วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ตีกอล์ฟแล้วทำงานเก่งขึ้น? รีเซ็ตสมอง เพิ่มสมาธิ ความคิดเฉียบคม

ตีกอล์ฟแล้วทำงานเก่งขึ้น? รีเซ็ตสมอง เพิ่มสมาธิ ความคิดเฉียบคม

ทุกวันนี้โลกการทำงานเต็มไปด้วยเสียงรบกวน จนบางครั้งวัยทำงานก็เกิดอาการสมองล้า คิดไม่ออก หลายคนสมาธิสั้นลง โฟกัสงานได้น้อยลง จนอยากหลีกหนีความวุ่นวาย มองหา “ความเงียบ” เพื่อพักสมองให้กลับมาคิดได้ชัดอีกครั้ง และเชื่อหรือไม่ว่า มีหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยให้คุณพักสมองได้จริงๆ นั่นก็คือ "การตีกอล์ฟคนเดียว"

โดยทั่วไปเวลาพูดถึงกีฬากอล์ฟ ภาพที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นภาพผู้บริหารพาลูกค้าออกรอบ หรือผู้นำองค์กร-นักธุรกิจเดินคุยงานบนแฟร์เวย์ ใช้เวลาหลายชั่วโมงในสนามกอล์ฟ เพื่อสร้างคอนเนกชันทางธุรกิจไปพร้อมกับการตีลูกกลมๆ ลงหลุม

กอล์ฟจึงไม่ได้เป็นแค่กีฬา แต่หลายทศวรรษที่ผ่านมา มันทำหน้าที่เป็นเหมือนพื้นที่พบปะทางวิชาชีพแบบไม่เป็นทางการ เป็นพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ในสายงานโดยปริยาย หลายดีลธุรกิจเริ่มต้นบนสนาม หลายโอกาสในหน้าที่การงานเกิดขึ้นระหว่างเดินไปหลุมถัดไป และบางครั้งสนามกอล์ฟยังเคยถูกมองว่าเป็น “พื้นที่ของโอกาส” สำหรับคนในโลกธุรกิจด้วยซ้ำ

Solo Golf ตีกอล์ฟคนเดียวคืออะไร ทำไมมีประโยชน์ในแง่การทำงาน?

แกรี เบลสกี (Gary Belsky) นักเขียนและอดีตนักข่าวสายธุรกิจ เขาเพิ่งจะเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ของตัวเองชื่อ Solo Golf ที่พูดถึงข้อดีของการ “ตีกอล์ฟคนเดียว” ซึ่งเขายอมรับว่าคนรอบข้างหลายคนค่อนข้างประหลาดใจ เพราะสำหรับหลายคน คุณค่าของกอล์ฟอยู่ที่การพบปะผู้คน การสร้างคอนเนกชัน หรือการใช้เวลาอยู่กับเพื่อนร่วมงานและลูกค้า

แต่เบลสกีกลับมองว่า การเล่นกอล์ฟตามลำพังให้คุณค่าอะไรบางอย่างที่ต่างออกไป และในโลกการทำงานยุคปัจจุบัน สิ่งนั้นอาจสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ

เขาไม่ได้กำลังบอกให้ผู้คนเลิกออกรอบตีกอล์ฟกับคนอื่น หรือปฏิเสธเสน่ห์ของกอล์ฟในฐานะพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ ตรงกันข้าม เขายังเชื่อว่าการพูดคุยระหว่างการออกรอบ การเดินเล่นไปพร้อมบทสนทนาดีๆ หรือช่วงเวลาที่ได้ใช้เวลากับผู้คน ยังคงเป็นคุณค่าที่ทำให้กีฬานี้พิเศษเสมอ

แต่สิ่งที่เขาพยายามชวนคิด คือ บางทีคนทำงานยุคนี้อาจกำลังขาด “ช่วงเวลาที่ได้พักอยู่กับตัวเองจริงๆ” แต่อาจเผลอเอาตัวเองไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่วุ่นวายมากเกินไป

โลกการทำงานยุคนี้ การแจ้งเตือนรบกวนจนสมองไม่มีเวลา “พักเงียบๆ” 

