วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

หางานไม่ได้อย่าโทษตัวเอง วิจัยชี้ จ้างงานพัง AI ทำพิษ งานผีเพียบ!

หางานไม่ได้อย่าโทษตัวเอง วิจัยชี้ จ้างงานพัง AI ทำพิษ งานผีเพียบ!

ในช่วงปีที่ผ่านมา เหล่าคนหางานต่างรู้สึกว่าตลาดแรงงานกำลังเข้าสู่ภาวะ "ใจร้าย" อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยเฉพาะในปี 2026 ผู้สมัครงานกำลังเผชิญฝันร้ายเมื่อถูก ‘นายจ้างเท ทุบสถิติพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด ซึ่งเป็นผลพวงจากการใช้ AI ปั่นใบสมัครจนล้นระบบ ด้านเจ้าหน้าที่ HR คัดคนไม่ไหว ขณะที่ฝั่งบริษัทเองก็เริ่มใช้กลยุทธ์ ‘งานผี’ โพสต์ตำแหน่งว่างที่ไม่มีอยู่จริงเพื่อปั้นภาพลักษณ์องค์กร ภาพรวมตลาดงานแย่ลงมาก ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้สมัครงานดิ่งลงเหว

มีวัยทำงานหลายคนที่ส่งใบสมัครเป็นร้อยเป็นพันครั้ง แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากผู้จ้างงาน จนบางส่วนต้องใช้วิธีแหวกแนวเพื่อดึงดูดความสนใจจากนายจ้าง ข้อมูลล่าสุดจากรายงานของ Criteria บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการทดสอบก่อนจ้างงาน ยืนยันว่าความรู้สึกนี้ไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเอง เพราะอัตราการที่ผู้จัดการจ้างงาน "เงียบหาย" (Ghosting) ใส่ผู้สมัครพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

โดยในปีล่าสุดมีผู้สมัครงานถึง 53% ที่ระบุว่าโดนเทหลังจากยื่นใบสมัคร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 3 ปี เมื่อเทียบกับปี 2025 (48%) และปี 2024 (38%)

AI ทำให้ใบสมัคร ‘ไร้ราคา’ ปริมาณท่วมท้นจนคัดกรองไม่ไหว

จอร์จ มิลเล็ต (Josh Millet) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Criteria ให้สัมภาษณ์กับ Fortune ว่า สาเหตุหลักของปรากฏการณ์นี้ไม่ได้มาจากความหละหลวมของฝ่ายสรรหาทรัพยากรบุคคลเสียทีเดียว แต่เกิดจากกระบวนการสรรหาที่ "ไร้ประสิทธิภาพ" เนื่องจากตลาดงานยุคนี้มีปริมาณใบสมัครพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล โดยมี AI เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ผู้สมัครสามารถปรับแต่งเรซูเม่และส่งใบสมัครจำนวนมากได้ในพริบตา

เมื่อสมัยนี้ทุกคนใช้ AI ปรับแต่งประวัติจนดูดีและสมบูรณ์แบบไปหมด เรซูเม่ที่เคยเป็นมาตรฐานหลักในการคัดคน เริ่มขาดน้ำหนักและดูน่าเชื่อถือน้อยลง เพราะใครๆ ก็สามารถใช้ AI ปรุงแต่งประวัติให้สวยหรูได้เหมือนกันหมด ผู้ว่าจ้างไม่สามารถแยกแยะได้ว่าใครคือ "ตัวจริง" ในกองใบสมัครที่ถูกขัดเกลามาอย่างสวยหรู

ผลที่ตามมาคือเหล่ารีครูทเตอร์ต้องแบกรับภาระหนักเกินไป ระบบคัดกรองเริ่มเชื่อถือไม่ได้ และการสื่อสารกับผู้สมัครจึงถูกตัดขาดไปโดยปริยาย ซึ่ง มิลเล็ต มองว่านี่ไม่ใช่เรื่องเจตนาที่จะเมินเฉย แต่เป็นเพราะระบบการจ้างงานแบบเดิมๆ วิ่งตามพฤติกรรมการสมัครงานยุคใหม่ไม่ทัน

‘งานผี’ (Ghost Jobs) ตัวการทำลายความหวังของคนหางาน

อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความเจ็บปวดให้กับคนรุ่นใหม่คือการถาโถมของ "งานผี" หรือการประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งงานที่ไม่มีการจ้างงานจริง รายงานจาก MyPerfectResume ในปี 2024 ระบุข้อมูลที่น่าตกใจว่า รีครูทเตอร์กว่า 81% ยอมรับว่า บริษัทของตนมีการโพสต์ตำแหน่งงานที่ไม่มีอยู่จริง หรือเป็นตำแหน่งที่ได้คนไปนานแล้ว

เหตุผลเบื้องหลังการโพสต์งานทิพย์เหล่านี้มีหลายมิติ ตั้งแต่การโพสต์เพื่อรักษาชื่อบริษัทให้ปรากฏอยู่ในบอร์ดหางาน (38%) การทดสอบประสิทธิภาพของประกาศรับสมัคร (36%) ไปจนถึงการแอบส่องความเคลื่อนไหวของคู่แข่งในตลาด (26%)

แต่สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ การใช้ตำแหน่งงานว่างเพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าองค์กรยังคงแข็งแกร่งและมีการเติบโตตลอดเวลา แม้ในความเป็นจริงจะมีการระงับการจ้างงาน (Hiring Freeze) อยู่ก็ตาม

ความเชื่อมั่นขาดสะบั้น แรงงานยุค AI หางานยากจนใจพัง

จัสมีน เอสกาเลรา (Jasmine Escalera) ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีพจาก MyPerfectResume ให้ความเห็นว่า กลยุทธ์การสร้างภาพลักษณ์ของบริษัทผ่านการโพสต์งานทิพย์ หรืองานผีกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพจิตใจของผู้สมัครงาน โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่กำลังพยายามสร้างเนื้อสร้างตัว คำบอกเล่าอย่าง “ผมเหนื่อย” “ผมซึมเศร้า” หรือ “ผมสิ้นหวัง” กลายเป็นคำพูดที่พบได้บ่อยในกลุ่มคนหางานยุคนี้

ความพยายามขององค์กรที่ต้องการแสดงให้โลกเห็นว่า "เรายังโอเคและเติบโตอยู่" เพื่อรักษาผลกำไรและชื่อเสียง กลายเป็นการทำลายความเชื่อถือที่คนทำงานมีต่อองค์กรอย่างถาวร เพราะเมื่อความทุ่มเทในการหางานถูกตอบแทนด้วยความเงียบและการหลอกลวง ความศรัทธาในระบบการทำงานจึงค่อยๆ เสื่อมลงและหายไป

พูดได้ว่าวิกฤติ Ghost Job และการโดนนายจ้างเทผู้สมัครที่พุ่งสูงขึ้นในปี 2026 กำลังสะท้อนให้เห็นว่า ในโลกที่ AI ช่วยให้ทุกอย่างดูง่ายขึ้น กลับทำให้การค้นหา "ความจริงใจ" ในตลาดแรงงานกลายเป็นเรื่องยากกว่าเดิม องค์กรที่มุ่งเน้นแต่ตัวเลขและภาพลักษณ์บนหน้ากระดาษ จะยิ่งสูญเสียทรัพยากรที่สำคัญที่สุดไป นั่นคือ ความไว้วางใจจากคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในอนาคต

ในวันที่ AI มาปั่นปวนโลกการทำงาน จนไม่มีใครสามารถตอบคำถามง่ายๆ อย่าง "ผมมีสิทธิ์ได้งานนี้ไหม?" ได้อย่างตรงไปตรงมา เราควรย้อนกลับมาทบทวนหรือไม่ว่า... สุดท้ายแล้ว "หัวใจ" ของการจ้างงานคืออัลกอริทึมที่แม่นยำ หรือคือความสัมพันธ์ที่ซื่อสัตย์ระหว่างมนุษย์ด้วยกันแน่?

 

 

อ้างอิง: Fortune, CriteriaCorpMyperfectResume