วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

เปิดเสน่ห์ดนตรีสด 'Live Music' ที่ Streaming ก็ให้ไม่ได้

เปิดเสน่ห์ดนตรีสด 'Live Music' ที่ Streaming ก็ให้ไม่ได้

ยิ่งโลกฟังเพลงผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้นเท่าไร ผู้คนกลับโหยหาประสบการณ์ 'ดนตรีสด' มากขึ้น ข้อมูลชี้วงการคอนเสิร์ตทั่วโลกเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่อุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยเร่งผลักดันศิลปินสู่เวทีโลก “Thai Music Wave to the World”

ในยุคที่เพลงเกือบทั้งโลกอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเรา การฟังเพลงกลายเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าที่เคย ผู้ฟังสามารถเปิดแอปสตรีมมิงและเข้าถึงเพลงนับล้านเพลงได้ทันที ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือเวลาใดก็ตาม อุตสาหกรรมเพลงจึงเปลี่ยนผ่านจากการขายแผ่นซีดีหรือดาวน์โหลดไฟล์ มาสู่ระบบการเข้าถึงแบบสมาชิกอย่างชัดเจน

ข้อมูลจาก IFPI Global Music Report ระบุว่า ในปี 2024 รายได้ของอุตสาหกรรมเพลงที่บันทึกเสียงทั่วโลกกว่า 69% มาจากบริการสตรีมมิง ขณะที่รายได้จากการดาวน์โหลดเพลงลดลงอย่างมาก แนวโน้มนี้สะท้อนพฤติกรรมผู้ฟังที่ไม่ได้ต้องการ “เป็นเจ้าของเพลง” อีกต่อไป แต่ต้องการ “เข้าถึงเพลง” ได้อย่างสะดวกที่สุด

เปิดเสน่ห์ดนตรีสด 'Live Music' ที่ Streaming ก็ให้ไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ยิ่งโลกฟังเพลงผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้นเท่าไร ผู้คนกลับโหยหาประสบการณ์ดนตรีสดมากขึ้นเท่านั้น

หลังจากช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้คอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรีต้องหยุดชะงักไปเกือบทั่วโลก อุตสาหกรรมการแสดงดนตรีสดก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และในหลายด้านยังเติบโตมากกว่าก่อนการระบาดเสียอีก

ข้อมูลจาก Statista และ Pollstar ระบุว่า ปี 2024 กลายเป็นอีกปีที่สร้างสถิติใหม่ของอุตสาหกรรม เมื่อทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำรายได้สูงสุด 100 อันดับแรกของโลกสามารถสร้างรายได้รวมเกือบ 9.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ยอดขายบัตรคอนเสิร์ตทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 69.9 ล้านใบ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ประสบการณ์ดนตรีสดยังคงมีคุณค่าในแบบที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้ การยืนอยู่ในพื้นที่เดียวกับศิลปิน การรับรู้พลังของเสียงดนตรีจากเวทีจริง หรือการร้องเพลงไปพร้อมกับผู้ชมอีกหลายหมื่นคน ล้วนเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากการฟังเพลงผ่านหูฟังโดยสิ้นเชิง

ด้วยเหตุนี้หลายเมืองทั่วโลกจึงเริ่มมองการจัดคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรีในฐานะส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจเมือง เพราะทุกครั้งที่มีคอนเสิร์ตใหญ่เกิดขึ้น เมืองนั้นมักมีผู้คนเดินทางเข้ามาใช้จ่ายในโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และกิจกรรมท่องเที่ยวอื่น ๆ ตามมา

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือทัวร์ The Eras Tour ของ Taylor Swift ซึ่งสร้างรายได้มากกว่า 1.04 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 เพียงปีเดียว และกลายเป็นทัวร์แรกในประวัติศาสตร์ที่ทำรายได้รวมทั่วโลกเกิน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลายเมืองที่เป็นจุดหมายของทัวร์ครั้งนี้พบว่าการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนสื่อบางแห่งเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “Taylor Town” เพื่อสะท้อนผลกระทบทางเศรษฐกิจที่คอนเสิร์ตสามารถสร้างให้กับเมืองหนึ่งเมืองได้

เปิดเสน่ห์ดนตรีสด 'Live Music' ที่ Streaming ก็ให้ไม่ได้

Live Music จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมบันเทิง แต่เป็นระบบเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก ตั้งแต่ศิลปิน ทีมโปรดักชัน ผู้จัดงาน ผู้ดูแลสถานที่ ไปจนถึงแรงงานในธุรกิจบริการ

