วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

ก้าวข้ามอุปสรรคสไตล์ 'เพลง-ชนม์ทิดา' รู้จักปล่อย ตั้งสติ ไม่ทำร้ายตัวเอง

ก้าวข้ามอุปสรรคสไตล์ 'เพลง-ชนม์ทิดา' รู้จักปล่อย ตั้งสติ ไม่ทำร้ายตัวเอง

ในโลกการทำงานที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง การแข่งขัน และความไม่แน่นอน การเป็น “นักสู้” อาจไม่ใช่คำตอบเดียวของความสำเร็จอีกต่อไป สำหรับ “เพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม” เวิร์กกิ้งวูแมนยุคใหม่ในวัย 31 ปี เธอกลับมีพลังในการทำงานอย่างล้นเหลือ สวมหมวกหลายใบในเวลาเดียวกัน ทั้งบทบาทของนักแสดงและผู้ประกอบการธุรกิจอีก 2 ธุรกิจที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 

หนึ่งในเคล็ดลับการทำงานและวิธีก้าวข้ามอุปสรรคในชีวิต ที่เธออยากบอกต่อวัยทำงานผู้หญิงด้วยกัน สู่การเป็นหญิงแกร่งได้อย่างทุกวันนี้ก็คือ การมีทักษะ “ฟื้นตัวให้เป็น” (Resilience) และที่สำคัญกว่านั้น คือการรู้ว่าเมื่อไหร่ควร “ปล่อยมือ” จากสิ่งที่แก้ไขไม่ได้

เธอเปิดเผยคีย์สำคัญเบื้องหลังชีวิตและการทำงานกับ "จุดประกาย กรุงเทพธุรกิจ" ในงาน Front & Female, Tatler Thailand ไว้ว่า..
ถ้าเราทำดีที่สุดแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา เราต้องยอมรับ และต้องรู้จักปล่อย เพราะถ้าเรายังแบกทุกอย่างไว้ เรากำลังทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว

ก้าวข้ามอุปสรรคสไตล์ 'เพลง-ชนม์ทิดา' รู้จักปล่อย ตั้งสติ ไม่ทำร้ายตัวเอง เพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม ทายาทสาวสวยหนึ่งเดียวของ ตู่-นันทิดา แก้วบัวสาย กับ เอ๋-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม

สวมหลายบทบาท แต่ทุกบทต้องมี “หัวใจ” อยู่ในนั้น

ปัจจุบัน เพลงรับผิดชอบทั้งธุรกิจยานยนต์ "28 Car Group" แบรนด์เสื้อผ้าเพื่อความยั่งยืน "Matters" และงานในวงการบันเทิง เธอยอมรับว่าชีวิตวันนี้ไม่ใช่การเลือกแค่เส้นทางเดียว แต่คือการจัดการหลายบทบาทในเวลาเดียวกัน และสิ่งที่ขับเคลื่อนให้เธอทำงานได้อย่างมีพลังในทุกๆ บทบาทก็คือ การทำงานทุกงานโดยมีหัวใจอยู่ในนั้นเสมอ

สำหรับเธอ การทำงานไม่ใช่แค่ “หน้าที่” แต่ต้องมี “ความเชื่อ” เป็นแกน เธอเล่าว่า เนื่องจากตนเองเป็นคนที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจและความรู้สึก งานบางอย่างอาจทำได้ตามหน้าที่ แต่ถ้าไม่ใส่หัวใจลงไป มันจะไปไม่สุด เพราะฉะนั้นทุกอย่างที่เธอทำ ล้วนต้องมีความหมายจริงๆ โดยเฉพาะในธุรกิจยานยนต์ที่ดูเหมือนไม่ง่าย และเป็นงานที่เหมาะกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เธอยิ่งต้องใช้เวลาและความชัดเจนพิสูจน์ตัวเอง

“ธุรกิจนี้มันหมุนรอบผู้ชายค่อนข้างเยอะค่ะ เราต้องทำงานกับพี่ๆ ช่าง ต้องคุยกับทีมที่เป็นผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ ใช้เวลาหลายปีเลยกว่าที่เขาจะเปิดใจและยอมรับเรา เพลงไม่เคยพยายามเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับภาพที่สังคมอยากให้เป็น แต่เพลงจะเป็นตัวเองให้ชัดที่สุด ซื่อสัตย์กับงาน ซื่อสัตย์กับสิ่งที่เราทำ และให้เวลาเป็นตัวพิสูจน์”

เธอเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นการทำงานแบบ “authentic self” เพราะสุดท้ายแล้ว คนจะเชื่อในตัวเรา ไม่ใช่เพราะเราพูดเก่ง แต่เพราะเขาเห็นว่าเรามุ่งมั่นจริงจังกับสิ่งที่เราทำแค่ไหนต่างหาก

ก้าวข้ามอุปสรรคสไตล์ 'เพลง-ชนม์ทิดา' รู้จักปล่อย ตั้งสติ ไม่ทำร้ายตัวเอง

เปลี่ยนความสูญเสียให้กลายเป็นแรงผลักดันในการทำงาน

อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในชีวิตของ ชนม์ทิดา คือการสูญเสียคุณพ่อ (ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม) ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอลุกขึ้นมาสร้างธุรกิจ เธอเล่าว่า ในวันที่สูญเสียคุณพ่อ แน่นอนว่าทำเอาเธอรู้สึกเสียหลักไม่น้อย และไม่รู้จะเอาความรู้สึกนั้นไปไว้ที่ไหน ความสูญเสียคนในครอบครัวเป็นความทุกข์ที่ยิ่งใหญ่มาก แต่ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจเปลี่ยนมันเป็นพลังในการทำงาน ผลักดันสู่ธุรกิจ 28 Car Group

เพลงบอกว่านี่ไม่ได้เป็นแค่ธุรกิจรถยนต์ แต่คือสิ่งที่เธอทำเพื่อ “ให้เกียรติ” ความรักและความหลงใหลของคุณพ่อ โดยเธอย้ำกับทีมงานทั้งหมดตั้งแต่วันแรกเลยว่า ตนเองอยากทำสิ่งนี้เพื่อสานต่อสิ่งที่คุณพ่อรัก อยากให้สิ่งที่ท่านสร้างไว้ยังคงอยู่ต่อไป

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอย้ำว่า ทุกงานต้องมีหัวใจอยู่ในนั้น “เพลงไม่เคยทำธุรกิจไหนโดยที่ไม่เอาหัวใจลงไปด้วย เพราะสุดท้ายแล้ว มันคือสิ่งเดียวที่จะทำให้เรายืนระยะได้

ก้าวข้ามอุปสรรคสไตล์ 'เพลง-ชนม์ทิดา' รู้จักปล่อย ตั้งสติ ไม่ทำร้ายตัวเอง เพลง-ชนม์ทิดา (คนที่ 2 นับจากขวามือ) ในงาน Front & Female, Tatler Thailand

Resilience ไม่ใช่แค่ “สู้ต่อ” แต่คือการคุยกับตัวเองให้ชัด

เมื่อพูดถึงคำว่า Resilience หรือทักษะการฟื้นตัวหลังเจออุปสรรค เพลงยอมรับตรงๆ ว่า เป็นสิ่งที่เธออินและใช้กับตัวเองมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ในมุมของเธอ การฟื้นตัวกลับมาไม่ใช่การฝืนตัวเองให้ลุกขึ้นสู้ทันที หรือพยายามเดินหน้าต่อแบบขาดการทบทวนตนเอง

“จริงๆ แล้ว Resilience เป็นคำที่ค่อนข้าง resonate กับตัวเพลงมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเลยค่ะ แต่สำหรับเพลง มันไม่ใช่แค่การสู้ต่ออย่างเดียว มันคือการกลับมาคุยกับตัวเองให้ชัดก่อน”

เธออธิบายว่า ทุกครั้งที่เจอปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจหรือเรื่องส่วนตัว สิ่งแรกที่เธอทำไม่ใช่การหาทางออกทันที แต่คือการตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่า สิ่งที่เกิดขึ้น เราทำดีที่สุดแล้วหรือยัง ถ้าคำตอบคือ ‘ใช่’ ก็จะบอกตัวเองว่า งั้นเราต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ ถึงแม้จะยากก็ตาม แต่ถ้าคำตอบคือ “ยังไม่ดีที่สุด” เธอก็จะไม่ปล่อยผ่าน

“ถ้าเรารู้สึกว่าเราทำได้ดีกว่านี้ เพลงก็จะถามต่อว่า แล้วสิ่งที่เกิดขึ้น มันอยู่ในการควบคุมของเราหรือเปล่า ถ้ามันอยู่ในสิ่งที่เราควบคุมได้ นั่นแปลว่าเราต้องกลับไปแก้ ต้องกลับไปพัฒนาให้ดีขึ้น แต่ถ้ามันเป็นสิ่งที่เกินการควบคุมของเรา แล้วเราก็ทำดีที่สุดแล้วจริงๆ สิ่งที่เราต้องทำคือ ‘ปล่อย’ ค่ะ”

ก้าวข้ามอุปสรรคสไตล์ 'เพลง-ชนม์ทิดา' รู้จักปล่อย ตั้งสติ ไม่ทำร้ายตัวเอง

การไม่ยอมปล่อย ไม่ได้ทำให้เป็นคนเก่งขึ้น แต่กลับกลายเป็นการทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว ถ้าแบกทุกอย่างไว้ตลอด ก็จะเริ่มทำร้ายตัวเอง ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว เธอยกตัวอย่างว่า หลายคนมักติดอยู่ในวงจรความคิดเดิม มักถามตัวเองว่า ทำไมเราทำไม่ได้ ทำไมมันไม่ดี ทำไมมันไม่เป็นแบบนั้น แล้วจะวนอยู่อย่างนั้น จนไม่สามารถเดินออกจากจุดนั้นได้สักที Resilience ที่แท้จริง จึงไม่ใช่แค่การ “ลุกขึ้น” แต่คือการ “ไม่จมอยู่กับความคิดลบ” และรู้จักพาตัวเองออกมาจากลูปนั้นให้ได้

คนทำงานที่ Burnout ต้องรู้จัก “พักโดยไม่รู้สึกผิด”

ในโลกการทำงานที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน เพลงมองว่าหนึ่งในปัญหาที่หลายคนกำลังเจอ คือการพยายามวิ่งตลอดเวลา โดยไม่ยอมให้ตัวเองหยุด เธอเคยเห็นคนทำงานหลายคน “รู้สึกว่าต้องทำให้ได้ตลอด ต้องเก่งตลอด ต้องไปข้างหน้าตลอด แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเลย”

เธออธิบายว่าการทำงานไม่ใช่เส้นตรงที่ต้องวิ่งเต็มสปีดตลอดเวลา แต่เป็นกระบวนการที่มีทั้งช่วงเร่งและช่วงพัก วันนี้เราอาจจะวิ่งได้เต็มที่ แต่วันข้างหน้าเราเหนื่อย เราพักได้ มันไม่ใช่เรื่องผิดเลย สิ่งสำคัญคือ.. การไม่ตีความ “การพัก” ว่าเป็นความล้มเหลว

“บางคนพอหยุด ก็จะรู้สึกผิด รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งพอ หรือไม่พยายามพอ แต่จริง ๆ แล้ว การพักมันคือส่วนหนึ่งของการไปต่อ เราอาจจะต้องถอยหลังสองก้าว เพื่อกลับมาตั้งหลักใหม่ แล้วมองว่าเส้นทางที่เราเลือกมันใช่จริงไหม สุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าเราวิ่งเร็วแค่ไหน แต่คือเรายังเดินไปข้างหน้าอยู่หรือเปล่า”

ก้าวข้ามอุปสรรคสไตล์ 'เพลง-ชนม์ทิดา' รู้จักปล่อย ตั้งสติ ไม่ทำร้ายตัวเอง

ฝากถึงคนรุ่นใหม่ที่เริ่มทำธุรกิจ อย่าลืมเหตุผลที่เริ่มทำ นี่คือแรงฮึดยามท้อแท้

เมื่อพูดถึงคำแนะนำด้านอาชีพการงานสำหรับคนรุ่นใหม่ หรือคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจ เพลงเน้นย้ำสิ่งหนึ่งเสมอคือ “การไม่ลืมเป้าหมายของจุดเริ่มต้น ต้องจำให้ได้ว่าวันแรกที่เราเริ่มทำมัน เราเริ่มเพราะอะไร” เธออธิบายว่า ในวันที่ทุกอย่างราบรื่น เราอาจไม่รู้สึกถึงความสำคัญของคำถามนี้ แต่ในวันที่เจออุปสรรค มันจะกลายเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเราไว้

“การทำงานยังไงก็ต้องมีปัญหาอยู่แล้ว มันไม่มีทางที่ทุกอย่างจะง่าย แต่สิ่งที่จะทำให้เราไม่ยอมแพ้ คือการที่เรายังจำได้ว่าเรามาทำสิ่งนี้เพื่ออะไร ช้าเร็วไม่ได้สำคัญอะไรเลย สิ่งสำคัญคือเรายังลุกขึ้นมาทำมันทุกวัน”

แม้ในวันที่รู้สึกว่าเดินต่อไม่ไหว ก็ขอให้บอกตจัวเองว่า เหนื่อยก็พักก่อนได้ แต่อย่ายอมแพ้ เพราะสุดท้ายแล้ว เราเป็นคนที่รู้ตัวเองดีที่สุดว่าเป้าหมายของเราคืออะไร”

ก้าวข้ามอุปสรรคสไตล์ 'เพลง-ชนม์ทิดา' รู้จักปล่อย ตั้งสติ ไม่ทำร้ายตัวเอง

มาถึงตรงนี้ คงพอจะมองเห็นตัวตน แนวคิดการใช้ชีวิต และการทำงานของสาวเก่งอย่าง เพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม แล้วว่า การประสบความสำเร็จสำหรับเธอนั้น คือการที่คนเราสามารถถอยู่กับความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิตให้ได้ ไม่ใช่การฝืนให้ตัวเองให้เป็นหญิงแกร่งตลอดเวลา แต่คือการรู้ว่า เมื่อไหร่ควรสู้ต่อ เมื่อไหร่ควรพัก และเมื่อไหร่ควรปล่อย

เพราะในโลกที่ทุกอย่างเคลื่อนไปข้างหน้าเร็วขึ้นเรื่อยๆ คนที่ไปได้ไกลที่สุด อาจไม่ใช่คนที่วิ่งเร็วที่สุดเสมอไป แต่คือคนที่รู้จัก “รักษาใจตัวเอง” ให้ยังพร้อมเดินต่อไปได้ในระยะยาวนั่นเอง