หลายคนอาจมีประสบการณ์แบบเดียวกันว่า หลังจากที่ได้ดูหนังดี ๆ สักเรื่องจบลง เราจะรู้สึกเบาใจขึ้น อารมณ์ดีขึ้น หรือบางครั้งก็เหมือนได้มุมมองใหม่ต่อชีวิตมาด้วย
งานวิจัยใหม่ชี้ให้เห็นว่า ความรู้สึกแบบนั้นไม่ได้เป็นเพียงอารมณ์ชั่วคราว แต่จริง ๆ แล้ว “เรื่องราวบนจอ” สามารถส่งผลต่อสุขภาพจิตของเราได้จริง
“กรุงเทพธุรกิจ จุดประกาย” พาผู้อ่านไปสำรวจว่า ภาพยนตร์และวิดีโอเกมบางเรื่อง อาจมีพลังมากกว่าที่เราคิด และสามารถช่วยให้ผู้ชมรู้สึกสงบ มีความสุข และมองชีวิตอย่างมีความหมายมากขึ้นได้
เรื่องเล่าบนหน้าจอที่ช่วยให้ใจสงบ
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร JMIR Serious Games ซึ่งศึกษาบทบาทของสื่อบันเทิงและสื่ออินเทอร์แอคทีฟ (interactive media) ต่อสุขภาวะของมนุษย์ พบว่า ภาพยนตร์ของ Studio Ghibli และวิดีโอเกมอย่าง The Legend of Zelda: Breath of the Wild สามารถช่วยเพิ่มระดับความสุข ความสงบ และความรู้สึกว่าชีวิตมีความหมายได้อย่างมีนัยสำคัญ
งานวิจัยนี้ดำเนินการโดยทีมนักวิจัยจาก Imperial College London ประเทศอังกฤษ, Kyushu Sangyo University ประเทศญี่ปุ่น และ Georgia State University สหรัฐอเมริกา โดยศึกษากลุ่มตัวอย่างนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา 518 คน
ผู้เข้าร่วมถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มที่ดูภาพยนตร์ของ Studio Ghibli
- กลุ่มที่เล่นเกม Breath of the Wild
- กลุ่มที่ไม่ได้ทำกิจกรรมใด ๆ
ผลลัพธ์พบว่า ผู้ที่ได้ดูหนังหรือเล่นเกมเหล่านี้ รายงานว่ามีระดับความสงบ ความรู้สึกมีเป้าหมาย และความสุขโดยรวมเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ นักวิจัยยังพบอีกว่า ผู้ที่ดูภาพยนตร์ของ Studio Ghibli ก่อนหรือหลังเล่นเกม มีระดับอารมณ์เชิงบวกเพิ่มขึ้นมากที่สุด
เมื่อเรื่องราวทำหน้าที่มากกว่าความบันเทิง
นักวิจัยอธิบายว่า เสน่ห์ของภาพยนตร์จาก Studio Ghibli ไม่ได้อยู่เพียงแค่ภาพสวยหรือโลกแฟนตาซีที่สร้างขึ้นอย่างประณีต แต่ยังอยู่ที่ธีมของเรื่องราวที่มักสะท้อนคุณค่าบางอย่างของชีวิต เช่น ความมหัศจรรย์ของโลก, ความกล้าหาญ, ความเมตตา และการเติบโตภายใน
อารมณ์เหล่านี้ ช่วยให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยงกับเรื่องราว และกระตุ้นให้เกิดการทบทวนตัวเองหรือมองโลกอย่างอ่อนโยนมากขึ้น
นักวิจัยอธิบายว่า กิจกรรมอย่างการดูหนังหรือเล่นเกมที่มีเนื้อหาสร้างแรงบันดาลใจ สามารถช่วยให้คนรับมือกับความเครียดและความเศร้าได้ดีขึ้น เพราะมันช่วยกระตุ้นความรู้สึกสงบ ความอยากรู้อยากเห็น และความรู้สึกว่าชีวิตมีจุดหมาย
พูดอีกแบบหนึ่งคือ เรื่องเล่าที่ทำให้เรารู้สึก “ทึ่ง” หรือได้คิดทบทวน ไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิง แต่ยังช่วยเสริมความยืดหยุ่นทางอารมณ์ (emotional resilience) ให้กับสมองอีกด้วย
ภาพยนตร์อาจเป็นเครื่องมือดูแลสุขภาพใจ
สิ่งที่งานวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นชัดขึ้น คือ กิจกรรมยามว่างที่มีความหมายสามารถส่งผลต่อสุขภาพจิตได้จริง
เมื่อเด็ก ๆ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ ได้ดื่มด่ำกับเรื่องเล่าที่เต็มไปด้วยความหวังและความเข้าอกเข้าใจ สมองอาจตอบสนองในลักษณะคล้ายกับการฝึก mindfulness หรือการฝึกสติ นั่นคือช่วยให้
- ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น
- ลดความเครียด
- และรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวเองมากขึ้น
นี่อาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมภาพยนตร์อย่าง Spirited Away ซึ่งเต็มไปด้วยช่วงเวลาเงียบ ๆ ของการค้นพบ การเปลี่ยนแปลง และการเติบโตภายใน ถึงมักทำให้ผู้ชมรู้สึกสงบและอบอุ่นใจหลังดูจบ
เมื่อ “เวลาหน้าจอ” ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด
ในยุคที่ผู้ปกครองหลายคนกังวลเกี่ยวกับเวลาหน้าจอ งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นมุมมองอีกด้านหนึ่งว่า ไม่ใช่เวลาหน้าจอทุกแบบจะเหมือนกัน หากเลือกอย่างตั้งใจ ภาพยนตร์หรือเกมบางประเภท สามารถช่วยกระตุ้นจินตนาการ, ทำให้จิตใจสงบ และช่วยให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยงกับความหมายของชีวิตมากขึ้น
ดังนั้น การดูหนังด้วยกันในครอบครัว หรือการเลือกเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ อาจไม่ใช่เพียงกิจกรรมผ่อนคลายธรรมดา แต่ยังเป็นอีกวิธีหนึ่งในการดูแลสุขภาพใจของเราในชีวิตประจำวัน
ข้อคิดสำหรับครอบครัว
ผลการศึกษานี้ชี้ว่า ช่วงเวลาผ่อนคลาย เช่น การดูหนังด้วยกัน อาจมีคุณค่ามากกว่าที่คิด
ครอบครัวสามารถเปลี่ยน “เวลาหน้าจอ” ให้เป็นช่วงเวลาที่มีความหมายได้ง่าย ๆ เช่น
- เลือกภาพยนตร์ที่ให้ความรู้สึกดีและมีเรื่องราวชวนคิด
- สร้างคืนดูหนังแบบเงียบสงบ โดยที่ไม่มีสิ่งรบกวน
- พูดคุยกันหลังหนังจบว่าแต่ละคนรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนั้น
สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้อาจช่วยให้เด็ก ๆ ค่อย ๆ เรียนรู้ว่า บางครั้งการชะลอจังหวะชีวิตลงบ้าง และเปิดพื้นที่ให้จินตนาการได้ทำงาน ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการดูแลจิตใจของตัวเอง
ท้ายที่สุดแล้ว ข้อสรุปสำคัญจากงานวิจัยนี้คือ การใช้เวลาไปกับหน้าจอไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด หากเลือกอย่างตั้งใจ ภาพยนตร์หรือวิดีโอเกมบางเรื่องสามารถช่วยกระตุ้นจินตนาการ ทำให้จิตใจสงบ และทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตมีความหมายมากขึ้นได้เช่นกัน
อ้างอิง scmp





