เมื่อฮอร์โมนไม่ใช่แค่เรื่องของวัยทอง แต่คือกลไกสำคัญในการดีไซน์ชีวิตและการทำงานให้ประสบความสำเร็จ อย่างไร้ขีดจำกัด เจาะลึกวิสัยทัศน์ "ภัทราลักษณ์ คงถาวร" ผู้บริหาร Besins Healthcare (Thailand) กับภารกิจปั้นไทย สู่ศูนย์กลางสุขภาพฮอร์โมน ที่ถูกต้องและยั่งยืน
ในวันที่ คนวัยทำงาน ทุ่มเทให้การงานเพื่อความสำเร็จ จนอาจละเลยสัญญาณเตือนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นอาการสมองล้า ความเหนื่อยล้าเรื้อรัง หรืออารมณ์ที่แปรปรวน ซึ่งมักถูกปัดตกไปว่าเป็นเพียงผลกระทบจากความเครียด ทั้งที่ความจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้ คือ เสียงสะท้อน จากสมดุลฮอร์โมนเพศที่พร่องลง อาจถึงเวลาแล้วที่เราต้องเปลี่ยนทัศนคติจากการ "รอป่วยแล้วค่อยรักษา" มาเป็นการ "ดูแลเพื่อป้องกันและออกแบบชีวิต" ตั้งแต่วันที่ร่างกายยังแข็งแรง
เพราะการเข้าใจจังหวะของ ฮอร์โมน ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องทางการแพทย์ แต่คือ ศิลปะการบริหารจัดการตนเองที่จะช่วยให้เราใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ ที่ต้องการได้อย่างยาวนาน ซึ่งถือเป็นแกนหลักสำคัญที่ ภัทราลักษณ์ คงถาวร ผู้จัดการประจำประเทศไทย (Country Manager) ของ Besins Healthcare (Thailand) มุ่งมั่นที่จะส่งต่อให้แก่สังคมไทย
กรุงเทพธุรกิจ มีโอกาสได้พูดคุยกับ ผู้บริหาร Besins Healthcare (Thailand) ใต้ร่มบริษัท Besins Healthcare ผู้ประกอบการด้านเวชภัณฑ์ฮอร์โมนทดแทนระดับโลก ซึ่งมุ่งมั่นการวิจัยและพัฒนาฮอร์โมนมาอย่างยาวนานกว่าศตวรรษเธอย้ำกับเราตั้งแต่เริ่มต้นว่า ในโลกของการบริหารจัดการสุขภาพยุคใหม่ "ฮอร์โมน" ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเรื่องที่ต้องรอให้ถึงวัยเกษียณอีกต่อไป ด้วยความที่ได้คลุกคลีอยู่ในแวดวงเวชภัณฑ์ฮอร์โมนมากว่าสิบปี เธอจึงอยากสร้างและส่งต่อความรู้ที่ถูกต้อง ให้คนไทยตระหนักว่าสมดุลของฮอร์โมนเพศ คือรากฐานสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี (Well-being) เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน (Performance) เพื่อให้ทุกคนสามารถเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุดในทุกช่วงวัย (Be your best self)
เธอบอกว่า การดูแลฮอร์โมน ไม่ควรเป็นเรื่องที่ต้องรอให้เกิดปัญหาหรือถูกหามเข้าโรงพยาบาลก่อนถึงจะเริ่มรักษา แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพเชิงรุกตั้งแต่วัยทำงาน เพราะ ฮอร์โมน คือ สารสำคัญที่ควบคุมเกือบทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน สมาธิ การนอนหลับ ไปจนถึงสมรรถภาพความแข็งแรงของร่างกาย การรักษาสมดุลฮอร์โมนจึงไม่ใช่แค่การรักษาโรค แต่คือการ “ออกแบบชีวิต” (Life Design) ให้สามารถใช้ไลฟ์สไตล์ที่ต้องการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกช่วงวัย
เข้าใจฮอร์โมน ป้องกันก่อนเกิดปัญหา
Besins Healthcare มีต้นกำเนิดจากธุรกิจครอบครัวในฝรั่งเศสที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าศตวรรษ คิดค้นฮอร์โมนทดแทนธรรมชาติ ปัจจุบันเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยยาวนานกว่า 15 ปี โดย ภัทราลักษณ์ เล่าว่า แม้บริษัทฯ จะมีผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม แต่ความท้าทายหลักคือ ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของสังคมไทย หัวใจจึงไม่ใช่แค่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ แต่คือความรับผิดชอบต่อคุณภาพชีวิตของผู้คน เมื่อเข้ามาดูแลประเทศไทย นอกจากการนำองค์ความรู้ระดับโลกเข้ามาแล้ว ขณะเดียวกันยังต้องแปลความเชี่ยวชาญนั้นให้เข้ากับบริบทของคนไทย ที่ยังมีความเข้าใจเรื่องฮอร์โมนค่อนข้างจำกัด และบางครั้งมองว่าเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มหรือเป็นเรื่องไม่น่าเปิดเผย
"เราอยากให้ความรู้เรื่องฮอร์โมนที่ถูกต้องตามงานวิจัยและข้อมูลทางการแพทย์ซึ่งปัจจุบันความรู้เรื่องนี้ในสังคมไทยยังมีน้อยมาก แม้แต่ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์เองบางส่วนก็อาจจะจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่ม ทำให้คนไข้ที่มีปัญหาเดินเข้าไปในโรงพยาบาลแล้วไม่รู้จะปรึกษาใคร หรือบางทีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาการที่ตัวเองเป็นอยู่นั้น เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน"
เธอ ย้ำเป้าหมายสูงสุด คือ การใส่การดูแลสุขภาพฮอร์โมนเข้าไปในการออกแบบชีวิต เพื่อเป็นการป้องกัน (Prevention) มากกว่าการรอให้ป่วยจนถูกหามเข้าโรงพยาบาล โดยยึดหลักฐานเชิงประจักษ์ทางวิทยาศาสตร์ (Evidence-based) เป็นแกนกลางในการสื่อสาร
สร้างความเชื่อมั่นผ่านฐานรากทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์
โดยภารกิจสำคัญในฐานะ Country Manager ของ Besins Healthcare (Thailand) ที่ ภัทราลักษณ์ วางหมุดหมายไว้ชัดเจน ภายใต้วิสัยทัศน์การทำให้ Besins Healthcare (Thailand) เป็นผู้นำด้าน Hormone Health ที่คนไทยเชื่อมั่น และเข้าถึงได้ ผ่านการให้ความรู้ที่ถูกต้อง โดยยึดหลักวิทยาศาสตร์และความปลอดภัย และในฐานะองค์กรผู้ขับเคลื่อนการสร้างความตระหนักรู้ (Awareness) ที่มุ่งดำเนินงานใน 3 ด้านสำคัญ คือ
- ทำให้เรื่องฮอร์โมนเป็น “เรื่องปกติ” ที่พูดคุยได้
- การให้ข้อมูลที่ถูกต้องผ่านผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ความเชื่อหรือกระแส
- สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้หญิงและผู้ชายแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องฮอร์โมนในแต่ละช่วงวัยได้อย่างเหมาะสม
“เมื่อคนเข้าใจ เขาจะไม่รู้สึกอาย และเมื่อไม่อาย เขาจะกล้าดูแลตัวเอง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี”
นอกจากนี้ Besins Healthcare (Thailand) ยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลความรู้ที่ส่งถึงมือประชาชนนั้น มีความถูกต้องแม่นยำ