ข้อมูลจาก LIVE Annual Report & Economic Highlights 2024 ของสหราชอาณาจักร ระบุว่า การจัดคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรีสามารถสร้างการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจรวมกว่า 6.7 พันล้านปอนด์ และสร้างการจ้างงานมากกว่า 234,000 ตำแหน่ง ขณะเดียวกัน “เอเชีย” ก็กำลังกลายเป็นพื้นที่สำคัญของการแสดงดนตรีสดระดับโลก

เทศกาลดนตรีหลายแห่งในภูมิภาคนี้เติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในด้านไลน์อัปศิลปินและจำนวนผู้ชม ไม่ว่าจะเป็น Fuji Rock และ Summer Sonic ในญี่ปุ่น Lalala Festival ในอินโดนีเซีย หรือ Clockenflap ในฮ่องกง กระแส Music Tourism หรือการเดินทางเพื่อชมคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรีก็ขยายตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยเอเชียมีส่วนแบ่งประมาณ 21.8% ของตลาด Music Tourism ทั่วโลก คิดเป็นมูลค่าประมาณ 19.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เปิดเสน่ห์ดนตรีสด 'Live Music' ที่ Streaming ก็ให้ไม่ได้

แนวโน้มดังกล่าวเปิดโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมดนตรีของ "ไทย" เช่นกัน รายงาน IFPI Global Music Report ระบุว่าในปี 2024 ตลาดเพลงบันทึกเสียงของไทยมีมูลค่าประมาณ 3,577.6 ล้านบาท และขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 29 ของโลก สะท้อนถึงการเติบโตของศิลปินและคอนเทนต์ดนตรีจากไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ศิลปินไทยจำนวนไม่น้อยเริ่มมีโอกาสไปแสดงในเทศกาลดนตรีต่างประเทศ และเริ่มสร้างฐานแฟนเพลงในภูมิภาคอื่น ๆ มากขึ้น

ด้วยบริบทนี้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ CEA จึงได้พัฒนาโครงการMusic Exchangeเพื่อสนับสนุนศิลปินไทยให้ก้าวออกไปเชื่อมต่อกับเวทีดนตรีระดับนานาชาติ โครงการดำเนินต่อเนื่องเป็นปีที่สาม โดยมีเป้าหมายผลักดัน “Thai Music Wave to the World” ผ่านสองแนวทางหลัก ได้แก่ PUSH การสนับสนุนเงินทุนบางส่วนให้ศิลปินไทยเดินทางไปแสดงในเทศกาลดนตรีต่างประเทศ เพื่อสร้างฐานแฟนเพลงในตลาดใหม่ และ PULL การสร้างเครือข่ายระหว่างศิลปิน ผู้จัดเทศกาล และผู้ประกอบการดนตรี ผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจในระดับอุตสาหกรรม

ตลอดสองปีที่ผ่านมา โครงการได้สนับสนุนศิลปินไทยรวม 95 ราย ให้เดินทางไปแสดงในเทศกาลดนตรีนานาชาติ 64 แห่ง ครอบคลุม 17 ตลาดทั่วโลก พร้อมทั้งเชิญผู้จัดเทศกาล ผู้คัดเลือกศิลปิน และผู้ประกอบการดนตรีจากต่างประเทศ 94 ราย จาก 76 เทศกาลหรือเอเจนซี เข้ามาเชื่อมต่อกับเครือข่ายดนตรีในประเทศไทย

สำหรับปี 2026 โครงการได้คัดเลือกศิลปินเข้าร่วมแล้วกว่า 22 ศิลปินและวงดนตรี เช่น Tilly Birds, MILLI, WHISPERS, WIM และ BUS because of you i shine เพื่อเดินทางไปแสดงในเทศกาลดนตรีในหลายประเทศ ตั้งแต่สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก ไปจนถึงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และอินโดนีเซีย

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ในยุคที่ผู้คนฟังเพลงผ่านสตรีมมิงมากขึ้น ดนตรีสดกลับกลายเป็นพื้นที่สำคัญที่เชื่อมโยงศิลปินกับผู้ฟัง และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเมืองและประเทศ หากโครงสร้างอุตสาหกรรมสามารถพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลดนตรี เครือข่ายธุรกิจ หรือระบบสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ ดนตรีไทยก็มีศักยภาพที่จะเติบโตในตลาดโลก และกลายเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในอนาคต