฐานพระศพเจ้านายฝ่ายในชั้นสูงอย่างเป็นทางการ

ต่อลมหายใจสถาปัตยกรรมโบราณ สู่พื้นที่แห่งความทรงจำร่วมของคนไทย

การประดิษฐานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยาในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการปฏิบัติตามโบราณราชประเพณีที่สอดคล้องกับสถานการณ์ และพระเกียรติยศเท่านั้น

‘พระที่นั่งพิมานรัตยา’ สถานที่ประดิษฐานพระศพเจ้านายครั้งแรกในแผ่นดิน ภาพจาก: นิทรรศน์รัตนโกสินทร์

หากแต่ยังเป็นการจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ และต่อลมหายใจแห่งเรื่องราวให้แก่สถาปัตยกรรมองค์สำคัญนี้อีกด้วย จากอดีตที่พระที่นั่งแห่งนี้เคยเป็นพื้นที่จำกัดเฉพาะเขตพระราชฐานชั้นใน และใช้ประกอบพระราชพิธีสรงน้ำพระศพในเวลาอันสั้น วันนี้พระที่นั่งพิมานรัตยาได้เปิดประตูเชื่อมโยงเรื่องราวจากอดีตสู่ปัจจุบัน

กลายเป็นพื้นที่แห่งการหลอมรวมดวงใจของพสกนิกรชาวไทยที่จะได้เดินทางมาร่วมส่งเสด็จ และน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของ "เจ้าฟ้าแห่งปวงชน" ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของราษฎร ตราบนานเท่านาน

 


อ้างอิง: กรุงเทพธุรกิจรวบรวม

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์