เธอย้ำว่า ความสำเร็จขององค์กรสุขภาพไม่ควรวัดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจริงของผู้คน Besins Healthcare (Thailand) จึงสร้างระบบนิเวศด้านความรู้ (Education Ecosystem) ผลิตคอนเทนต์ความรู้ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เข้าใจง่าย และจับต้องได้ เพื่อให้คนไทยดูแลตัวเองได้อย่างมั่นใจ และเมื่อคนมีสุขภาพที่ดีขึ้น สังคมและเศรษฐกิจก็จะสมดุลขึ้นไปพร้อมกัน
ทลายกำแพง สร้างพื้นที่ปลอดภัย ให้ "ฮอร์โมน" คือเรื่องทั่วไป
จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา เธอยอมรับว่าจุดท้าทายที่สุดในการทำตลาด Healthcare ด้านฮอร์โมน คือความเขินอายของผู้บริโภค และข้อจำกัดในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชาย ที่มักเชื่อมโยงเรื่องฮอร์โมน เข้ากับสมรรถภาพทางเพศเพียงอย่างเดียว
ภัทราลักษณ์ จึงเลือกใช้กลยุทธ์สร้าง "พื้นที่ปลอดภัย" เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องผ่านโลกออนไลน์ โดยเชิญบุคลากรทางการแพทย์มาให้ข้อมูล เพื่อสกัดกั้นข้อมูลผิดๆ ในโซเชียลมีเดีย
“เราอ่านข้อมูลบางอย่างในโซเชียลแล้วตกใจ หลายอย่างไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย Besins Healthcare จึงพยายามสร้าง Community ที่ให้ความรู้ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องโดยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ มีเช็กลิสต์ออนไลน์ให้คนเข้าไปตรวจเช็กภาวะพร่อง ฮอร์โมน เบื้องต้นด้วยตัวเองได้ฟรีที่เว็บไซต์ besins-healthcare เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการนำข้อมูลไปปรึกษาแพทย์ต่อไป” เธอ บอกเพิ่มเติม
ทั้งนี้ Besins Healthcare (Thailand) มุ่งมั่นที่จะเป็นกระบอกเสียงหลักในการให้ความรู้ เรื่องการตรวจเช็กสุขภาพฮอร์โมนให้กลายเป็นเรื่องปกติสามัญ เหมือนการตรวจสุขภาพประจำปี
มากไปกว่านั้น ภัทราลักษณ์ และทีมยังมีเป้าหมายที่อยากร่วมผลักดันเรื่องการใช้ฮอร์โมนในกลุ่มบุคคลข้ามเพศ (Gender Affirming Care) ให้ถูกต้องตามกฎหมายและปลอดภัย เพื่อยกระดับมาตรฐานสาธารณสุขไทย ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค ในยุคสมรสเท่าเทียม
ฮอร์โมนในวัยทำงาน เมื่อ "สมองล้า" และ "ลงพุง" ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
ภัทราลักษณ์ ชี้ให้เห็นว่า ฮอร์โมนส่งผลกระทบต่อคนทุกช่วงวัย ไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุ สำหรับผู้หญิงและชายวัยทำงานที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป ซึ่งหลายคนทำงานอยู่ในระดับหัวหน้าหรือผู้บริหารแล้ว และอาจพบอาการพร่องฮอร์โมนเพศที่มาในรูปแบบของ Brain Fog หรือภาวะสมองล้า คล้ายมีม่านหมอกบดบังการตัดสินใจ ทำให้ความเฉียบคมในการทำงานลดลง
โดยเฉพาะผู้ชาย สัญญาณเตือนมีมากกว่าเรื่องสมรรถภาพทางเพศ เช่น อาการอ้วนลงพุง ภาวะง่วงนอนทันทีหลังมื้ออาหาร หดหู่ซึมเศร้า ไม่อยากเข้าสังคม เหวี่ยงง่าย ออกกำลังกายก็ไม่อึดทนเหมือนแต่ก่อน ซึ่งล้วนสัมพันธ์กับระดับฮอร์โมนที่ลดลงทั้งสิ้น
“ถ้าเรา Early Detect หรือตรวจพบเร็ว มันไม่ใช่เรื่องสายเกินแก้ และเราไม่จำเป็นต้องทนกับอาการเหล่านั้น เราสามารถดีไซน์ได้ว่า ฉันจะไม่เป็นอย่างนั้น ฉันมีตัวช่วยที่ปลอดภัย ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ โดยก้าวแรกสู่การดูแลสุขภาพอย่างเข้าใจ”
"Better Together" เมื่อองค์กรโต คนต้องโตด้วย
ในแง่การบริหารและขับเคลื่อนองค์กรที่เปิดในไทยมานานกว่า 15 ปี ภัทราลักษณ์ นำวัฒนธรรม Family Business มาปรับใช้ โดยเน้นความรู้สึกของการเป็นเจ้าของร่วมกัน (Entrepreneurship) เน้นความใส่ใจ (Caring) ที่ไม่ใช่แค่การดูผลงาน แต่เป็นการดูแลไปถึงสุขภาวะของพนักงาน และการมอบอำนาจ (Empowerment)
เธอเชื่อว่า อายุไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับพลังกายและพลังใจ เคล็ดลับความสำเร็จในการบริหารงานของเธอ คือ การเปิดโอกาสให้พนักงานและทีมงานได้มีโอกาสลองผิดลองถูก เรียนรู้ และเติบโตไปพร้อมกับองค์กร ภายใต้หลักการ Better Together
“เราเชื่อว่าถ้าจะส่งพลังบวกไปให้คนอื่น คนส่งต้องมีพลังก่อน เรา Empower ให้พนักงานกล้าตัดสินใจ รับฟังเสียงของเขา และทำให้เขารู้สึกว่าอายุไม่ใช่ประเด็น พลังกายและพลังใจต่างหากคือส่วนหลัก บริษัทฯ และคนจะเติบโตไปด้วยกัน”
นิยามความสมดุล ไม่ใช่ Work-Life Balance แต่คือ Work-Life Harmony และเชื่อใน Priority
เมื่อพูดถึงการจัดการชีวิตและการทำงาน ภัทราลักษณ์ มีความเห็นที่แตกต่างและน่าสนใจเกี่ยวกับคำยอดฮิตอย่าง Work-Life Balance โดยเธอมองว่าชีวิตจริงนั้นซับซ้อนกว่าการแบ่งแยกเวลาแบบ 50/50
“คำว่า Work-Life Balance บางทีมันจะเอียงไปทางใดทางหนึ่งซะมากกว่า และมองว่ามันแบ่งแยกขาดจากกันไม่ได้ขนาดนั้น มันต้องผสานอยู่ด้วยกัน หรือ Work-Life Harmony สิ่งสำคัญคือเราต้องเข้าใจ Priority เช่น ต้อง Deliver งานให้ทัน Deadline ในขณะเดียวกัน เรามีภาระกิจส่วนตัว เราจะบริหารจัดการมันอย่างไร การจัดวางแผน Think long-term และสื่อสารกันในทีมคือทางออก”
ชาร์จแบตด้วยธรรมชาติ รับพลังจากคนรุ่นใหม่
เมื่อถามถึงวิธีชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวเองในวันที่เหนื่อยล้า ภัทราลักษณ์ เลือกใช้วิธีที่เรียบง่ายแต่ได้ผลจริง คือ การกลับไปหาธรรมชาติและการแลกเปลี่ยนพลังงานกับคนรอบข้าง เธอเล่าว่าพนักงานรุ่นใหม่ๆ มักเป็น Energizer ชั้นดีที่ช่วยฮีลใจเธอได้เสมอ
รวมถึงการทำ Grounding เพื่อคืนสมดุลให้ร่างกาย เช่น การเดินเท้าเปล่าบนหญ้า การเดินป่าเทรกกิ้ง หรือแม้แต่การเดินออกไปนอกตึกเพื่อ “รับแสงแดดธรรมชาติ” ช่วยปรับสมดุลชีวิตไม่ให้เหนื่อยล้าไปกับพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ ในห้องทำงานมากจนเกินไป ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกในการป้องกันภาวะหมดไฟ (Prevent Burnout) การ “ฟังร่างกายตัวเอง” และ “การใช้เวลากับครอบครัว” เสมือน “ที่ชาร์จพลัง” ที่ช่วยให้ได้ถอยออกมาจากการตัดสินใจเชิงธุรกิจ แล้วกลับไปมองภาพใหญ่ได้ชัดขึ้น
“แค่การเดินออกไปกินข้าวกลางวันนอกตึก ต่อให้ร้อนแต่เราได้อากาศข้างนอกบ้าง นั่นคือการรีเซ็ตตัวเองอย่างหนึ่ง รวมทั้งการให้เวลาอยู่กับตัวเองและครอบครัวคือสิ่งที่เราต้องจัดสรรให้มี”
ก้าวต่อไปของ Besins Healthcare "ความถูกต้อง" คือรากฐานของความยั่งยืน
ขณะที่เป้าหมายในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ภัทราลักษณ์ ต้องการขยายผลความสำเร็จจากกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ไปสู่ภาคประชาชนวงกว้าง โดยมีต้นแบบที่น่าสนใจ อาทิ อังกฤษ หรือเยอรมนี ที่รัฐบาลให้การสนับสนุนงบประมาณด้านฮอร์โมนบำบัด เพราะเชื่อว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อประสิทธิภาพในการทำงานของประชากร
เธอและทีมบริหารได้วางทิศทางไว้ 3 แกนหลักสำคัญ คือ 1. สร้างความน่าเชื่อถือทางการแพทย์ ด้วยการทำงานร่วมกับแพทย์และสมาคมวิชาชีพอย่างใกล้ชิด 2. ขยายการให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่สังคม เพื่อให้ “เข้าใจ” และสื่อสารเรื่องฮอร์โมนได้อย่างเหมาะสม และ 3. พัฒนาแนวทางการเข้าถึงผู้ป่วยและผู้บริโภคแบบ Patient-centric ให้ตอบโจทย์แต่ละเพศ และช่วงวัย ไปจนถึงการดูแลเชิงป้องกันด้าน Wellness และ Longevity
"Sustainability หรือความยั่งยืน ต้องเริ่มมาจากความถูกต้องก่อน เมื่อเราให้ข้อมูลที่ถูกต้องและส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ผลลัพธ์คือคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย ซึ่งจะทำให้อายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Health span & Longevity) นี่คือเป้าหมายที่เรามุ่งมั่นจะทำให้สำเร็จ"
นอกจากนี้ เนื่องในโอกาสวันสำคัญอย่าง วันฮอร์โมนโลก หรือ World Hormone Day 2026 (24 เมษายน ที่ผ่านมา) ทีมงาน Besins Healthcare (Thailand) เดินหน้าจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อตอกย้ำว่าสุขภาพฮอร์โมนคือเรื่องสำคัญในทุกช่วงชีวิต โดยเน้นการให้ข้อมูลผ่าน Digital Channels ทั้งเว็บไซต์, Facebook,YouTube และ Podcast ซึ่งมีจุดเด่น คือ Speaker ทุกคนเป็นหมอผู้เชี่ยวชาญที่ถ่ายทอดจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และประสบการณ์จริงกับคนไข้
"เป้าหมายของทีมเรา คือการทำให้ข้อมูลเรื่องฮอร์โมนเข้าถึงง่ายและไม่คลาดเคลื่อน ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเขินอาย ที่จะพูดถึงอีกต่อไป เพราะความถูกต้องนี่แหละ ที่จะส่งผลยั่งยืนต่อคุณภาพชีวิตของคนไทย เมื่อเราเข้าใจจังหวะชีวิต จัดลำดับความสำคัญได้ดี และมีสุขภาพฮอร์โมนที่สมดุล เราจะสามารถบริหารจัดการชีวิตได้เกินขีดจำกัด ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใดก็ตาม" เธอ กล่าวทิ้งท้ายด้วยความมุ่งมั่น
ภายใต้การนำของ ภัทราลักษณ์ คงถาวร ผู้บริหาร Besins Healthcare (Thailand) ไม่ได้เพียงแค่นำเสนอ บริการด้านการดูแล ฮอร์โมน เท่านั้น แต่กำลังทำหน้าที่เป็น "เพื่อนคู่คิด" ที่จะช่วยให้คนไทย ก้าวข้ามขีดจำกัดของอายุ ด้วยสมดุลฮอร์โมนที่ออกแบบได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน

