วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2569

Login
Login

แรงงานไทย 2026 รับมือ AI ดิสรัปต์ยังไง? แนะ 7 ทักษะฝึกไว้ไม่ตกงาน

แรงงานไทย 2026 รับมือ AI ดิสรัปต์ยังไง? แนะ 7 ทักษะฝึกไว้ไม่ตกงาน

ในวันที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่เพียงจินตนาการจากภาพยนตร์ไซไฟอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นกลไกพื้นฐานที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกอย่างสมบูรณ์ หากมองในมุมของ "แรงงานไทย" วันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าวัยทำงานกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญที่ท้าทายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ท่ามกลางกระแสความผันผวนทางเทคโนโลยีที่บีบให้ทุกคนต้องย้อนกลับมาตั้งคำถามสำคัญว่า ‘ทักษะที่เรามีในวันนี้ ยังมั่นคงพอสำหรับโลกวันพรุ่งนี้หรือไม่?’

เนื่องในโอกาสวันแรงงานแห่งชาติปี 2026 โจทย์ใหญ่ที่คนทำงานต้องตีให้แตก ไม่ใช่เพียงการเอาตัวรอดจากการถูกแทนที่ด้วย AI แต่คือการเร่งเปลี่ยนผ่านตัวเองจากแรงงานทักษะเดิม สู่การเป็นแรงงานยุคใหม่ที่สามารถทำงานสอดประสานไปกับความฉลาดของจักรกลได้อย่างไร้รอยต่อ

วันแรงงาน 2026: ปีแห่งความหวังหรือความกลัว?

“แรงงาน” ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนทุกๆ อุตสาหกรรม รวมถึงขับเคลื่อนประเทศให้ไปข้างหน้า แต่สำหรับปี 2026 นี้ บรรยากาศของการฉลองวันแรงงานกลับแฝงไปด้วยความตึงเครียดและความไม่แน่นอนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อแรงงานไทยไม่ได้เผชิญแค่ปัญหาค่าครองชีพเท่านั้น แต่กำลังเผชิญกับ "คลื่นยักษ์" ทางเทคโนโลยีอย่าง AI ที่เข้ามาเปลี่ยนนิยามการทำงานไปอย่างสิ้นเชิง

นอกจาก "ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว" จะเป็นปัจจัยให้ตลาดงานเกิดความผันผวนแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบรุนแรงไม่แพ้กันก็คือ ภาวะที่หลายอาชีพกำลัง "หมดอายุขัย" เพราะถูก AI และระบบอัตโนมัติ เข้ามาแทนที่ ทำให้คนทำงานจำนวนมากเริ่มรู้สึกถึงอาการตกขบวนและตามเทคโนโลยีใหม่ไม่ทัน

โจทย์ใหญ่ของวันแรงงานปีนี้จึงไม่ใช่แค่การเรียกร้องสิทธิ์ในรูปแบบเดิมๆ แต่คือการตั้งคำถามว่า วันนี้แรงงานไทยและผู้ประกอบการ จะปรับตัวอย่างไรในสมรภูมิ AI Disrupt เพื่อให้มั่นใจว่า "คนทำงาน" จะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในวันที่โลกหมุนด้วยอัตราเร่งเร็วกว่าที่เคย 

โลกหมุนเร็วขึ้น 30 เท่า! สถิติน่ากังวลของตลาดงานไทย

นักเศรษฐศาสตร์อย่าง ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ฉายภาพตลาดงานที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนว่า ในศตวรรษที่ 21 โลกการทำงานกำลังเคลื่อนตัวด้วยอัตราเร่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน อาชีพดั้งเดิมส่วนใหญ่อาจหายไปจากตลาดงาน

“โลกปัจจุบันหมุนเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 30 เท่า ส่งผลให้อาชีพส่วนใหญ่จะมีอายุอยู่ได้ไม่เกิน 10 ปี และบัณฑิตที่จบใหม่ในยุคนี้อาจต้องเปลี่ยนอาชีพถึง 6 ครั้งตลอดชีวิตการทำงาน

แรงงานไทย 2026 รับมือ AI ดิสรัปต์ยังไง? แนะ 7 ทักษะฝึกไว้ไม่ตกงาน ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว

คำเตือนของ ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ นั้นไม่เกินจริง เมื่อผลสำรวจจาก World Economic Forum (WEF) ระบุว่า ประเทศไทยมีแรงงานที่พร้อมรับโลกยุคใหม่เพียง 15% เท่านั้น เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ที่มีสูงถึง 50% นี่คือช่องว่างที่น่ากลัว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ  

ผลกระทบที่ตามมาก็คือ ทำให้แรงงานไทยเสียโอกาส เมื่อยังใช้ทักษะแบบเดิม ไม่มีทักษะใหม่ด้าน AI โอกาสในการสร้างตัวและเติบโตในสายอาชีพก็ถูกจำกัดลงอย่างมาก ดังนั้น หากอยากอยู่รอดก็จำเป็นต้องฝึกใช้ AI ให้เชี่ยวชาญเพราะมันเปรียบเหมือนอาวุธทรงพลังของวัยทำงานเลยทีเดียว

“AI เป็นเสมือนดาบไลท์เซเบอร์ (อาวุธที่ทรงพลัง) ของเจไดใน Star Wars คนที่ไม่เคยฝึกฟันดาบเลยก็คงทำอะไรไม่ได้มาก แต่คนที่ฝึกฝนใช้ดาบนั้นอย่างดี เขาก็จะเก่งขึ้นไปอีก ดังนั้น AI จะทรงพลังที่สุดก็ต่อเมื่ออยู่ในมือของคนที่มีทักษะพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่คนที่หวังจะให้มันทำงานแทนทุกอย่าง”

แรงงานไทย 2026 รับมือ AI ดิสรัปต์ยังไง? แนะ 7 ทักษะฝึกไว้ไม่ตกงาน

AI ในวันนี้ คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของตลาดแรงงานไทย

ในฝั่งของภาคเอกชน ดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK ได้สะท้อนมุมมองว่า AI ไม่ใช่เรื่องของทักษะอนาคตอีกต่อไป แต่มันคือ “โครงสร้างพื้นฐาน” ของโลกการทำงานยุคปัจจุบันไปแล้ว มีหลายองค์กรในไทยเริ่มใช้งาน AI อย่างกลมกลืนไปพร้อมกับแรงงานคน

“ในมุมความพร้อมในการใช้ AI ขององค์กรในไทย ยังมีความแตกต่างกันตามขนาดของอุตสาหกรรมและองค์กร เราเริ่มเห็นการใช้งานที่ชัดเจนในงานของแผนก HR และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในองค์กรขนาดใหญ่ ส่วนองค์กรขนาดกลาง ขนาดเล็ก ยังอยู่ในช่วงทดลองใช้ และเรียนรู้ว่าจะนำมาปรับใช้อย่างไรให้คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด”

ดวงพร เล่าให้เห็นภาพใหญ่ต่อไปว่า ตลาดแรงงานไทยกำลังอยู่ใน "ช่วงกลางของการเปลี่ยนผ่าน" โดย AI เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบงานและทักษะที่ต้องการอย่างมีนัยสำคัญผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ การสรรหาบุคลากร: องค์กรใช้ AI คัดกรองเรซูเม่และวิเคราะห์ความเหมาะสม, พฤติกรรมผู้สมัครงาน: คนหางานเริ่มคาดหวังการแนะนำอาชีพแบบเฉพาะเจาะจงตามทักษะของตนเอง, ความคาดหวังด้านทักษะการทำงานร่วมกับ AI กลายเป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกคนต้องมี 

เมื่อถามถึงงานที่ได้รับผลกระทบจาก AI ชัดเจนที่สุดคือสายงานใด? ดวงพร ให้คำตอบว่า มักเป็นกลุ่มงานที่มีรูปแบบซ้ำๆ ใช้กฎเกณฑ์ชัดเจน และเกี่ยวข้องกับข้อมูลจำนวนมาก เช่น งานบริการลูกค้าขั้นพื้นฐาน (FAQ) ที่ถูกแทนที่ด้วยแชตบอต, งานคีย์ข้อมูล จากเดิมที่พนักงานต้องกรอกด้วยมือแต่ตอนนี้ระบบอัตโนมัติทำได้แม่นยำกว่า หรือแม้แต่ "งานเขียนเนื้อหามาตรฐาน" ที่ AI สามารถร่างฉบับเบื้องต้นได้รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ถูกลดความสำคัญลงเป็นเพียง "ชุดงานย่อย" มากกว่าการหายไปทั้งตำแหน่งงาน 

การปรับตัวของแรงงาน และการมาถึงของ Gen Z ในโลกงานใหม่

อีกแง่มุมหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ก็คือ โลกทำงานยุคนี้เริ่มเกิดเทรนด์ใหม่ๆ เกิดนิยามการทำงานใหม่ที่มีความยืดหยุ่นสูงขึ้น ทั้งในแง่รูปแบบการจ้างงาน (พาร์ตไทม์, ฟรีแลนซ์, สัญญาจ้างระยะสั้น) และการที่วัยทำงานมองหางานที่ตรงกับคุณค่าชีวิตของตนเองมากขึ้น ดวงพรชี้ให้เห็นว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้า ตลาดแรงงานจะขับเคลื่อนด้วย "ชุดทักษะ" เป็นหลัก ไม่ใช่ตีกรอบอยู่กับใบปริญญาหรือชื่อตำแหน่งงานใหญ่โต

ในขณะเดียวกัน การมาถึงของวัยทำงานรุ่นใหม่อย่าง Gen Z ก็ทำให้วัฒนธรรมการทำงานในออฟฟิศหลายแห่งเริ่มปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย เนื่องจากพวกเขามีจุดแข็งในฐานะ Digital Native ที่เปิดรับเทคโนโลยีและ AI ได้อย่างรวดเร็ว และให้ความสำคัญกับ "ความหมายของงาน" ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มตลาดแรงงานยุคใหม่

แต่ขณะเดียวกัน เมื่อมีพนักงานหลายเจนเนอเรชันอยู่รวมกัน ก็เกิดความท้าทายหลายๆ อย่างในที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็น พนักงานรุ่น Gen Z คาดหวังความก้าวหน้ารวดเร็ว, พนักงานต่างเจนเนอเรชัน จะต้องบริหารจัดการให้สื่อสารหรือทำงานร่วมกันได้ให้ราบรื่น, ความยืดหยุ่นทางอารมณ์เมื่อเผชิญกับความไม่แน่นอน ฯลฯ องค์กรจึงควรออกแบบระบบการทำงานที่เอื้อต่อการโค้ชและให้โอกาสลงมือทำจริงเพื่อให้ Gen Z เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน AI อย่างสร้างสรรค์

แรงงานไทย 2026 รับมือ AI ดิสรัปต์ยังไง? แนะ 7 ทักษะฝึกไว้ไม่ตกงาน ดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK

เปิด 7 ทักษะยุคใหม่ กุญแจสู่การอยู่รอดของแรงงานไทย

เชื่อว่าวัยทำงานต่างรู้ดีว่า ในยุคที่ AI อาจแย่งงานเราได้ทุกเมื่อ หากต้องการอยู่รอดก็ต้องเริ่มอัปสกิลได้แล้ว แต่ลึกๆ ลงไป หลายคนกลับยังไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหนดี? สำหรับพนักงานที่ต้องการเริ่มต้นปรับตัว ดวงพร ได้ให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติไว้ว่า 

“คนทำงานควรเริ่มใช้ AI ช่วยในงานที่ทำซ้ำๆ บ่อยๆ เช่น การร่างอีเมลหรือสรุปการประชุม และฝึกการตั้งคำถามหรือ Prompt ให้ชัดเจนโดยระบุบริบทที่ครบถ้วน ให้ AI เป็นเพียง ‘ผู้ช่วยคิด’ ในร่างเบื้องต้น แต่เราต้องใช้ทักษะและวิจารณญาณในการตรวจสอบและตัดสินใจในขั้นสุดท้ายเสมอ ที่สำคัญ..ต้องตระหนักถึงเรื่องจริยธรรมและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลควบคู่ไปด้วย”

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า คนทำงานควรพัฒนาตนเองไปในทิศทางไหน หัวเรือใหญ่ Jobsdb by SEEK ได้ให้คำแนะนำว่า ควรเริ่มจากทักษะสำคัญ 2 กลุ่มทักษะหลัก (Digital & Data Skills และ Soft Skills) ที่วัยทำงานยุคนี้ต้องมีควบคู่กัน โดยแบ่งย่อยได้เป็น 7 ทักษะสำคัญ ดังนี้ 

1. ทักษะพื้นฐาน AI และเครื่องมือดิจิทัล

ทักษะนี้เป็นกลุ่มทักษะด้าน Digital & Data Skills หากมีทักษะนี้ ก็เหมือนการมี "เครื่องทุ่นแรง" ช่วยให้คุณทำงานได้เร็วและแม่นยำขึ้น ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดได้ แต่ต้องรู้ว่า AI ทำอะไรได้บ้าง และรู้ว่าจะหยิบเครื่องมือตัวไหนมาช่วยเบาแรงในงานประจำวัน เช่น การใช้ Generative AI ช่วยร่างเอกสาร หรือช่วยหาไอเดียการทำงาน เป็นต้น

2. ทักษะวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ 

ในยุคที่มีข้อมูลมหาศาล ทักษะการอ่านข้อมูลและแปลความหมายเพื่อเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับธุรกิจ กลายเป็นสิ่งที่นายจ้างต้องการอย่างมาก

3. ทักษะเรียนรู้เร็วและปรับตัวเร็ว

ความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวสู่โลกดิจิทัล (Digital Agility) คือทักษะในการ "เรียนรู้เร็ว" เมื่อมีซอฟต์แวร์หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา คุณสามารถทำความเข้าใจ และนำเทคโนโลยีนั้นมาประยุกต์ใช้กับงานได้ทันที โดยไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง

4. ทักษะการทำงานร่วมกับคนหลายเจน

ถัดมาเป็นกลุ่มทักษะมนุษย์หรือ Soft Skills ที่เราควรพัฒนาให้มากขึ้นเช่นกัน เริ่มจาก ทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกับคนหลากหลายเจนเนอเรชัน  ในขณะที่ AI สื่อสารตามคำสั่ง แต่มนุษย์ต้องใช้ทักษะการเจรจา การโน้มน้าวใจ และการประสานความร่วมมือระหว่างเพื่อนร่วมงานที่แตกต่างกันทั้งอายุและทัศนคติ ทักษะนี้สำคัญมาก เพราะ AI ยังเลียนแบบได้ยาก และเป็นตัวชี้วัดความแตกต่างระหว่าง "พนักงานทั่วไป" กับ "พนักงานเชิงกลยุทธ์" 

5. ทักษะการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาที่ซับซ้อน

การคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) คนเรายังเหนือกว่า AI เพราะ AI เก่งในการหาคำตอบจากข้อมูลที่มีอยู่ แต่มนุษย์เก่งกว่าในแง่การตั้งคำถามและแก้ปัญหาที่ไม่มีรูปแบบตายตัว หรือแก้ปัญหาที่มีเรื่องของอารมณ์และบริบทสังคมเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น หากเราฝึกทักษะนี้ให้เชี่ยวชาญก็ยิ่งเป็นที่ต้องการของนายจ้าง

6. ทักษะความคิดสร้างสรรค์

ความคิดสร้างสรรค์และการมองภาพรวม จะช่วยให้วัยทำงานเกิดการเชื่อมโยงจุดที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกัน ให้กลายเป็นนวัตกรรมใหม่ หรือการวางแผนกลยุทธ์ที่มองข้ามช็อตไปในอนาคต สิ่งนี้ยังคงเป็นจุดแข็งที่มนุษย์ทำได้ดีกว่า AI เช่นกัน

7. ทักษะความเห็นอกเห็นใจ

ภาวะผู้นำ ความเห็นอกเห็นใจ และการบริหารการเปลี่ยนแปลง ถือเป็นอีกหนึ่งทักษะที่วัยทำงานยุคนี้ควรมี เพราะการเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า รวมถึงการสร้างขวัญและกำลังใจในช่วงที่องค์กรต้องปรับตัว เป็นสิ่งที่หุ่นยนต์ไม่มีวันทำแทนได้

แรงงานไทย 2026 รับมือ AI ดิสรัปต์ยังไง? แนะ 7 ทักษะฝึกไว้ไม่ตกงาน

องค์กร-ผู้บริหาร ระวัง! อย่าใช้ AI แทนคนเพื่อลดต้นทุน

นอกจากในมุมลูกจ้างแล้ว ทางฝั่งของผู้ประกอบการ ผู้นำองค์กร และเจ้าของกิจการ ก็ต้องเร่งปรับตัวในโลกยุค AI ดิสรัปต์เช่นกัน แต่ระวัง! อย่าใช้ AI เพื่อลดต้นทุนอย่างเดียว ประเด็นนี้ดวงพรมองว่า หากผู้นำองค์กรมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือลดต้นทุนนั่นคือกับดักที่น่ากลัว และอาจขัดขวางการเติบโตในระยะยาว เพราะสุดท้ายแล้วการลงทุนใน "บุคลากร" คือคำตอบเดียวที่ถูกต้อง

“องค์กรที่ใช้ AI เพื่อลดต้นทุนอย่างเดียว อาจได้ผลลัพธ์เชิงตัวเลขระยะสั้น แต่อาจเสียโอกาสด้านนวัตกรรมและความผูกพันของพนักงาน ในขณะที่องค์กรที่ทบทวนและปรับบทบาทหน้าที่ของพนักงาน และลงทุนในทักษะของคน มีแนวโน้มจะเป็นผู้ชนะในยุค AI มากกว่า”

องค์กรที่มองการณ์ไกล จะเลือกการ ‘เปลี่ยนบทบาทคน’ (Redeploy) มากกว่าการลดคน เพราะทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพยังคงขาดแคลน ทั้งนี้ เพื่อให้พนักงานปรับตัวได้ทันและไม่ตกขบวน คุณดวงพรเสนอแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการไว้ว่า 

“นายจ้างควรจัดโครงการอัปสกิลที่นำไปใช้ได้จริง โดยผนวกการเรียนรู้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเวลางาน ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นภาระนอกเวลาของพนักงานเพียงอย่างเดียว และต้องมองให้ออกว่างานส่วนใดที่ AI ช่วยได้ ก็ใช้ AI ทำ แล้วขยับพนักงานไปทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรืองานด้านการคิดวิเคราะห์แทน

นอกจากนี้ การสื่อสารที่โปร่งใสถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อลดความกลัวของพนักงานว่า AI จะมาแทนที่ และการปรับทัพการทำงานใหม่ ก็จะช่วยให้พนักงานเห็นภาพเส้นทางอาชีพใหม่ๆ ในองค์กรได้อย่างชัดเจน”

แรงงานไทย 2026 รับมือ AI ดิสรัปต์ยังไง? แนะ 7 ทักษะฝึกไว้ไม่ตกงาน

AI อาจไม่ใช่ผู้ร้าย แค่คือตะแกรงคัดกรอง ผู้ชนะ-ผู้แพ้ ในตลาดงาน

ในท้ายที่สุด ดวงพรมองว่า AI อาจไม่ใช่ผู้ร้ายที่จะมาแย่งงานคน แต่เป็นตัวเปลี่ยนเกมแรงงานไทย จากตลาดที่เน้นปริมาณและต้นทุน ไปสู่ตลาดที่เน้นทักษะและคุณภาพมากขึ้น งานบางส่วนจะถูกจัดโครงสร้างใหม่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เปิดโอกาสให้คนที่พร้อมเรียนรู้ก้าวสู่บทบาทที่สูงขึ้นทั้งในด้านรายได้และความหมายของงาน

วัยทำงานที่จะเป็น “ผู้ชนะ” ในตลาดแรงงานยุค AI ได้นั้น จะต้องเป็นคนที่มอง AI เป็น "โอกาส" พร้อมพัฒนาทักษะมนุษย์ควบคู่ไปกับทักษะด้านเทคโนโลยี พร้อมไปกับการรู้จักใช้ AI เป็นเครื่องมือเสริมศักยภาพการทำงาน ไม่ใช่เพียงเครื่องมือลดต้นทุน

ในขณะเดียวกัน หากใครที่ไม่ยอมปรับตัว หยุดนิ่ง ไม่เริ่มลงทุนในทักษะใหม่ และยังยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ ในโลกที่หมุนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ก็อาจกลายเป็น “ผู้แพ้” ในยุค AI ดิสรัปต์ ซึ่งเชื่อว่าไม่มีใครอยากเป็นผู้แพ้ในสนามนี้แน่นอน

ดังนั้น หากวัยทำงานยอมรับและปรับตัวให้ทันโลก การใช้ AI ก็เหมือนการมีคู่หูคนสำคัญ นอกจากช่วยทำงานซ้ำซากของเราได้แล้ว ยังช่วยยกระดับให้มนุษย์ไปโฟกัสในสิ่งที่มนุษย์ทำได้ดีที่สุด นั่นคือการสร้างสรรค์ การตัดสินใจ และการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น เพื่อนำไปสู่อนาคตการทำงานที่ยั่งยืนและมีคุณภาพสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง