ไม่ว่าจะเปลี่ยนที่ทำงานมากี่แห่งก็ตาม เชื่อว่าวัยทำงานหลายคนคงเคยสังเกตเห็นว่า “คนในออฟฟิศ” มักมีรูปแบบหรือลักษณะซ้ำๆ กันอย่างน่าประหลาด บางคนเป็นผู้นำโดยธรรมชาติ บางคนปรับตัวเก่ง ขณะที่บางคนเงียบแต่คุมเกมทั้งทีม ยิ่งในโลกการทำงานทุกวันนี้ที่มีปัจจัยต่างๆ มาผลักให้การทำงานต้องเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นทุกวัน หลายองค์กรก็ยิ่งให้ความสำคัญกับ “คน” มากพอๆ กับ “ผลงาน” เพราะสิ่งที่ทำให้งานเดินหน้าได้จริง ไม่ใช่แค่ระบบหรือกระบวนการ แต่คือความหลากหลายของคนในทีม
..ที่น่าสนใจคือ คนทำงานแต่ละประเภทเหล่านี้ไม่ได้วนมาเจอกันโดยบังเอิญ แต่เป็น “แพทเทิร์นของบุคลิก” ที่มักปรากฏซ้ำในแทบทุกองค์กร และกำลังกลายเป็นสิ่งที่หลายบริษัทพยายามทำความเข้าใจมากขึ้น
เพราะเมื่อเข้าใจว่าคนแต่ละแบบคิดและทำงานอย่างไร การทำงานร่วมกันก็จะไม่ใช่แค่ “อยู่ให้รอด” แต่สามารถนำไปสู่การดึงศักยภาพของกันและกันออกมาได้อย่างแท้จริง มากไปกว่านั้น..บุคลิกภาพของพนักงานแต่ละคนที่แตกต่างกัน เป็นเหมือนภาพสะท้อนของวิธีคิด วิธีทำงาน และวิธีรับมือกับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน และเมื่อมองให้ลึกลงไปคุณจะพบว่า ทุกคาแรกเตอร์ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของทีม
กรุงเทพธุรกิจ ชวนไปไปรู้จัก 7 บุคลิกพนักงานที่พบได้จริงในทุกองค์กร พร้อมชวนมองให้ลึกลงไปว่า ความแตกต่างเหล่านี้คือกุญแจสำคัญของการทำงานเป็นทีม เพราะพนักงานแต่ละประเภทก็มีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันไป ดังนี้
“พนักงานแบบสิงโต” คนที่พร้อมนำ และพร้อมแบก
ในทุกองค์กร มักจะมีคนหนึ่งที่ไม่ต้องรอให้ใครมอบหมายบทบาท แต่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำได้โดยอัตโนมัติ คนแบบนี้เปรียบได้กับ “สิงโต”
พวกเขาเป็นคนที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ กล้าตัดสินใจ และมักจะเป็นคนแรกที่ลุกขึ้นมารับผิดชอบเมื่อสถานการณ์เริ่มสั่นคลอน ไม่ว่าจะเป็นโปรเจกต์ที่ใกล้เดดไลน์ ปัญหาที่ไม่มีใครอยากแตะ หรือความวุ่นวายที่ต้องการใครสักคนมาจัดระเบียบ
พนักงานแบบสิงโตคือคนที่จะ “ไม่ปล่อยให้งานพัง” และมักเป็นความหวังของทีมในช่วงเวลาวิกฤติ พลังของพวกเขาสามารถสร้างแรงผลักดันให้ทั้งทีมเดินหน้าต่อได้ แม้ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะไปไม่รอด
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความเป็นผู้นำที่เข้มข้นก็อาจกลายเป็นแรงกดดันสำหรับคนรอบข้างได้เช่นกัน โดยเฉพาะกับคนที่มีบุคลิกเงียบหรือไม่ถนัดแสดงออก นอกจากนี้ การที่สิงโตมักแบกรับทุกอย่างไว้เอง ยังทำให้พวกเขาเสี่ยงต่อการทำงานหนักเกินไป จนหมดไฟโดยไม่รู้ตัว
“พนักงานแบบกิ้งก่า” คนที่อยู่เป็นในทุกสถานการณ์
ตรงกันข้ามกับสิงโตที่โดดเด่น สำหรับพนักงานแบบกิ้งก่าแล้ว มักเป็นคนที่ปรับตัวได้กลมกลืนอย่างแนบเนียนในทุกสถานการณ์ พวกเขาอาจไม่ใช่คนที่เสียงดังที่สุดในห้อง แต่กลับเป็นคนที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด
ไม่ว่าเขาหรือเธอจะถูกโยกย้ายไปทำงานกับทีมใหม่ เปลี่ยนบทบาทการทำงานใหม่ หรือเจอกับสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย ชาวกิ้งก่าในออฟฟิศมักสามารถตั้งหลักและทำงานต่อได้โดยไม่สร้างความวุ่นวายให้ทีม
จุดเด่นคือความสามารถในการอ่านสถานการณ์และการเข้าใจผู้คนได้ดี ทำให้พวกเขากลายเป็น “ตัวกลาง” ที่ช่วยเชื่อมโยงทีมเข้าด้วยกันได้อย่างนุ่มนวล นอกจากนี้ พวกเขายังสามารถทำงานกับคนหลากหลายสไตล์ และปรับวิธีสื่อสารให้เข้ากับแต่ละคนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม ความยืดหยุ่นที่มากเกินไปก็อาจกลายเป็นจุดอ่อน เพราะการตอบรับทุกอย่างโดยไม่ปฏิเสธ อาจทำให้กิ้งก่าต้องแบกรับงานมากเกินความจำเป็น และที่หนักว่านั้น คือ หากไม่ระวังก็อาจค่อยๆ สูญเสียตัวตนของตัวเองไปโดยไม่รู้ตัว
“พนักงานแบบโลมา” คนที่ทำให้ไอเดียใหม่เกิดขึ้นจริง
ในการทำงานเป็นทีมบ่อยครั้งก็เต็มไปด้วยความกดดัน แต่ขณะเดียวกันก็จะมีคนบางคนที่สามารถทำให้บรรยากาศการทำงานผ่อนคลายลงได้ พร้อมกับนำเสนอไอเดียใหม่ๆ ที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดคิด คนทำงานแบบนี้เปรียบได้กับ “โลมา” ซึ่งเป็นทั้งนักคิดสร้างสรรค์และผู้เชื่อมโยงทางอารมณ์
โลมามักเป็นคนที่มีความเข้าใจคนสูง พวกเขารับรู้ได้ถึงความตึงเครียดในห้องประชุม และสามารถเปลี่ยนบทสนทนาที่หนักหน่วงให้กลายเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างและสร้างสรรค์มากขึ้น ไอเดียของพวกเขาอาจดูแปลกมากในตอนแรก แต่บ่อยครั้งความแปลกนั้น ก็สามารถกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแนวทางการทำงานใหม่ๆ หรือวิธีคิดงานใหม่ๆ ที่ทีมไม่เคยนึกถึงมาก่อน
อย่างไรก็ตาม ความคิดสร้างสรรค์ที่ล้นหลามก็อาจทำให้เกิดความท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อทีมต้องการความชัดเจนและโครงสร้างที่เป็นรูปธรรม โลมาอาจหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของ “วิสัยทัศน์” มากเกินไป จนลืมรายละเอียดในทางปฏิบัติ
“พนักงานแบบปลา” ทำงานเงียบๆ แต่มองงานลึกได้มากกว่าใคร
ในขณะที่พนักงานบางคนโดดเด่นด้วยการแสดงออก แต่พนักงานประเภทปลากลับเป็นตัวแทนของคนที่ทำงานอย่างเงียบๆ แต่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในทีม
พวกเขาอาจไม่ใช่คนที่พูดมากหรือแสดงความเห็นบ่อย แต่เป็นคนที่สังเกตทุกอย่างอย่างละเอียด ทั้งอารมณ์ของทีม บรรยากาศในที่ประชุม ไปจนถึงสัญญาณเล็กๆ ที่บ่งบอกว่าปัญหากำลังก่อตัว
ปลาเป็นเหมือน “เรดาร์” ของทีม ที่ช่วยให้ทุกคนหลีกเลี่ยงความขัดแย้งหรือปัญหาที่อาจบานปลายได้ในอนาคต ความนิ่งและความใจเย็นของพวกเขาทำให้ทีมมีเสถียรภาพ และช่วยรักษาสมดุลในช่วงเวลาที่สถานการณ์ไม่แน่นอน
แต่ในขณะเดียวกัน ความไม่ชอบออกหน้าอาจทำให้เสียงของพวกเขาไม่ถูกได้ยิน ไม่มีคนเห็นผลงาน ทั้งที่หลายครั้ง มุมมองของพวกเขาคือสิ่งที่ทีมต้องการมากที่สุด
“พนักงานแบบไก่” คนพลังงานสูง ผลักให้ทีมขยับโดยไม่ลังเล
ในทุกๆ ทีมมักจะมีคนอยู่ประเภทที่ไม่ชอบอยู่นิ่ง และมักเป็นคนแรกที่ผลักดันให้งานทุกอย่างเริ่มต้น จะไม่มัวรีๆ รอๆ จนงานเริ่มไม่ได้สักที คนทำงานแบบนี้คือ “พนักงานแบบไก่” ซึ่งเต็มไปด้วยพลังงานในการทำงาน มีความกระตือรือร้นสูง และความพร้อมที่จะลงมือทำทันที
พวกเขาจะไม่รอให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เชื่อว่าการลงมือทำคือวิธีที่ดีที่สุดในการขับเคลื่อนงานให้ไปข้างหน้า โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทีมลังเลหรือหยุดชะงัก พนักงานแบบไก่คือคนที่ช่วยสร้างโมเมนตัม ทำให้โปรเจกต์เดินหน้า และกระตุ้นให้คนอื่นลุกขึ้นมาทำตาม
อย่างไรก็ตาม ความรวดเร็วและการตอบสนองที่ไว อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อยังไม่ได้พิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบ หรือเมื่อความกังวลเล็กๆ ถูกขยายจนกลายเป็นเรื่องใหญ่
“พนักงานแบบนกแก้ว” สีสันของออฟฟิศ และตัวเชื่อมความสัมพันธ์
ในทุกที่ทำงาน มักมีคนที่ทำให้บรรยากาศไม่ตึงเครียดจนเกินไป คนที่รู้จักทุกคน และสามารถพูดคุยได้กับทุกฝ่าย นั่นคือ “นกแก้ว” ผู้มีพลังทางสังคมสูง และเป็นตัวกลางที่ทำให้ความสัมพันธ์ในทีมแน่นแฟ้นขึ้น
พวกเขาไม่เพียงแค่สื่อสารเก่ง แต่ยังช่วยกระจายข้อมูล เชื่อมโยงผู้คน และสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในทีม ในหลายสถานการณ์นกแก้วคือคนที่ช่วยคลี่คลายความตึงเครียด และทำให้การทำงานร่วมกันราบรื่นขึ้น
แต่ในอีกมุมหนึ่ง หากขาดการจัดการที่ดี พวกเขาอาจใช้เวลาไปกับการพูดคุยมากเกินไป จนกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน งานเดินช้า และงานอาจไม่เสร็จตามกำหนด เป็นต้น
“พนักงานแบบช้าง” คนที่นำพาทีมไม่ให้พลาดในระยะยาว
ท่ามกลางความเร่งรีบของโลกการทำงาน ช้างคือคนที่เลือกจะ “ช้าลงเพื่อความแม่นยำ” พวกเขาเป็นนักคิดเชิงกลยุทธ์ ที่อาศัยประสบการณ์และการสังเกตอย่างลึกซึ้งในการตัดสินใจ
คนทำงานประเภทช้าง มักจะไม่รีบร้อนทำทุกอย่าง แต่ทุกการตัดสินใจมักมีเหตุผลรองรับอย่างรอบด้าน ทำให้ทีมสามารถหลีกเลี่ยงความผิดพลาดใหญ่ๆ ได้
พวกเขาคือคนที่ทีมเชื่อใจในระยะยาว และมักเป็นเสาหลักที่ช่วยให้โปรเจกต์เดินหน้าอย่างมั่นคง แม้บางครั้งจะถูกมองว่าช้า แต่ในความเป็นจริง พวกเขากำลังเลือก “ทำให้ถูก” มากกว่าทำให้เร็ว
หากมองในเชิงโมเมนตัมของทีม การที่มีสมาชิกในทีมแตกต่างหลากหลาย นั่นคือพลังที่แท้จริงของการทำงาน เมื่อมองภาพรวมจะเห็นว่าไม่มีบุคลิกไหน “ดีที่สุด” เพียงแบบเดียว สิงโตอาจนำทีมได้ดี แต่ต้องมีปลาที่ช่วยมองรายละเอียด ไก่อาจทำให้ทีมขยับแต่ต้องมีช้างที่ช่วยคิดระยะยาว โลมาอาจสร้างไอเดียแต่ต้องมีกิ้งก่าที่ช่วยประสานงาน เป็นต้น
ทีมที่แข็งแรงจึงไม่ใช่ทีมที่มีคนคิดเหมือนกันทำเหมือนกันไปเสียหมด แต่คือทีมที่มีความหลากหลาย และรู้จักใช้จุดแข็งของแต่ละคนให้เกิดประโยชน์ เพราะสุดท้ายแล้ว การทำงานไม่ได้ขับเคลื่อนด้วย “งาน” เพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนด้วย “คน” และความแตกต่างของคนเหล่านั้น ที่ทำให้ทีมธรรมดาๆ กลายเป็นทีมที่มีพลังมากกว่าที่คิด
อ้างอิง: Pentabell EmployeeTypes, emotional intelligence, ArabNews, InsightFultraits