ชีวิตการทำงานทุกวันนี้เต็มไปด้วยการแจ้งเตือน ประชุมทั้งวัน อีเมลที่ไหลเข้ามาเยอะจนตอบไม่หมดสักที และข้อความจากแอปแชตที่เด้งเข้ามาแทบตลอดเวลา แม้แต่ช่วงพัก หลายคนก็ยังเผลอหยิบมือถือขึ้นมาไถหน้าจอหรือเช็กงานต่อโดยอัตโนมัติ จนสุดท้าย สมองแทบไม่มีโอกาสได้หยุดพักเงียบๆ เลยทั้งวัน ซึ่งทำให้วัยทำงานสมาธิหลุด โฟกัสไม่ได้ จนกระทบการทำงานแย่ลง

ทีนี้ ถ้าหากเราอยากฟื้นฟูสมองให้กลับมามีสมาธิ โฟกัสงานได้ดีอีกครั้งต้องแก้ไขยังไง? หนึ่งในคำตอบสุดน่าทึ่งคือ การตีกอล์ฟคนเดียวช่วยได้! เบลสกีมองว่า การตีกอล์ฟคนเดียวให้อะไรที่หาได้ยากขึ้นทุกวัน นั่นคือ “สมาธิ” และ “พื้นที่ว่าง” ให้สมองได้กลับมาทำงานอย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้ง

เวลาตีกอล์ฟกับคนอื่น ต่อให้เป็นกลุ่มที่สนิทกันแค่ไหน เราก็ยังต้องแบ่งความสนใจไปหลายทาง ต้องฟังบทสนทนา ดูการตีของคนอื่น (ต้องลงคะแนนสำหรับผลงานการตีแต่ละหลุมของทุกคน) ต้องรักษาบรรยากาศ หรือคอยตอบสนองต่อคนรอบตัวอยู่ตลอดเวลา

แต่เมื่อคุณตีกอล์ฟคนเดียว ทุกอย่างรอบตัวจะค่อยๆ เงียบลง เหลือเพียงเสียงลม เสียงรองเท้าบนพื้นหญ้า และจังหวะความคิดของตัวเอง ..ไม่มีใครให้เราต้องสร้างความประทับใจ ..ไม่มีใครคอยมองเวลาตีพลาด ..ไม่มีบทสนทนาที่ดึงความสนใจออกไป ..สิ่งที่เหลืออยู่จริงๆ คือ “ตัวเรา” กับเกมตรงหน้า

ตีกอล์ฟคนเดียวปรับสมองสู่โหมด “Flow” นิ่ง สงบ ความคิดเฉียบคม

การเกิดช่วงเวลาที่มีแค่ “ตัวเรา” กับ “เกมตรงหน้า” ความเรียบง่ายแบบนั้นเอง ที่ทำให้ตัวผู้เล่นกอล์ฟเริ่มเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า “Flow” หรือสภาวะที่สมองจดจ่ออยู่กับปัจจุบันอย่างเต็มที่ จนความคิดเริ่มลื่นไหลขึ้นโดยธรรมชาติ

น่าสนใจว่า ในโลกการทำงาน ผู้คนพยายามตามหาสภาวะแบบนี้ผ่านสารพัดวิธี ทั้งแอปเพิ่มประสิทธิภาพ เทคนิคจัดเวลา หรือการฝึกสมาธิ แต่บางครั้ง การเดินอยู่ในสนามกอล์ฟเงียบๆ เพียงลำพังกลับพาสมองเข้าสู่จังหวะแบบนั้นได้ง่ายกว่าเสียอีก โดยเฉพาะในยุคที่คนทำงานจำนวนมากรู้สึกว่า ตัวเองกำลังเหนื่อยล้าจากการต้องรับข้อมูลตลอดเวลา จนแทบไม่มีพื้นที่ให้ความคิดได้ตกตะกอน

เบลสกีบอกว่า สิ่งสำคัญอีกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเล่นกอล์ฟคนเดียว คือ “พื้นที่ว่างทางความคิด” เพราะปัญหาของคนทำงานยุคนี้อาจไม่ใช่แค่มีงานเยอะเกินไป แต่คือการไม่มีช่วงเวลาให้สมองได้คิดอะไรลึกๆ อย่างต่อเนื่อง

แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการตีกอล์ฟคนเดียว พบว่า ระหว่างเดินจากหลุมหนึ่งไปอีกหลุมหนึ่ง ความคิดวุ่นวายในหัวหลายอย่าง กลับค่อยๆ คลายตัวออกไป และเจกับความสงบนิ่งโดยไม่รู้ตัว บางปัญหาที่เราเคยคิดไม่ออก กลับเริ่มเห็นคำตอบชัดขึ้น บางเรื่องที่เคยกังวลมากเกินไป เริ่มหาทางออกเจอในอีกมุม หรืออาจเจอไอเดียงานใหม่ๆ ผุดขึ้นมาระหว่างยืนมองแฟร์เวย์ตรงหน้า

เบลสกีย้ำว่า ผลลัพธ์จากการตีกอล์ฟไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติอะไร เพียงแต่สมองของคนเรามักทำงานได้ดีที่สุด เมื่อมี “เวลา” และ “พื้นที่” มากพอ โดยไม่มีอะไรมาคอยขัดจังหวะตลอดเวลา

อยากเพิ่ม Productivity ทำงานเก่งขึ้น ต้องให้พื้นที่สมองได้พักบ้าง

ข้อดีอีกอย่างที่เบลสกีเน้นย้ำเกี่ยวกับการตีกอล์ฟคนเดียว คือ ช่วยให้คนทำงานได้ “ปรับจังหวะชีวิต” ใหม่ชั่วคราว เพราะทั้งโลกการทำงานและกีฬากอล์ฟต่างมีบางอย่างคล้ายกัน นั่นคือ ยิ่งกดดันมากเท่าไร คนก็ยิ่งตัดสินใจพลาดง่ายขึ้นเท่านั้น 

ทั้งเดดไลน์ ความคาดหวัง ตัวเลขผลงานตาม KPI หรือแรงกดดันเรื่องอนาคต มักค่อยๆ สะสมในจิตใจวัยทำงานโดยไม่รู้ตัว จนหลายคนเริ่มใช้ชีวิตอยู่ในโหมดตึงเครียดตลอดเวลา ดังนั้น การได้ออกไปอยู่ในสนามเงียบๆ สักสองสามชั่วโมง จึงเหมือนการถอยออกมาจากความเร่งรีบเดิมชั่วคราว เพื่อให้สมองได้พักหายใจบ้าง

ในสนามกอล์ฟ การตีผิดพลาดคือเรื่องที่แก้ใหม่ได้ในช็อตถัดไป ไม่ใช่ความผิดพลาดที่ต้องเอาไปอธิบายในห้องประชุมหรือประเมินผลงานปลายปี และบางครั้ง แค่การได้เว้นระยะจากแรงกดดันเดิมๆ ชั่วคราว ก็เพียงพอให้หลายคนกลับไปทำงานด้วยมุมมองที่นิ่งขึ้นกว่าเดิม

ท้ายที่สุด เบลสกีไม่ได้มองว่ากอล์ฟคนเดียวจะมาแทนคุณค่าของการออกรอบกับคนอื่น เขายังเชื่อเหมือนเดิมว่า กอล์ฟเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการสร้างความสัมพันธ์ การพูดคุย และการทำงานร่วมกัน

แต่ในโลกที่ทุกอย่างกำลังเร็วขึ้นเรื่อยๆ เขามองว่า คนทำงานอาจต้องการ “ความเงียบและความนิ่ง” มากกว่าที่คิด เมื่อสิ่งที่สมองของคุณต้องการที่สุดในตอนนี้ อาจไม่ใช่เครื่องมือใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงาน แต่เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ไม่มีข้อความเด้งเข้ามา ไม่มีประชุม และไม่มีเสียงรบกวนอะไรเลยต่างหาก

 

อ้างอิง: Fortune, Solo Golf: The Zen of Playing Alone, SI News