แกะสูตรความปัง ละคร AI "ผลไม้นอกใจ" จากมีมไวรัลสู่ AI Drama Universe เจ้าของเพจ The Marketine ชี้ เทรนด์ใหม่คอนเทนต์ยุค Attention Economy
กระแส ละคร AI "ผลไม้นอกใจ" ที่เต็มไปด้วยคลิปผลไม้มีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิลร้องไห้เพราะโดนนอกใจ กล้วยทะเลาะกับสตรอว์เบอร์รี หรือแม้แต่อวัยวะในร่างกายที่พูดได้ ที่กำลังแพร่ระบาดบน TikTok และ Facebook Reels อาจดูเป็นเพียงคอนเทนต์ตลกไร้สาระในสายตาหลายคน แต่ในมุมของนักการตลาดและผู้เชี่ยวชาญด้าน AI กลับมองว่านี่คือ “สัญญาณสำคัญ” ของการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมคอนเทนต์เข้าสู่ยุคใหม่
ภูวนาท เช้าวรรณโณ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์และเพจ The Marketine การตลาดนอกลู่ มองว่า ปรากฏการณ์คลิปผลไม้มีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิลร้องไห้เพราะโดนนอกใจ กล้วยทะเลาะกับสตรอว์เบอร์รี หรือแม้แต่อวัยวะในร่างกายที่พูดได้ กำลังสะท้อน “evolution ใหม่ของ storytelling” ในยุค AI และ attention economy
“วันนี้คนไม่ได้แข่งขันกันที่ข้อมูล แต่แข่งขันกันว่า ใครสามารถดึงความสนใจของคนดูได้ใน 1 วินาทีแรก คอนเทนต์ประเภทนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อหยุดนิ้วคนดูทันที” ภูวนาทกล่าว
พร้อมระบุว่า เทรนด์ดังกล่าวเริ่มต้นจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และละตินอเมริกา หลังแพลตฟอร์มสร้างวิดีโอด้วย AI เช่น Kling, Runway, Veo และ Vidu ถูกใช้งานง่ายขึ้น จนเกิด genre ใหม่อย่าง “AI Fruit Drama” หรือ “AI Telenovela” ที่นำวัตถุหรืออาหารมา anthropomorphize ให้มีอารมณ์ ความรัก ความโกรธ และความสัมพันธ์แบบละครน้ำเน่า
จุดสำคัญที่ทำให้คอนเทนต์ประเภทนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว คือการใช้ “psychological contrast” หรือความขัดแย้งทางอารมณ์ระหว่าง “ภาพน่ารัก” กับ “เนื้อหาดราม่า” ซึ่งกระตุ้นสมองให้หยุดดูโดยอัตโนมัติ
นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม short video ที่ให้ความสำคัญกับ watch retention, emotional hook และ facial expression ส่งผลให้คลิปแนวนี้มี engagement สูงกว่าคอนเทนต์ทั่วไป
ภูวนาท มองว่า จุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อเทรนด์นี้เข้ามาในไทย คือการ “localize AI storytelling” ให้เข้ากับภาษาคนไทย โดยเปลี่ยนจากบทพูดตรงไปตรงมาแบบตะวันตก มาเป็นภาษาวัยรุ่น จังหวะตัดต่อเร็ว และ emotional guilt แบบละครไทย
จากประโยคอย่าง “Your arteries are clogged” ถูกแปลงเป็น “เส้นเลือดแกจะตันแล้วนะเว้ย!” เพื่อสร้าง emotional impact ที่เข้าถึงคนไทยได้มากกว่า
เขายังมองว่า AI กำลังลดต้นทุนการสร้างคอนเทนต์อย่างมหาศาล จากเดิมที่งาน animation ต้องใช้ทีมงานขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบัน creator เพียงคนเดียวสามารถใช้ AI สร้างตัวละคร ทำแอนิเมชัน พากย์เสียง ตัดต่อ และผลิตคลิปได้จำนวนมากในเวลาอันสั้น
The Marketine จึงเริ่มพัฒนาแนวคิดดังกล่าวต่อยอดเป็น “AI Drama Universe” ผ่านระบบ character universe, reusable prompt systems และ modular storytelling เพื่อให้ตัวละคร AI สามารถแตกแขนงเรื่องราวได้ต่อเนื่อง
จากจุดเริ่มต้นของ “ผลไม้นอกใจ” ปัจจุบันแนวคิดดังกล่าวเริ่มขยายไปสู่อวัยวะพูดได้ สมุนไพรฮีโร่ เชื้อโรคมีชีวิต และสิ่งของที่โต้ตอบกับมนุษย์ โดยทั้งหมดถูกออกแบบให้เข้าใจง่ายในเวลาไม่กี่วินาที และสามารถเชื่อมโยงกับสาระด้านสุขภาพหรือพฤติกรรมผู้บริโภคได้
“ในอนาคต เราจะเห็น AI influencer, AI short drama และ universe ที่สร้างโดยคนเพียงคนเดียวมากขึ้น โลกคอนเทนต์กำลังเปลี่ยนจาก production-driven ไปสู่ idea-driven อย่างเต็มรูปแบบ และ ‘ผลไม้นอกใจ’ อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของคลื่นลูกใหม่ในอุตสาหกรรมสื่อดิจิทัล” ภูวนาทกล่าวทิ้งท้าย

